โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เดิ่นหินดาด” ทะเลหิน อันซีนใหม่โคราช

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 04 ต.ค. 2567 เวลา 21.56 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2567 เวลา 14.55 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

นครราชสีมา 4 ต.ค. – พาเที่ยว “เดิ่นหินดาด” ทะเลหิน อันซีนใหม่โคราช พร้อมโบกยักษ์กว่า 10 จุด สุดว้าว

องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เขต 2 อ.ครบุรี และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา นำประชาชนจิตอาสา ประมาณ 20 คน ช่วยกันทำความสะอาดและปรับสภาพภูมิทัศน์ลานหิน บริเวณปากทางเข้าวัดเขาถ้ำเต่าพันปี ต.บ้านใหม่ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เตรียมผลักดันให้กลายเป็นอันซีนแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ อ.ครบุรี และ จ.นครราชสีมา ภายหลังจากที่ตรวจสอบพบว่า พื้นที่บริเวณนี้มีลักษณะพิเศษ โดยพื้นเป็นลานหินทรายขนาดใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ มีสภาพถูกกัดกร่อนโดยธรรมชาติ จนเกิดเป็นลวดลายคล้ายลักษณะของคลื่นน้ำที่กลายเป็นทะเลหิน และแตกลายคล้ายกระดองเต่าไปทั่วบริเวณ มองดูสวยงามอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีหลุมหินขนาดใหญ่ หรือที่เรียกว่า “โบก” ลึกกว่า 1 เมตร กระจายอยู่บริเวณลานหินมากกว่า 10 จุด สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ที่พบเห็น

นายสุชชัพ ชีระชลสุข สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า บริเวณลานหินดังกล่าว ผู้เฒ่าผู้แก่และชาวบ้านในพื้นที่หลายคน เรียกกันว่า “เดิ่นหินดาด” เนื่องจากมีสภาพเป็นลานหินขนาดใหญ่ ซึ่ง “เดิ่น” เป็นภาษาโคราช หมายถึง “ลาน” ขณะที่คำว่า “ดาด” มีความหมายในลักษณะเหมือนร่างกายถูกสิ่งของที่มีความร้อน เมื่อรวมกันก็จะมีความหมายว่า “ลานหินร้อน” ซึ่งชาวบ้านที่ทำมาหากินอยู่บริเวณนี้จะรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะลานหินแห่งนี้ ยามฝนตกจะมีน้ำขังอยู่ในโบก หรือในหลุมหิน พอให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์จากน้ำบริเวณนี้ ระหว่างเข้าพื้นที่มาทำการเกษตร เพราะก่อนหน้านี้ชุมชนอยู่ค่อนข้างไกลจากจุดนี้พอสมควร จนมาถึงทุกวันนี้ เริ่มมีผู้คนผ่านมาพบและมองเห็นความสวยงามของลวดลายบนลานหิน คล้ายกับคลื่นน้ำที่กลายเป็นหิน รวมถึงมีหลุมหินขนาดใหญ่กระจายอยู่เกือบ 20 หลุม มองดูน่าอัศจรรย์

ภาคประชาชน อาสาสมัคร และหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ จึงมีแนวคิดร่วมกันผลักดันจุดนี้ให้กลายเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ อ.ครบุรี เพิ่มอีกหนึ่งจุด จึงมารวมพลังเริ่มต้นทำความสะอาด ปรับภูมิทัศน์ เพิ่มความสวยงามให้กับ “เดิ่นหินดาด” จะได้เข้าถึงสะดวกมากยิ่งขึ้น ส่วนการพัฒนาในขั้นต่อไป จะประสานกับหน่วยงานที่มีความชำนาญ เข้ามาตรวจสอบเอกลักษณ์เฉพาะของพื้นที่ เพื่อให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถให้องค์ความรู้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมจุดนี้ได้ด้วย เพราะเชื่อว่า ลักษณะของลานหินที่มีความสวยงามและแปลกประหลาดเช่นนี้ น่าจะมีความสำคัญทางด้านธรณีวิทยาบ้างไม่มากก็น้อย

จากการประสานงาน ส่งภาพถ่าย “เดิ่นหินดาด” ให้ รศ.ดร.อานิสงส์ จิตนารินทร์ อาจารย์ประจำวิชาเทคโนโลยีธรณี สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้ดูในเบื้องต้น ก็มีคำอธิบายพอสังเขปว่า ลานหินทรายที่พบมีสภาพดังกล่าวนั้น เป็นผลมาจากกระบวนการผุพังอยู่กับที่ (weathering) ที่เกิดกับหินทราย เมื่อหินทรายโผล่บริเวณพื้นผิวโลก เผชิญกับน้ำและอากาศ จะเกิดการผุพังตามธรรมชาติ ลักษณะเช่นนี้พบได้ทั่วไปบนภูเขาหินทรายในภาคอีสาน และลักษณะดังภาพ เกิดจากการผุพังทางเคมี คาดว่าหินทรายบริเวณนี้อาจมีสารเชื่อมประสานเป็นแคลเซียมคาร์บอเนต ที่ทำให้เกิดการละลายน้ำ แต่การผุพังเกิดขึ้นไม่เท่ากัน และอาจเกิดจากชั้นหินทรายมีโครงสร้างชั้นเฉียงระดับ จึงเห็นการผุพังเป็นริ้วๆ

ส่วนหลุมลึกน่าจะเกิดจากการผุพังเชิงกล ซึ่งครั้งหนึ่งอาจมีธารน้ำไหลผ่านบริเวณนี้ เม็ดกรวดอาจหลุดเข้าไปในรอยแตกหรือรอยเว้าของหินบริเวณท้องน้ำ และกระแสน้ำทำให้เม็ดกรวดทรายขัดสีจนกลายเป็นหลุม คล้ายการเกิดโบก

“เดิ่นหินดาด” อยู่ห่างจากตัวอำเภอครบุรี จ.นครราชสีมา ไปทางด้านทิศใต้ ประมาณ 7 กิโลเมตร ตั้งอยู่บริเวณปากทางเข้า วัดเขาถ้ำเต่าพันปี ต.บ้านใหม่ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ปัจจุบันยังเป็นที่ดินที่ผู้มีจิตศรัทธามอบให้ทางวัดเป็นผู้ดูแล หากผู้ใดสนใจต้องการเดินทางไปท่องเที่ยว สามารถค้นหาเส้นทางผ่านทางแอปพลิเคชันบนมือถือ พิมพ์คำค้นหา “วัดเขาถ้ำเต่าพันปี” ก็จะพบพิกัดที่ตั้งของ “เดิ่นหินดาด” แห่งนี้. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...