โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Mitsubishi Triton 2025 พลังเทอร์โบคู่เพิ่มรุ่นใหม่เพิ่มความสบายที่ออสซี่

Car2day

อัพเดต 07 ต.ค. 2567 เวลา 18.35 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2567 เวลา 07.00 น. • Car2Day

เรียกว่าเป็นการปรับปรุงเอาใจสายลุยชาวออสซี่เมื่อ Mitsubishi Triton เปิดตัวรุ่นปี 2025 ออกมาทีครั้งนี้หน้าตาเดิมแต่เพิ่มความสบายและเพิ่มรุ่นย่อยใหม่เอาใจคนงบจำกัดที่อยากได้ออปชันแบบเดียวกับรุ่นท็อป

ภายนอก Exterior

mitsubishi

Mitsubishi Triton รุ่นปี 2025 เพิ่มเติมมานั้นเพิ่มเพียง TAIL GATE LIFT เปลี่ยนการเปิดปิดฝาท้ายกระบะให้สะดวกและนุ่มนวลเพียงปลายนิ้วสัมผัสเด่นด้วยช่วยประคองขณะเปิดปิดฝาท้ายไม่ให้กระแทก ช่วยผ่อนแรงในการยกปิดได้มากขึ้นเบาและสะดวกในการใช้งานมากขึ้นนอกนั้นคงเดิมโดยให้ในรุ่น GLX-R, รุ่น GLS และรุ่น GSR หรือรุ่น ATHLETE เวอร์ชันไทย

พร้อมกับแนะนำรุ่นย่อยใหม่ GLX-R ตกแต่งคล้ายรุ่น Black Edition ไม่ว่าจะเป็น กระจังหน้าสไตล์ Dynamic Shield พร้อมกรอบไฟตัดหมอกหน้า สีดำด้านกระจกมองข้างสีดำด้าน มือเปิดประตูด้านนอกสีดำ คิ้วชายล่างประตูสีดำ มือเปิดกระบะท้ายสีดำ พร้อมสปอร์ตบาร์เหล็ก กันชนหลังสีเงิน และล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้วพร้อมยาง Highway Terrain ขนาด 265/60 R18

Mitsubishi

ด้วยหน้าตาแบบเดียวกับเวอร์ชันไทยสไตล์ BEAST MODE ตั้งแต่กระโปรงหน้าสู่ด้านข้างตัวถังในสไตล์แนวราบตกแต่งเหนือซุ้มล้อหน้า-หลังระยะโอเวอร์แฮงค์หน้าที่สั้นลงอัปเกรดหล่อด้วยชุดแต่งรอบคันไม่ว่าจะเป็น

ชุดกระจังหน้าสีดำเข้มพร้อมตราโลโก้ทรีไดมอนด์สีเงินและตัวอักษร Mitsubishi ขอบกระจังหน้าสไตล์ Dynamic Shield ทั้งแบบสีดำ สีเดียวกับตัวรถ และโครเมียม ไฟหน้า LED 3 ดวงพร้อมไฟ DRL LED 3 ดวงบนขอบฝากระโปรงหน้า ชุดไฟตัดหมอกหน้า LED และชุดไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์ไฟเลี้ยวส่วนบนและไฟตัดหมอกหน้าเลือกได้ในบางรุ่น โดยทั้งหมดอยู่ในชุดกันชนหน้า

พร้อมชุดแต่งสีดำและโครเมียมทั้งคันตั้งแต่กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED ที่เปิดประตู ที่เปิดฝากระบะท้าย สปอยเลอร์บนขอบกระบะท้ายพร้อมไฟท้าย LED แนวตั้งดีไซน์ใหม่รูปตัว H และกันชนหลังสีเงิน ล้อและยางมีให้เลือกทั้งแบบ 17 นิ้ว แบบอัลลอยและกระทะล้อ พร้อมยาง Highway Terrain และ All Terrain ขนาด 265/65 R17 และล้ออัลลอยสีเข้ม 18 นิ้ว

ทางด้านรุ่น GSR แต่งเหมือน Athlete เวอร์ชันไทยยกเว้นไม่มีการ์ดเสริมกันชนหน้านอกนั้นคงเดิมทั้ง ทางด้านรุ่น Athlete อัปเกรดหล่อด้วยชุดแต่งรอบคันไม่ว่าจะเป็น ชุดกระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถ พร้อมตราโลโก้ทรีไดมอนด์สีเงินและตัวอักษร Mitsubishi ขอบกระจังหน้าสไตล์ Dynamic Shield สีดำ ชุดไฟตัดหมอกหน้า LED ล้ออัลลอยสีดำเข้ม 18 นิ้ว พร้อมคิ้วขอบล้อสีดำ ราวหลังคาสีดำ กับสปอร์ตบาร์ทูโทนสีดำ/เงิน และกันชนหลังสีดำ

ภายใน Interior

Mitsubishi

ภายในห้องโดยสารและแผงคอนโซลหน้าควบคุมภายใต้แนวคิด Horizontal Axis คำนึงถึงประสบการณ์ในการใช้งานด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดเน้นความสะดวกสบายในการหยิบจับได้อย่างกระชับมือ แผงคอนโซลกลางมีช่องวางแก้วน้ำที่รองรับแก้วขนาดใหญ่ 2 ใบพร้อมกล่องเก็บของที่รองรับขวดพลาสติกขนาด 600 มิลลิเมตร ได้มากถึง 4 ขวด กล่องเก็บของด้านหน้าช่องวางสมาร์ทโฟนและช่องเก็บของขนาดเล็กอื่นๆ มีความกว้างขวางที่ใช้งานได้สะดวกแผงควบคุมด้านหน้าและคอนโซลกลาง

พร้อมออปชันดังนี้ชุดมาตรวัด LCD พร้อมจอแสดงข้อมูล MID ขนาด 7 นิ้ว ช่องต่อ USB ด้านหน้าแบบ Type-C / Type-A จุดละ 1 ตำแหน่งด้านหน้าและด้านหลัง 1 จุด แท่นชาร์จมือถือไร้สายอยู่ที่ด้านล่างของแผงควบคุม จอสัมผัสขนาดใหญ่ทั้งแบบ 9 นิ้วเชื่อมต่อทั้ง Android, Auto Apple Carplay ไร้สาย รองรับ FM/AM/MP3 พร้อมระบบนำทางในตัวจอ ลำโพงติดรถ 4- 6 จุด พวงมาลัยสามก้านแบบมัลติฟังก์ชันปรับได้ 4 ทิศทางหุ้มหนัง

เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา พร้อมช่องแอร์หมุนเวียนอากาศบนหลังคาตอนหลัง หรือเครื่องปรับอากาศแบบอัตโนมัติให้เลือก เบาะนั่งคนขับปรับด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทางพร้อมดันหลังปรับด้วยไฟฟ้า และ 6 ทิศทางปรับด้วยมือวัสดุหุ้มเบาะกึ่งหนังแท้สีดำในรุ่น GLS ให้เลือกเป็นออปชันเสริม และปรับด้วยมือด้านคนขับ 8 ทิศทางในรุ่น GLX-GLS มือจับหลังคา 8 ตำแหน่ง

ทางด้านรุ่น GSR เพิ่มสีสันด้วยโทนการตกแต่งสีดำ/ส้มในส่วนของชุดคอนโซลหน้าและแผงประตูวัสดุบุหนังสัมผัส พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้าน เบาะนั่งทูโทนหุ้มกึ่งหนังแท้เทาเข้มเดินด้ายส้ม

สมรรถนะ Performance

Mitsubishi

ขุมพลังเป็นดีเซลเทอร์โบแปรผันคลีนดีเซลเทอร์โบคู่คลีนดีเซลไฮเปอร์เพาเวอร์ (Twin Turbo Hyper Power Engine) ใหม่ 2.4 ลิตร 4N16 High Power ให้กำลัง 204 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิด 470 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,750 รอบต่อนาที คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดการขับขี่แบบ Sport เลือกได้ทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูงและขับเคลื่อน 4 ล้อ Part Time ทั้งแบบ Easy Select 4WD (2H, 4H และ 4L) ในรุ่น GLX และ GLX+

และขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD II ในรุ่น GLX-R, GLS และ GSR มีการตรวจจับแรงบิดด้วยระบบลิมิเต็ดสลิปที่เฟืองท้าย (Limited Slip Differential: LSD) ช่วยกระจายกำลังด้วยอัตราส่วนร้อยละ 40 ที่ล้อหน้าและร้อยละ 60 ที่ล้อหลัง สร้างความมั่นใจในสมรรถนะการยึดเกาะถนนและประสิทธิภาพในการเข้าโค้ง มีระบบการขับเคลื่อนให้เลือก 4 รูปแบบ ได้แก่ 2H, 4H, 4HLc และ 4LLc

Mitsubishi

พร้อมด้วยโหมดการขับขี่ ใหม่! 7 โหมด ครอบคลุมการขับขี่ทั้งแบบออนโรด และแบบออฟโรด โหมดการขับขี่ Normal (ทั่วไป) และแบบ Eco (ประหยัด) Gravel (ทางลูกรัง) Snow (ถนนลื่น พื้นปกคลุมด้วยหิมะ หรือขณะฝนตกหนัก) Mud (ลุยโคลน) Sand (พื้นทราย) Rock (พื้นหินตะปุ่มตะป่ำ) พร้อมควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) เพิ่มสมรรถนะการเข้าโค้งด้วยการควบคุมการขับเคลื่อนและแรงดันเบรกที่ล้อด้านในและนอกโค้งให้มีความสมดุลอย่างมีประสิทธิภาพ

มีระบบป้องกันล้อหมุนฟรี แอคทีฟลิมิเต็ดสลิป (Active LSD-Brake Control Type) ซึ่งช่วยควบคุมแรงดันเบรกของล้อที่หมุนฟรี พร้อมส่งและกระจายกำลังไปยังอีกล้อหนึ่ง เพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่บนพื้นผิวถนนที่ลื่น พร้อมกับมอบประสบการณ์ขับขี่ก้าวข้ามทุกอุปสรรค รองรับการบรรทุกหนัก ทั้งยังช่วยรับและกระจายแรงในกรณีที่เกิดการปะทะ ช่วยปกป้องให้ทุกการขับขี่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นด้วย

ระบบบังคับเลี้ยวจะเป็นแบบ Rack & Pinion พร้อมพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (Electric Power Steering: EPS) ช่วยให้ขับขี่คล่องตัว ควบคุมได้ดังใจ ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้นพร้อมคอยล์สปริงและโช้คอัพ ด้านหลังเป็นแบบแหนบแผ่นซ้อน

ความปลอดภัย Safety

Mitsubishi

สเปกออสเตรเลียติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยมากกว่าไทยทั้ง

  • ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Emergency Lane Keeping (ELK)
  • ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Emergency Lane Assist (ELA)
  • ควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Departure Prevention (LDP)
  • เตือนด้านหน้าขณะออกจากช่องจอด Front Cross Traffic Alert
  • เตือนและแสดงป้ายจราจร Traffic Sign Recognition (TSR)
  • เตือนความเมื่อยล้าขณะขับขี่ Driver Attention Alert (DAA)
  • ตรวจวจับพฤติกรรมเสี่ยงจะเกิดเหตุขณะขับขี่ Driver Monitor System (DMS)
  • จำกัดความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Speed Limiter (ISL)
  • ตรวจวัดลมยาง Tire Pressure Monitoring System (TPMS)
  • ช่วยบังคับการลากจูง Trailer Stability Assist (TSA)

Mitsubishi

  • ล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control: ACC)
  • ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Active Stability Control: ASC)
  • ป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Traction Control System: TCL)
  • ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist: HSA)
  • เตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation system: FCM)
  • สัญญาณเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning: BSW)
  • สัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (Lane Change Assist: LCA)
  • เตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (Rear Cross Traffic Alert: RCTA)
  • กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor: MAM)

พร้อมระบบความปลอดภัยพื้นฐานทั้ง เบรก ABS กระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ลดกำลังเครื่องยนต์ (BOS) เพื่อช่วยเบรก เสริมแรงเบรก (BA) ควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) ไฟกระพริบฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน (ESS) ปรับไฟสูง-ต่ำ อัตโนมัติ (AHB) ถุงลมนิรภัย 8 จุดรอบคัน เซนเซอร์กะระยะการจอดหน้าและหลัง

Mitsubishi

Mitsubishi Triton ขายทั้งหมด 6 รุ่นย่อย 5 เกรดระดับความหรูในร่าง 4 ประตูดับเบิ้ลแค็ปทั้งรุ่น GLX 4×2 และ 4×4, GLX+ 4×4, GLX-R 4×4 รุ่นใหม่, GLS 4×4 และ GSR 4×4

ในราคาไม่รวมค่า on-road เริ่ม $43,690- $63,840 หรือราว 985,000-1,439,000 บาทและรุ่นใหม่ GLX-R ไม่รวมค่า on-road เริ่ม $43,690- $63,840 หรือราว 1,279,000 บาท โดยมีสีภายนอก 8 สีดังนี้

  • สีส้ม Yamabuki Orange Metallic
  • สีบรอนซ์เงิน Blade Silver Metallic
  • สีขาวมุก White Diamond
  • สีขาว Solid White
  • สีเทา Graphite Gray Metallic
  • สีดำ Jet Black Mica
  • สีแดง Solid Red (ไม่มีสีนี้ในไทย)
  • สีน้ำเงิน Impulse Blue Metallic (ไม่มีสีนี้ในไทย)

ที่มา CAREXPERT

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...