เที่ยวมิลาน จุดบรรจบของ แฟชั่นความงาม ศิลปะ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และความทันสมัย ได้อย่างลงตัว
LSA Thailand
อัพเดต 23 ส.ค. 2567 เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2567 เวลา 11.30 น. • Lifestyle Asia Thailandหากคุณกำลังมองหาปลายทางที่มีทั้งศิลปะ แฟชั่น และอาหารอร่อยแบบสุดๆ เมืองมิลานในอิตาลี คือตัวเลือกที่ห้ามพลาด! วันนี้เราขอชวนคุณมาออกเดินทางไปสำรวจ เที่ยวมิลาน แบบ 3 วันเต็ม ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักกับเสน่ห์ของเมืองนี้ให้มากขึ้นกว่าเดิม
ไม่ว่าคุณจะเป็นสายช้อปปิ้ง ชอบถ่ายรูปเล่นกับสถาปัตยกรรมสวยๆ หรืออยากลิ้มรสเจลาโต้ที่อร่อยที่สุด มิลานมีครบทุกอย่าง! ไม่ว่าจะเดินเล่นในเขตเมืองเก่าเยี่ยมชมมหาวิหารที่สูงตระหง่าน ไปจนถึงการนั่งชิลๆ ที่คาเฟ่สุดฮิปในย่านนาวิกลี (Navigli) บอกเลยว่าทริปนี้คุณจะไม่อยากให้วันหยุดจบลง! พร้อมหรือยัง? ถ้าพร้อมแล้ว เก็บกระเป๋า ใส่รองเท้าสบายๆ และมาลุยเที่ยวมิลานแบบไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา เพราะ LSA Guide! เราจะพาคุณไปสัมผัสกับอีกหนึ่งประสบการณ์ที่แสนพิเศษไปด้วยกัน!
1 /8
How to get there ?
Photo Credit: https://en.wikipedia.org/wiki/Milan_Malpensa_Airport
จากกรุงเทพฯ มีหลายสายการบินที่ให้บริการไปยังมิลาน ได้แก่:
– การบินไทย (Thai Airways): มีเที่ยวบินตรงจาก สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) ไปยังสนามบินมิลาน มัลเพนซา (MXP) ใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมง 55 นาที
– กัลฟ์แอร์ (Gulf Air): มีเที่ยวบินที่ต้องต่อเครื่องที่สนามบินบาห์เรน (BAH) ใช้เวลารวมประมาณ 16-18 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเวลารอเปลี่ยนเครื่อง
– กาตาร์แอร์เวย์ (Qatar Airways): ต้องต่อเครื่องที่สนามบินโดฮา (DOH) ใช้เวลารวมประมาณ 15-17 ชั่วโมง
– คาเธ่ย์แปซิฟิก (Cathay Pacific): ต้องต่อเครื่องที่สนามบินฮ่องกง (HKG) ใช้เวลารวมประมาณ 17 ชั่วโมง
2 /8
Top 5 of Milan
Photo Credit: by vwalakte on freepik
1. มหาวิหารดูโอโม่ (Duomo di Milano) มหาวิหารดูโอโม่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองมิลาน ที่ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด! ด้วยสถาปัตยกรรมโกธิกที่งดงามและละเอียดอ่อน ที่นี่จะทำให้คุณตื่นตาตื่นใจไปกับความยิ่งใหญ่ และอย่าลืมขึ้นไปชมวิวที่ดาดฟ้า ที่คุณจะได้เห็นมิลานในมุมมองที่สวยที่สุด
2. แกลเลอเรีย วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 (Galleria Vittorio Emanuele II) หากคุณชื่นชอบการช้อปปิ้งหรือเพียงแค่ต้องการสัมผัสบรรยากาศหรูหรา ต้องไปที่นี่! แกลเลอเรียเก่าแก่ที่ตกแต่งด้วยหลังคากระจกสวยงาม พร้อมร้านค้าแบรนด์ดังที่เรียงรายอยู่ในที่เดียว ให้คุณเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งหรือเพียงแค่เดินชมความงามของสถานที่
3. ปราสาทสฟอร์เซสโก้ (Castello Sforzesco) ปราสาทเก่าแก่แห่งนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และศิลปะที่มีค่า การเดินชมพิพิธภัณฑ์ภายในปราสาทจะทำให้คุณได้เรียนรู้เรื่องราวของมิลานในอดีตอย่างละเอียด ที่นี่คือสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่รักในประวัติศาสตร์และศิลปะอย่างแท้จริง
4. ย่านนาวิกลี (Navigli District) สำหรับผู้ที่ชอบบรรยากาศสุดชิลล์และศิลปะแนวสตรีท คุณต้องไม่พลาดย่านนาวิกลี ที่เต็มไปด้วยคลองน่ารักๆ ร้านอาหารและคาเฟ่เก๋ๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ย่านนี้ยังคึกคักด้วยตลาดกลางคืนและงานอีเวนต์ที่จัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ คุณจะได้พบกับมิลานในอีกมุมที่มีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยสีสัน
5. พิพิธภัณฑ์พิพิธภัณฑ์ศิลปะและวิทยาศาสตร์ของ เลโอนาร์โด ดา วินชี (Museo Nazionale Scienza e Tecnologia Leonardo da Vinci) พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสถานที่ที่คุณจะได้พบกับนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ของเลโอนาร์โด ดา วินชี ศิลปินและนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่นี่มีทั้งโมเดลและผลงานที่จัดแสดงอย่างครบครัน รวมถึงการจัดแสดงเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่จะทำให้คุณรู้สึกทึ่งกับความสามารถของเขา
3 /8
Best Time
Photo Credit: https://www.linkedin.com/pulse/milan-fashion-week-springsummer-2024-beatrice-angeleri
ถ้าคุณกำลังวางแผนจะไปเที่ยวมิลานและอยากสัมผัสบรรยากาศที่ดีที่สุด ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยือนมิลานคือ ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เมษายนถึงมิถุนายน) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายนถึงตุลาคม) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อากาศเย็นสบาย ไม่หนาวหรือร้อนเกินไป นอกจากนี้ยังเป็นช่วงที่เมืองเต็มไปด้วยสีสันของธรรมชาติและชีวิตชีวาของผู้คน
ในฤดูใบไม้ผลิ คุณจะได้เห็นสวนสวยๆ ในมิลานที่เต็มไปด้วยดอกไม้ที่บานสะพรั่ง อากาศสดชื่นและท้องฟ้าสดใส ทำให้การเดินชมเมืองและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ ส่วนในฤดูใบไม้ร่วง สีสันของใบไม้ที่เปลี่ยนสีสร้างบรรยากาศโรแมนติกและเงียบสงบ คุณสามารถเดินเล่นในสวนสาธารณะหรือทานอาหารกลางแจ้งแบบชิลล์ๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน
นอกจากนั้น หากคุณเป็นคนที่หลงใหลในแฟชั่น การมาเยือนมิลานในช่วง สัปดาห์แฟชั่น (Milan Fashion Week) ที่จัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์และกันยายน ก็จะเป็นช่วงเวลาที่คุณจะได้สัมผัสกับมิลานในแบบที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาและความหรูหราของวงการแฟชั่นระดับโลก
ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเลือกมาในช่วงไหน มิลานก็จะต้อนรับคุณด้วยความงดงามและเสน่ห์ที่ไม่เคยจางหาย แต่ถ้าคุณอยากให้ทริปของคุณเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ ช่วงใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงคือตัวเลือกที่คุณไม่ควรพลาด!
4 /8
Day 1: ต้อนรับวันแรกกับสัญลักษณ์แห่งมิลาน - มหาวิหารดูโอโม่ (Duomo di Milano) - แกลเลอเรีย วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 (Galleria Vittorio Emanuele II) - พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Ambrosiana (Pinacoteca Ambrosiana)
Photo Credit: https://www.duomomilano.it/duomo-e-pinacoteca-ambrosiana-un-nuovo-biglietto-combinato-per-la-visita/
เช้า:
มหาวิหารดูโอโม่ (Duomo di Milano)
เริ่มวันแรกด้วยการเยี่ยมชมมหาวิหารดูโอโม่ สถานที่ที่เป็นหัวใจของมิลาน ขึ้นไปที่ดาดฟ้าเพื่อชมวิวเมืองแบบ 360 องศา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของศรัทธาและศิลปะที่ยิ่งใหญ่ เมื่อคุณยืนอยู่หน้าโครงสร้างโกธิกอันยิ่งใหญ่นี้ คุณจะรู้สึกเหมือนถูกนำพาไปสู่ยุคสมัยที่ศิลปะและศาสนาผสานกันอย่างลงตัวโดมสูงตระหง่านที่ประดับด้วยยอดปลายแหลมจำนวนมาก ทำให้มหาวิหารดูโอโม่มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่มีที่ใดเหมือน การแกะสลักรูปปั้นของนักบุญและสัตว์ในตำนานที่ละเอียดอ่อนและวิจิตรเป็นงานศิลปะที่น่าตื่นตาตื่นใจ แม้แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตจนคุณไม่สามารถละสายตาได้บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยความเงียบสงบและงดงาม สายตาของคุณจะถูกดึงดูดด้วยหน้าต่างกระจกสี (stained glass) ที่บอกเล่าเรื่องราวจากพระคัมภีร์ด้วยสีสันที่งดงามและสดใส อย่าพลาดที่จะขึ้นไปบนดาดฟ้าของมหาวิหาร ซึ่งคุณจะได้เห็นวิวเมืองมิลานในมุมมองที่สวยที่สุด ลมที่พัดผ่านและท้องฟ้ากว้างใหญ่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนยอดของโลก
- วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย M1 หรือ M3 มาลงที่สถานี Duomo
สาย:
แกลเลอเรีย วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 (Galleria Vittorio Emanuele II)
เดินต่อมาที่แกลเลอเรีย วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 ห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่และหรูหราที่สุดในมิลาน ถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมสวยๆ และแวะช้อปปิ้งตามใจชอบ เป็นเหมือนประตูสู่โลกแห่งความหรูหราและศิลปะในใจกลางเมืองมิลาน ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แต่ยังเป็นสถานที่ที่ความงามและประวัติศาสตร์หลอมรวมกันอย่างลงตัว โครงสร้างโค้งสูงที่ทำจากเหล็กและกระจก ทำให้แสงแดดสาดส่องลงมาสร้างบรรยากาศที่ทั้งหรูหราและอบอุ่น พื้นหินโมเสคที่ประดับด้วยลวดลายซับซ้อน บอกเล่าความยิ่งใหญ่ของยุควิกตอเรีย คุณจะพบกับร้านค้าแบรนด์เนมชื่อดังที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง ตั้งแต่ Prada, Gucci ไปจนถึง Louis Vuitton และอีกหลายแบรนด์มากมายมีคาเฟ่และร้านอาหารหรูหรา ที่คุณสามารถนั่งจิบกาแฟพร้อมกับชมผู้คนที่เดินผ่านไปมา หรือจะลองชิมอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิมในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความอบอุ่น
เที่ยง:
ร้านอาหาร: Luini
ลองชิม Panzerotti ที่มีชื่อเสียงของร้าน Luini อาหารสตรีทฟู้ดที่คนท้องถิ่นรัก
- วิธีการเดินทาง: ร้านอยู่ใกล้แกลเลอเรีย เดินประมาณ 2 นาที
บ่าย:
พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Ambrosiana (Pinacoteca Ambrosiana)
สัมผัสกับผลงานศิลปะจากยุคเรอเนสซองส์และบาร็อค รวมถึงผลงานของเลโอนาร์โด ดา วินชี พาคุณย้อนเวลากลับไปสัมผัสกับความยิ่งใหญ่และความงดงามของศิลปะยุคเก่า เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ของศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดล้ำค่าจากจิตรกรชื่อดังอย่าง ราฟาเอล และคาราวัจโจ หนึ่งในผลงานที่ต้องไม่พลาดชมคือ “Codex Atlanticus” ของเลโอนาร์โด ดา วินชี สมุดบันทึกที่เต็มไปด้วยภาพสเก็ตช์และแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักคิดรุ่นหลัง ความลึกซึ้งและความละเอียดอ่อนในผลงานเหล่านี้จะทำให้คุณทึ่งและหลงใหลในอัจฉริยภาพของเขานอกจากนี้ ห้องสมุด Ambrosiana ที่ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ยังเป็นแหล่งรวบรวมหนังสือโบราณและต้นฉบับหายาก ที่บอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และศิลปะของอิตาลีได้อย่างครบถ้วน
- วิธีการเดินทาง: เดินประมาณ 10 นาทีจากแกลเลอเรีย
เย็น:
ร้านอาหาร: Obicà Mozzarella Bar
ลิ้มรสชีสมอซซาเรลลาสดๆ พร้อมไวน์ท้องถิ่นในบรรยากาศสบายๆ
- วิธีการเดินทาง: เดินกลับมาทางดูโอโม่ ใช้เวลาเพียง 5 นาที
5 /8
Day 2: เดินทางผ่านประวัติศาสตร์และศิลปะ - ปราสาทสฟอร์เซสโก้ (Castello Sforzesco) - ย่านนาวิกลี (Navigli District) -
Photo Credit: https://www.hotelviumilan.com/en/hotel-5-stelle-in-zona-en/history-navigli-milan/
เช้า:
ปราสาทสฟอร์เซสโก้ (Castello Sforzesco)
เยี่ยมชมปราสาทที่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและศิลปะมิลาน สถานที่ที่เต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์และสวนสวย เป็นหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองและอำนาจของมิลานในอดีต คุณจะรู้สึกถึงพลังและความยิ่งใหญ่ที่สะท้อนจากกำแพงอิฐสีแดงและหอคอยที่สูงตระหง่าน พิพิธภัณฑ์ภายในปราสาทเต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่าทางศิลปะ ตั้งแต่ผลงานชิ้นเอกของมิเกลันเจโลไปจนถึงเครื่องดนตรีโบราณและอาวุธที่เคยใช้ในสงครามหนึ่งในไฮไลท์ของการเยือนปราสาทสฟอร์เซสโก้ คือการได้ชม “Pietà Rondanini” ผลงานชิ้นสุดท้ายของมิเกลันเจโล ที่สื่อถึงความอ่อนโยนและความเศร้าในรูปแบบที่งดงามและลึกซึ้ง ผลงานนี้จะแฝงความรู้สึกที่สัมผัสได้ถึงหัวใจของผู้สร้างและผู้ชมในเวลาเดียวกันนอกจากนี้ สวนรอบปราสาทยังเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเดินเล่นและพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้บานสะพรั่งหรือฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสี บรรยากาศที่นี่จะทำให้คุณรู้สึกสงบและผ่อนคลายหลังจากการเดินชมศิลปะและประวัติศาสตร์
- วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย M1 ไปลงที่สถานี Cairoli
เที่ยง:
ร้านอาหาร: Trattoria La Madonnina
ลิ้มรสอาหารอิตาเลียนแท้ๆ ในร้านที่มีบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง
- วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย M2 ไปลงที่สถานี Porta Genova
บ่าย:
ย่านนาวิกลี (Navigli District)
เดินเล่นริมคลองนาวิกลีที่คึกคักไปด้วยคาเฟ่ ร้านอาหาร และแกลเลอรีเล็กๆ เพลิดเพลินกับการชมศิลปะสตรีทและบรรยากาศสุดชิลล์ ที่นี่เป็นเสมือนหัวใจที่เต้นแรงของมิลานในยามเย็น ย่านที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและเสน่ห์ ด้วยทัศนียภาพของคลองที่ล้อมรอบด้วยบ้านเรือนเก่าแก่และร้านค้าที่เต็มไปด้วยสีสัน แสงไฟจากร้านอาหารและคาเฟ่ที่สะท้อนกับผิวน้ำสร้างบรรยากาศที่โรแมนติกและอบอุ่นเมื่อเดินเล่นตามถนนเลียบคลอง คุณจะพบกับร้านอาหารและบาร์ที่เรียงรายอยู่ทั้งสองฝั่ง ไม่ว่าคุณจะเลือกนั่งจิบไวน์ใต้แสงดาวหรือจะลองลิ้มรสอาหารอิตาเลียนที่สดใหม่ ทุกช่วงเวลาที่คุณใช้ที่นี่จะเต็มไปด้วยความเพลิดเพลินและความผ่อนคลายนอกจากอาหารและเครื่องดื่ม ย่านนาวิกลียังเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งรวมศิลปะและวัฒนธรรม ที่นี่เต็มไปด้วยแกลเลอรีและร้านงานฝีมือที่แสดงผลงานของศิลปินท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นงานภาพวาด ประติมากรรม หรือของตกแต่งบ้าน คุณสามารถเดินเข้าชมและสัมผัสความคิดสร้างสรรค์ที่เปี่ยมล้นอยู่ในทุกมุมของย่านนี้ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมย่านนาวิกลีคือช่วงพระอาทิตย์ตกดิน เมื่อท้องฟ้าเปลี่ยนสีจากฟ้าเป็นชมพูและส้ม แสงที่อ่อนโยนของดวงอาทิตย์ยามเย็นจะสะท้อนกับน้ำในคลอง สร้างภาพที่งดงามราวกับภาพวาด
- วิธีการเดินทาง: เดินจากร้านอาหารใช้เวลาประมาณ 10 นาที
เย็น:
ร้านอาหาร: Officina 12
ร้านอาหารสไตล์ลอฟท์ที่ตั้งอยู่ในย่านนาวิกลี เสิร์ฟอาหารอิตาเลียนแบบโมเดิร์นและค็อกเทลรสเยี่ยม
- วิธีการเดินทาง: เดินเล่นในนาวิกลีจนถึงร้าน
6 /8
Day 3: สัมผัสความทันสมัยและความคลาสสิค - พิพิธภัณฑ์ศิลปะและวิทยาศาสตร์ของเลโอนาร์โด ดา วินชี (Museo Nazionale Scienza e Tecnologia Leonardo da Vinci) - ย่านแฟชั่น (Quadrilatero della Moda)
Photo Credit: https://www.italia.it/it/lombardia/milano/cosa-fare/quadrilatero-della-moda-milano
เช้า:
พิพิธภัณฑ์ศิลปะและวิทยาศาสตร์ของ เลโอนาร์โด ดา วินชี (Museo Nazionale Scienza e Tecnologia Leonardo da Vinci)
เริ่มวันสุดท้ายด้วยการสำรวจผลงานและนวัตกรรมของ เลโอนาร์โด ดา วินชี พร้อมชมเทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นดั่งโลกมหัศจรรย์ที่เปิดโอกาสให้คุณได้สัมผัสกับความอัจฉริยะของหนึ่งในนักคิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ผ่านห้องจัดแสดงที่เต็มไปด้วยเครื่องมือและต้นแบบที่เลโอนาร์โดได้ออกแบบ คุณจะรู้สึกถึงความมหัศจรรย์และความคิดสร้างสรรค์ที่พลิกโฉมโลกของเขา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน, เรือดำน้ำ หรือแม้กระทั่งเครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้าง ทุกสิ่งที่คุณเห็นล้วนเป็นการถ่ายทอดความฝันและความอัจฉริยะของเขาออกมาในรูปแบบที่จับต้องได้ส่วนที่น่าทึ่งอีกอย่างคือการจัดแสดงที่มีชีวิตชีวา ซึ่งช่วยให้คุณเข้าใจถึงหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่เลโอนาร์โดค้นพบและพัฒนา คุณจะได้ทดลองใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่เขาออกแบบ เพื่อสัมผัสกับแนวคิดและวิธีการที่เขาใช้ในการค้นคว้าสิ่งใหม่ๆ และประสบความสำเร็จ
- วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย M2 ไปลงที่สถานี Sant’Ambrogio
เที่ยง:
ร้านอาหาร: Piz
ลิ้มรสพิซซ่าแสนอร่อยที่มีชื่อเสียงในมิลาน อาจจะต้องรอคิวหน่อย แต่คุ้มค่าแน่นอน!
- วิธีการเดินทาง: เดินประมาณ 15 นาทีจากพิพิธภัณฑ์
บ่าย:
ย่านแฟชั่น (Quadrilatero della Moda)
เยี่ยมชมย่านแฟชั่นสุดหรูหราของมิลาน สำรวจร้านแบรนด์ดังระดับโลกและเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งแบบมีสไตล์ แหล่งรวมความหรูหราและทันสมัยที่ไม่เคยหลับใหล ทุกก้าวที่คุณเดินจะพาคุณไปสัมผัสกับแฟชั่นที่เหนือระดับและศิลปะการออกแบบที่เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ถนนที่อยู่ในย่านแฟชั่นแห่งนี้เต็มไปด้วยบูติกแบรนด์ระดับโลก ตั้งแต่ Gucci, Prada, Versace และแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย ร้านค้าเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ขายเสื้อผ้า แต่เป็นนิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวของแฟชั่นและการออกแบบที่ไม่มีวันตกยุค หน้าต่างทุกบานของร้านถูกตกแต่งอย่างสวยงามและละเอียดอ่อนดึงดูดความสนใจของคุณจนต้องหยุดมอง
- วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย M3 ไปลงที่สถานี Montenapoleone
เย็น:
คาเฟ่: Marchesi 1824
ปิดท้ายทริปด้วยการนั่งจิบกาแฟหรือทานขนมหวานในคาเฟ่ที่เก่าแก่และหรูหราที่สุดแห่งหนึ่งในมิลาน
- วิธีการเดินทาง: เดินประมาณ 10 นาทีจากย่านแฟชั่น
7 /8
Unseen
Photo Credit: https://museomilano.org/museo/casa-atellani-leonardo-vigna/
1. สวนลับของสถาบันการศึกษา (Orto Botanico di Brera)
ซ่อนตัวอยู่ในใจกลางเมืองมิลาน สวนพฤกษศาสตร์ของสถาบันการศึกษานี้ เป็นพื้นที่เขียวขจีที่ล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรรมคลาสสิค ความเงียบสงบของสวนที่เต็มไปด้วยพืชพันธุ์ที่หายากและดอกไม้ที่บานสะพรั่ง เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและหลบหนีจากความวุ่นวายของเมือง
2. บาร์ในห้องใต้ดินของห้องสมุด (Biblioteca Ambrosiana’s Hidden Bar)
ในห้องสมุด Ambrosiana ที่โด่งดังมีบาร์ลับซ่อนอยู่ในห้องใต้ดินของอาคาร ที่นี่คุณสามารถดื่มด่ำกับเครื่องดื่มรสเลิศในบรรยากาศที่สงบและเป็นกันเอง ความลับของบาร์นี้ยังคงถูกเก็บไว้ดี ทำให้มันเป็นที่หลบซ่อนที่ดีที่สุดสำหรับนักเดินทางที่แสวงหาความเป็นส่วนตัว
3. ตลาดเก่าแก่ของเมือง (Mercato di Viale Papiniano)
ตลาดเก่าที่ตั้งอยู่ในย่าน Viale Papiniano เป็นตลาดที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวไปเยือนที่นี่ แต่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและความเป็นมิลานแท้ๆ คุณจะได้สัมผัสกับของสดใหม่และอาหารท้องถิ่นที่อร่อย ไม่ว่าจะเป็นชีสอิตาเลียนสดๆ หรือผักผลไม้ที่เพิ่งเก็บเกี่ยว
4. อุโมงค์ลับใต้เมือง (Galleria delle Carrozze)
อุโมงค์ลับที่ตั้งอยู่ใต้พื้นดินของมิลานซึ่งเชื่อมต่อกับอาคารต่างๆในย่านที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก เป็นเส้นทางลับที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของเมืองเก่าแก่ คุณสามารถสำรวจทางเดินและสัมผัสถึงบรรยากาศที่มีเสน่ห์และความลับที่ถูกเก็บงำไว้
5. บ้านเก่าแก่แห่งถนน Brera (Casa degli Atellani)
บ้านที่ตั้งอยู่ในย่าน Brera นี้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวรู้จัก แต่เต็มไปด้วยความงามและความสง่างามของยุคเรอเนสซองส์ สวนที่อยู่หลังบ้านมีความลับของประวัติศาสตร์และการออกแบบที่สวยงาม คุณสามารถสัมผัสกับบรรยากาศของเมืองในยุคอดีตที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์
8 /8
Did You Know ?
Photo Credit: https://blog.sciencemuseum.org.uk/leonardos-great-monuments-of-the-human-mind/
1. เมืองแห่งแฟชั่นที่มีประวัติยาวนาน
มิลานไม่ใช่แค่เมืองแห่งแฟชั่นในยุคปัจจุบัน แต่มีประวัติศาสตร์แฟชั่นที่ยาวนานเกือบ 200 ปี โดยมีอุตสาหกรรมเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 โดยในปี 1958 มิลานได้จัดงานแฟชั่นโชว์ครั้งแรกที่กลายเป็นต้นแบบให้กับงานแฟชั่นระดับโลกในปัจจุบัน
2. มหาวิหารดูโอโม่ คือโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี
แม้ว่าคุณจะเคยเห็นภาพของมหาวิหารดูโอโม่อยู่บ่อยครั้ง แต่คุณอาจไม่ทราบว่าโบสถ์แห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี และใช้เวลาสร้างกว่า 600 ปี กว่าจะเสร็จสมบูรณ์! เป็นที่เก็บรักษาเรื่องราวและศิลปะที่ล้ำค่าในประวัติศาสตร์ของมิลาน
3. มิลานมีระบบขนส่งสาธารณะที่มีสีสัน
เมืองมิลานมีระบบขนส่งสาธารณะที่เต็มไปด้วยสีสันและชีวิตชีวา โดยเฉพาะรถรางซึ่งมีหลายสีสันและเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การขนส่งในเมืองนี้มาอย่างยาวนาน รถรางเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือในการเดินทาง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศที่ทำให้มิลานมีเสน่ห์เฉพาะตัว
4. มิลานเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโรมัน
ในสมัยโรมัน มิลานเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโรมันที่ชื่อว่า “Mediolanum” ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางสำคัญในยุคนั้น อนุสรณ์และโครงสร้างโบราณที่คุณสามารถเห็นในเมืองวันนี้เป็นหลักฐานของความสำคัญในประวัติศาสตร์โรมัน
5. พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ของเลโอนาร์โด ดา วินชี มีการทดลองจริง
พิพิธภัณฑ์ศิลปะและวิทยาศาสตร์ของ เลโอนาร์โด ดา วินชี ในมิลานไม่ได้มีเพียงแค่การจัดแสดง แต่ยังมีการทดลองและการสร้างสรรค์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของเลโอนาร์โดเอง คุณสามารถสัมผัสกับการทดลองและเครื่องมือที่เขาออกแบบ ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปในยุคของเขา
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia Main, Hero and Featured images: by senivpetro & vwalakte on freepik Reference: www.skyscanner.net/flights-to/mila/cheap-flights-to-milan.html www.yesmilano.it/en/articles/not-be-missed-top-tourist-attractions-milano www.milantips.com/attractions-sightseeing.html www.headout.com/blog/best-time-to-visit-milan www.travel.usnews.com/Milan_Italy/When_To_Visit/ www.visitacity.com/en/milan/itinerary-by-day/3 www.aspectsofstyle.com/2024/01/28/milan-3-days/ www.solosophie.com/secret-spots-in-milan/ www.youtube.com/watch?v=hP8XDN5w4rc www.housinganywhere.com/Milan--Italy/fun-facts-milan www.meininger-hotels.com/blog/en/10-facts-about-milan/ Vespa by the Sea โปรเจกต์สายลมและแสงแดดที่ชวนให้คุณอยากมาเที่ยวอิตาลี ที่เที่ยวอิตาลี กับ Itinerary เด็ด ๆ สำหรับเที่ยวกรุงโรม เที่ยวอิตาลี เดือนไหนดี? แต่ละฤดูมีที่เที่ยวไหนน่าสนใจบ้าง ที่สุดการพักผ่อนในอิตาลี สัมผัสความหรูหรา ประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ที่ Park Hyatt Milan เสน่ห์เมืองท่าเรือ ที่สุดการพักผ่อนในอิตาลี ณ Splendido Mare, A Belmond Hotel , Portofino The information in this article is accurate as of the date of publication.