โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เทียบฟอร์ม ITC-AAI หุ้นอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตแรง !!

Wealthy Thai

อัพเดต 04 ธ.ค. 2567 เวลา 16.17 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2567 เวลา 02.08 น.

อาหารสัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกของไทยที่เติบโตได้โดดเด่น ล่าสุดตัวเลขส่งออกไทยเดือนก.ค. ออกมาขยายตัว 15.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ดีกว่าตลาดคาด 7% โดยอาหารสัตว์เลี้ยงยังคงเป็นหนึ่งในสินค้าที่เติบโตต่อเนื่องที่ระดับ 26.6% เมื่อกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการขยายตัวถึง 8 เดือนติดต่อกัน
แน่นอนว่าหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์ ย่อมเป็น 2 หุ้นผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงอย่าง AAI หรือ บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ ITC หรือ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งในช่วงครึ่งแรกของปีผลประกอบการก็ขยายตัวได้ดีเช่นเดียวกัน
ดังนั้น Wealthy Thai จึงอยากชวนนักลงทุนมาสำรวจแนวโน้มครึ่งปีหลัง ธุรกิจของแต่ละบริษัทจะเป็นอย่างไร จะสามารถสร้างการเติบโตที่น่าประทับใจต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกได้หรือไม่
สำหรับ AAI บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ปรับกำไรปี 2567 ขึ้น 20% เป็น 1,138 ล้านบาท โต 160% จากปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากการปรับสมมติฐานยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขึ้น หลังครึ่งปีแรกดีกว่าคาดมาก
ส่วนแนวโน้มไตรมาส 3/67 เบื้องต้นประเมินกำไรปกติจะฟื้นตัวสูงจากไตรมาส 3/66 แต่มีโอกาสอ่อนตัวจากไตรมาส 2/67 จากต้นทุนทูน่าที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตามคาดการณ์แนวโน้มโดยรวมในช่วงครึ่งหลังปี 2567 จะยังเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและครึ่งปีแรก จากยอดขายที่ดีต่อเนื่องตามปัจจัยฤดูกาล และอานิสงส์การขยายผลิตภัณฑ์และตลาดใหม่ของลูกค้า
ด้านราคาหุ้นกลับมา underperform SET 9% ในช่วง 1 เดือน โดยมองว่าเป็นผลจากการ take profit บางส่วน รวมถึงเงินบาทกลับมาแข็งค่า อย่างไรก็ตามฝ่ายวิเคราะห์คงมุมมองบวกจากกำไรปกติปี 2567 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มจากการส่งออกที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง และความคืบหน้าลูกค้าใหม่รายใหญ่ในช่วงครึ่งปีหลังและไตรมาส 1/68 โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 9.50 บาท
ขณะที่ ITC นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ตลาดกังวลปัจจัยเศรษฐกิจ แต่แนวโน้มกำไรครึ่งหลังปี 2567 ยังเติบโตต่อทั้งจากครึ่งปีแรกและช่วงเดียวกันของปีก่อนได้ โดยประเมินว่าตลาดกังวลต่อปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงจะเกิด Recession ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดหลักของ ITC ที่มีสัดส่วนรายได้ราว 50% ของรายได้รวม
อย่างไรก็ตามบริษัทยังไม่เห็นสัญญาณการชะลอคำสั่งซื้อและมีการปรับไซส์ขนาดสินค้าให้ราคาเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายมากขึ้น และหนึ่งในกลยุทธ์หลักในการเติบโตของบริษัทคือการขยายลูกค้ากลุ่ม Private Label ที่เป็น Premium ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ราว 17% มากขึ้น ซึ่งจะมีราคาขายเฉลี่ยสินค้าที่ต่ำกว่าสินค้าแบรนด์ระดับโลก ทำให้จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบที่น้อยกว่าหาก Recession เกิดขึ้น
นอกจากนี้ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงคาดการณ์ปริมาณขายจะสูงขึ้นต่อเนื่องทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ในไตรมาส 3/67 และ 4/68 ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วงไฮซีซั่น ปัจจุบันในไตรมาส 3/67 บริษัทมีการ Secured order ไว้ 90% ของเป้าหมายแล้ว และจะรับรู้รายได้จากคำสั่งซื้อบางส่วนที่ถูกเลื่อนมาจากไตรมาส 2/67 อีกราว 5-10% ของรายได้รวมในส่วนราคาขายเฉลี่ย แม้อาจมีการปรับลงกับลูกค้าเฉลี่ยราว 1-2% แต่จะชดเชยได้ด้วยปริมาณขายที่สูงขึ้น
ขณะที่ค่าเสื่อมราคาจากโรงงานใหม่จะเข้ามาราว 20 ล้านบาทต่อไตรมาส แต่ประเมินว่า GPM จะยังอยู่ในระดับสูง และคงคาดกำไรปกติของ ITC จะเติบโตได้ต่อเนื่องทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า แม้ GPM อาจชะลอลงจากครึ่งปีแรก จากการปรับราคาขายลง และรับรู้ค่าเสื่อมที่สูงขึ้นก็ตาม
ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2567 ขึ้น 17.1% เป็น 3,818 ล้านบาท โต 65.1% จากปีก่อน พร้อมปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 27 บาท และคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประมาณการไม่รวม Upside จากการทำ M&A และรายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินปล่อยกู้ให้ TU

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...