33 ปี ชีวิตสีกากี (86) | อีกคดีที่อยู่ในความทรงจำ
ตลอดทั้งปี พ.ศ.2526 ผมได้เข้าเวรนายร้อยเวรสอบสวนคดีอาญาและจราจร ประมาณ 42 ครั้ง ครั้งละ 24 ชั่วโมง ยกเว้นเดือนกุมภาพันธ์ ไปช่วยราชการ สภ.อ.ละอุ่น นาน 1 เดือน มีสำนวนการสอบสวนที่รับผิดชอบ จำนวน 191 คดี
ส่วนใหญ่เป็นคดีหลบหนีเข้าเมืองมากถึง 98 คดี
คดียาเสพติด 21 คดี
คดี พ.ร.บ.อาวุธปืน 13 คดี
คดี พ.ร.บ.ปรามการค้าประเวณี 12 คดี
คดีการพนัน 10 คดี
คดีลักทรัพย์ 4 คดี ปล้นทรัพย์ 1 คดี คดีฆ่า 1 คดี คดีพยายามฆ่า 1 คดี คดีหลบหนีภาษี 4 คดี คดีบุกรุกในเคหสถาน 1 คดี
คดีปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม 1 คดี คดีฐานทำไม้หวงห้าม ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2 คดี คดีฆ่าสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต 2 คดี
คดีค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 1 คดี คดี พ.ร.บ.เช็ค 1 คดี คดีฉ้อโกงทรัพย์ 2 คดี คดีทำร้ายร่างกาย 1 คดี
คดีเป็นเจ้าพนักงานเบียดเบียนทรัพย์สินของทางราชการเป็นของตน 1 คดี คดีเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่ยื่นรายการค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง 1 คดี คดี พ.ร.บ.จราจร และ พ.ร.บ.รถยนต์ 8 คดี คดีอื่นๆ อีก
สั่งฟ้องผู้ต้องหา จำนวน 170 คดี สั่งฟ้องผู้ต้องหาหลบหนีและออกหมายจับ 3 คดี
สั่งไม่ฟ้อง 12 คดี เพราะผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ 3 คดีหรือผู้ต้องหายินยอมชำระภาษี 1 คดี คดีอุบัติเหตุจราจรที่ผู้ต้องหาไม่ผิด 1 คดี บางคดีสอบสวนแล้วเป็นการถูกกลั่นแกล้ง
งดการสอบสวน 6 คดี หลังจากสอบสวนมานานและไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด
บางคดีผมสั่งฟ้องไป แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง เช่น คดีร่วมกันลักทรัพย์ ผู้ต้องหาเป็นชาวพม่าทั้ง 2 คน
สำหรับผลคดีต่างๆ พอจะสรุปตามคำพิพากษาได้สั้นๆ ตามนี้ คดีหลบหนีเข้าเมือง จำเลยผิดตามฟ้อง ศาลจังหวัดระนอง จะพิพากษา รับลดกึ่ง จำคุก 3 เดือน ปรับ 1,000 บาท โทษจำรอ 1 ปี หากจำเลยอายุไม่เกิน 17 ปี จำเลยผิดตามฟ้อง ลดมาตราส่วนโทษ และรับลดกึ่ง จำคุก 1 เดือน 15 วัน ปรับ 500 บาท โทษจำรอ 1 ปี
คดีอาวุธปืนเถื่อน และพกพา จำเลยผิดตามฟ้อง ฐานมี จำคุก 2 ปี ฐานพกพา จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 3 ปี รับลดกึ่ง จำคุก 1 ปี 6 เดือน ของกลางริบ
คดียาเสพติด มีเฮโรอีนไว้ครอบครอง (เฮโรอีน 1 หลอดพลาสติก) จำเลยผิดตามฟ้อง จำคุก 1 ปี
คดีมีกัญชาไว้ในครอบครอง จำเลยผิดตามฟ้อง รับลดกึ่ง จำคุก 1 เดือน 15 วัน ปรับ 500 บาท โทษจำรอ 1 ปี ของกลางริบ
หรือคดีนำรถจักรยานยนต์ที่ไม่จดทะเบียนและเสียภาษีประจำปีมาใช้ในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยผิดตามฟ้อง รับลดกึ่ง ปรับ 500 บาท
คดีปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยผิดตามฟ้อง รับลดกึ่ง ปรับ 2,000 บาท
ทั้งหมดนี้ เป็นยี่ต็อกของศาลจังหวัดระนอง หรือกรอบการพิพากษาลงโทษ
ย่างเข้าสู่ปี พ.ศ.2527
ผมยังเข้าเวรและรับคดีไว้ทำสำนวนการสอบสวนต่อไป คดีส่วนใหญ่ยังเป็นคดีหลบหนีเข้าเมือง และเริ่มมีคดีมากขึ้นจนผิดสังเกต คือ คดีความผิด พ.ร.บ.เช็ค กับคดีลักทรัพย์ก็เกิดขึ้นมาก จนถึงคดีวิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์
วันที่ 25 มกราคม 2527 พ.ต.ท.สมโภช สุนทรวร รอง ผกก.ภ.จ.ระนอง ได้ร่วมกับพวกจับกุมชาวพม่า 3 คน นายโจชุย, นายเตงกู และนายอ่าว ซึ่งได้ทำการปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน จาก น.ส.คาตียะ หรือเบบี้ บาริด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2527 เวลาประมาณ 12.54 น. กลางทะเล หมู่ที่ 2 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง
ผมได้สอบสวนทำสำนวนเสร็จสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเสนอผู้บังคับบัญชา เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2527 อัยการสั่งฟ้อง และศาลจังหวัดระนองมีคำพิพากษา จำเลยผิดตามฟ้อง จำคุกจำเลยที่ 1, 2 คนละ 10 ปี 6 เดือน จำคุกจำเลยที่ 3 12 ปี ริบอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนของกลาง ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย จำนวน 4,579 บาท
ข้อหาอื่นให้ยก
คืนหนึ่งของเดือนเมษายน 2527 ช่วงหัวค่ำ มีเหตุรถทัวร์ปรับอากาศระนอง รับผู้โดยสารเต็มคันรถ มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ แต่เพียงแค่ผ่านมาถึงตำบลบางนอน ไกลจากตัวจังหวัดระนองไม่กี่กิโลเมตร คนขับเกิดหลับใน รถทัวร์ได้พุ่งตกเหวลึกเกือบ 10 เมตร ทำให้คนขับรถทัวร์เสียชีวิต พร้อมกับผู้โดยสารหลายคน มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย และสาหัส จำนวนมาก
เมื่อผมได้รับแจ้งทางวิทยุ จึงได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งนายตำรวจ สายตรวจและตำรวจที่ว่างหน้าที่ เดินทางไปยังที่เกิดเหตุทันที
ขณะนั้นเป็นเวลากลางคืน แสงไฟไม่ค่อยมี มีเพียงไฟฉายส่องเท่านั้น สภาพรถทัวร์พังเสียหาย ผู้บาดเจ็บร้องให้คนช่วยเหลือ นายตำรวจจาก สภ.อ.เมืองระนอง ทุกคนที่ทราบต่างเข้าระดมช่วยเหลือกันเต็มที่
แต่สภาพที่รถทัวร์ตกลงไปอยู่ในที่ลึก การนำคนเจ็บขึ้นมาบนถนนแล้วลำเลียงส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลทำไม่ได้ง่ายเลย เพราะไม่มีอุปกรณ์ที่สะดวกมากมายอะไร ใช้แต่กำลังเข้าช่วย
ในเวลานั้น อุปกรณ์ที่เป็นประโยชน์มากที่สุด และช่วยคนเจ็บได้มาก คือเชือกมะนิลา ที่ตำรวจ ตชด.นำมาให้ใช้ โดยใช้เชือกหย่อนลงไป คนเจ็บจะเกาะหลังหรือผูกมัดกับตัวคนที่เข้าไปช่วย แล้วจับเชือกไต่ขึ้นมาจากพื้นล่างจนมาถึงถนนด้านบน
คนเจ็บที่รูปร่างอ้วนใหญ่ จะทุลักทุเลมาก และได้นำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจนได้ แล้วนำส่งโรงพยาบาลระนอง
การช่วยในเวลานั้นต้องใช้กำลังแขนมาก และไม่มีถุงมือให้สวมเพื่อป้องกันอะไรทั้งนั้น แทบจะทุกคนรวมทั้งผมด้วย เมื่อการช่วยเหลือเสร็จสิ้น ฝ่ามือแตกเป็นแผลเต็มไปหมด
แต่เวลานั้นกำลังหนุ่มแน่น จึงมีพละกำลังมาก สามารถช่วยเหลือคนได้เต็มที่
ผมรู้สึกขอบคุณตำรวจทุกคนไม่ว่าจะเป็นระดับไหน หรือตำรวจ ตชด. ที่มีความเป็นหนึ่งเดียวพร้อมเพรียงกันจนช่วยคนได้จำนวนมาก และรู้ว่า เมื่อยามวิกฤต ตำรวจจะเป็นที่พึ่งของประชาชน
ห่างจากนั้นไม่นาน เดือนเดียวกัน ช่วงบ่ายตะวันใกล้จะคล้อยแล้ว มีเหตุชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ คนร้ายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีขึ้นไปบนภูเขาสูง เขตพื้นที่ตำบลบางริ้น เส้นทางด้านหลังโรงเรียนพิชัยรัตนาคาร ผมจึงได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ติดตามคนร้ายไปทิศทางที่หลบหนีทันที
นอกจากผมแล้วยังมีตำรวจ ชาวบ้าน รวมทั้งรถจักรยานยนต์รับจ้างตามไปจำนวนมาก
แต่เมื่อขึ้นเขาสูงมากขึ้น และเข้าป่าลึก มองเห็นร่องรอยยางรถจักรยานยนต์ ที่ปรากฏเป็นรอยบนถนนลูกรังที่แคบๆ เมื่อลึกเข้าป่าไปเรื่อยๆ ยิ่งทำให้จำนวนชาวบ้าน และรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ติดตามมาเริ่มลดจำนวนลง และหายไปหมด คงเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียง 5 คนเท่านั้น และรถจักรยานยนต์ก็ขับขี่ผ่านต่อไปไม่ได้ เพราะลำน้ำขวางอยู่
แต่คนร้ายสามารถขับขี่ฝ่าสายน้ำที่เชี่ยวแรงไปได้ พวกผมทั้ง 5 คน ในจำนวนนี้มี ส.ต.ต.สมบูรณ์ ถือมั่น เจ้าหน้าที่ห้องคดี มาด้วย ได้ตัดสินใจจอดรถจักรยานยนต์เอาไว้และเวลานั้นเริ่มมืดค่ำลงแล้ว ผมได้พูดประสานงานผ่านทางวิทยุว่า ให้ ร.ต.ต.ชัยสิทธิ์ สิทธิชัย นำกำลังตำรวจไปดักสกัดคนร้ายทางภูเขาอีกด้าน ซึ่งเป็นเขาด้านตำบลหาดส้มแป้น และเป็นเส้นทางเดียวเท่านั้นที่จะหลบหนีไปได้
ส่วนผมจะไล่ตามหลังคนร้าย เส้นทางของผมเริ่มลำบากมาก เพราะต้องข้ามลำคลองที่ลึกเกือบถึงเอว น้ำไหลเชี่ยวและแรงมาก พวกผมทั้ง 5 คนต้องจับมือกันไว้แล้วค่อยๆ เดินผ่านข้ามลำคลองนี้ไปได้
แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า คนร้ายจะขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านไปได้ ยิ่งลึกเข้าไปในป่า สภาพการมองเห็นยิ่งน้อยลง ป่าเริ่มมืด หรือเกือบจะมองอะไรแทบไม่เห็น จนตำรวจต้องใช้ไฟแช็กจุดส่อง
พวกผมสวมเครื่องแบบ ฝนก็ตกเกือบตลอด ทั้งเปียก ทั้งหนาว และหิว ก่อนจะหมดหวัง
สุดท้าย ผมได้รับวิทยุแจ้งว่า ให้เดินทางกลับ สภ.อ.เมืองระนอง ได้แล้ว ขณะนี้ ร.ต.ต.ชัยสิทธิ์ กับตำรวจชุดที่ไปดักปลายทาง ทางด้านตำบลหาดส้มแป้น จับกุมคนร้ายที่ชิงรถจักรยานยนต์ไว้ได้แล้ว พร้อมกับยึดรถจักรยานยนต์ได้ด้วย
กว่าพวกผมจะคลำทางออกจากป่านั้นได้ เหนื่อยแทบลากเลือด มันสาหัสสากรรจ์จริงๆ ในการติดตามจับกุมคนร้ายครั้งนี้
เป็นอีกบทหนึ่งของความทรงจำที่จังหวัดระนอง
อีกคดีเป็นคดีชิงทรัพย์ นางเอ้ เป็นชาวมอญ ถูกนายอารีย์ ว่าวทอง ชิงทรัพย์และทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่หมู่ที่ 4 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2527 เวลาประมาณ 13.10 น.
นายอารีย์ถูก จ.ส.ต.อัมพร ชลัมนัย กับพวก จับตัวได้ส่งมาให้ผมสอบสวน
เมื่อสอบสวนเสร็จจึงส่งพนักงานอัยการเพื่อฟ้อง
ศาลจังหวัดระนองมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2527 จำเลยผิดตาม ป.อาญา มาตรา 295 วรรค 3 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ตามมาตรา 90 ให้ลงบทหนักตาม ป.อาญา วรรค 3 จำคุก 10 ปี
จำเลยรับสารภาพในชั้นสอบสวน มีเหตุบรรเทาโทษ ลดให้หนึ่งในสาม
คงจำคุกไว้ 6 ปี 8 เดือน
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 33 ปี ชีวิตสีกากี (86) | อีกคดีที่อยู่ในความทรงจำ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com