โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ เสียใจและขอโทษคดีตากใบ แจง ออก พ.ร.ก. ขยายอายุความไม่ได้ เหตุไม่เข้าเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ

THE STANDARD

อัพเดต 24 ต.ค. 2567 เวลา 11.52 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2567 เวลา 11.51 น. • thestandard.co
นายกฯ เสียใจและขอโทษคดีตากใบ แจง ออก พ.ร.ก. ขยายอายุความไม่ได้ เหตุไม่เข้าเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ

วันนี้ (24 ตุลาคม) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคดี ตากใบ ที่จะหมดอายุความในวันพรุ่งนี้ (25 ตุลาคม) ว่า คดีนี้เป็นคดีที่เกิดมา 20 ปีที่แล้ว ซึ่งตนก็ได้ศึกษาข้อมูลและรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งทราบว่ารัฐบาลเมื่อ 20 ปีที่แล้วตั้งแต่ยุค ทักษิณ ชินวัตร พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ จนถึง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ออกมาแสดงความเสียใจ ขอโทษ และเยียวยาชดเชยไปแล้ว ตนในฐานะนายกฯ ในวันนี้รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมากและขอโทษในนามรัฐบาล อีกทั้งจะพยายามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก

ส่วนประเด็นด้านกฎหมาย รัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมได้เร่งรัดและส่งคำถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้าง โดยเฉพาะเรื่องของการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ขยายอายุความ แต่กฤษฎีกาเห็นว่า เหตุการณ์นี้ไม่เข้าเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในการตาม พ.ร.ก. เพราะเป็นการออกมาใช้กับคดีดังกล่าวเป็นการเฉพาะ และอาจจะเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมกับคดีในลักษณะเดียวกัน จึงไม่เข้าเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญและหลักกฎหมายอาญาสากล

เชื่อหน่วยงานความมั่นคงดูแลพื้นที่ภาคใต้เต็มที่หลังคดีหมดอายุ

ส่วนจะมีการรับมืออย่างไรกับสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้หลังคดีขาดอายุความ เพราะขณะนี้มีก็ความรุนแรงเกิดขึ้น นายกฯ กล่าวว่าไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งฝ่ายความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดำเนินการอย่างเต็มที่ในการออกค้นหาและติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดี

ทั้งนี้ ตนได้รับรายงานจากหน่วยงานความมั่นคงและสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ระบุว่า ยังไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ดังนั้นตนจึงไม่อยากให้โยงเรื่องนี้กับการเมือง เพราะไม่อยากให้เกิดความรุนแรงขึ้นอีก

ส่วนหลังจากนี้จะมีการเพิ่มกำลังในพื้นที่เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ความปลอดภัยของทุกคนในประเทศเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงมีการตรึงกำลังและดูแลเรื่องนี้อย่างเต็มที่

เมื่อถามว่าคดี ตากใบ เป็นเรื่องเดียวที่จะทำให้ประชาชนในพื้นที่เชื่อมั่นในรัฐบาล แต่พอคดีหมดอายุความแล้วความไว้ใจนั้นก็ขาดลงไปด้วย แพทองธารกล่าวว่า ตอนนี้ตนในฐานะนายกฯ รู้สึกเสียใจและเชื่อว่าเมื่อ 20 ปีที่แล้ว นายกฯ หลายคนก็รู้สึกเช่นกัน เพราะทุกคนเป็นคนไทยเหมือนกัน และได้แสดงความรับผิดชอบในส่วนที่ทำได้ไปแล้ว ฉะนั้นตนก็จะทำหน้าที่นี้ด้วยเช่นกัน พร้อมขอให้ทุกคนช่วยกัน ไม่อยากให้เหตุการณ์เกิดขึ้นอีก การจะเกิดความสามัคคีได้ก็ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย และในส่วนของรัฐบาลยืนยันว่าอะไรที่ทำได้ก็ทำอย่างเต็มที่อย่างแน่นอน ขอให้ประชาชนทุกคนไว้ใจว่าตนมาอยู่ตรงนี้เพื่ออยากทำให้พี่น้องประชาชนสบายใจและทำให้บ้านเมืองสงบสุข ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญ

ขออย่าโยงคดีกับประเด็นการเมือง

เมื่อถามว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นในสมัยที่ทักษิณเป็นนายกฯ ในฐานะที่เป็นลูกและมาทำหน้าที่นายกฯ ต่อ รู้สึกกดดันหรือไม่ แพทองธารย้ำว่า ตั้งแต่สมัยทักษิณก็มีการรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และในสมัยนี้ตนก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในทุกๆ พื้นที่ของประเทศอย่างสุดความสามารถ และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องของประเทศชาติ ยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนก็ต้องดูแลอย่างเต็มที่

ส่วนที่ในวันพรุ่งนี้ (25 ตุลาคม) คดีที่จะหมดอายุความจะทำให้อุณหภูมิในเรื่องนี้ลดลงได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อย่างที่บอกว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่อยากให้โยงกับประเด็นทางการเมือง เพราะว่าในเรื่องของคดีตากใบมีการเยียวยาและการพูดคุย ทุกคนได้พยายามอย่างสุดความสามารถในการดูแลปัญหาและดูแลจิตใจซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนในเรื่องอื่นๆ ไม่อยากให้อะไรอย่างอื่นที่ไม่ใช่เรื่องของคดีนี้เป็นตัวเสริมที่จะทำให้เกิดความรุนแรง

ส่วนที่ทนายฝ่ายโจทก์หารือกันว่า หากพึ่งพากระบวนการยุติธรรมของไทยไม่ได้ก็จะนำไปฟ้องศาลโลก ในฐานะรัฐบาลจะสนับสนุนเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า คดีนี้อย่างที่เราเห็นมันเกิดมา 20 ปี จนถึงทุกวันนี้ก็มีการฟ้องร้องเพิ่มเติมขึ้นมาอีก ซึ่งจริงๆ แล้วมีหลายประเด็นประกอบกัน และคิดว่าศาลก็ได้ทำหน้าที่ รวมทั้งตัดสินไปแล้วก่อนหน้านี้

รอดูตอนจบก่อนตัดสินใจเยียวยาเพิ่มหรือไม่

เมื่อถามถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีข้อเสนอหลังคดีหมดอายุความให้รัฐบาลเยียวยาเพิ่มเติม มีความเห็นในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ต้องไปดูว่าตอนนั้นเขาจบกันแบบไหน เพราะเมื่อ 20 ปีที่แล้วได้เยียวยาทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ ทั้งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ต้องไปดูว่ามีอะไรเพิ่มเติมที่เราจะสามารถพูดคุยหรือทำอะไรได้

ส่วนจะมีโอกาสลงไปในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไปแน่นอน ต้องลงไปในทุกพื้นที่อยู่แล้ว ซึ่งต้องดูเรื่องสถานที่ด้วย และหาเวลาที่เหมาะสมว่าจะไปที่ไหนอย่างไร ก่อนหรือหลัง

ส่วนเรื่องนี้จะมีผลต่อการเจรจาของคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทุกฝ่ายก็ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ คณะกรรมการก็เช่นกัน ก็จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดความสงบสุขต่อไป และรัฐบาลก็เช่นกัน

ตามตัวพิศาล อดีต สส. เพื่อไทย ไร้ความคืบหน้า

ส่วนการจับกุมผู้ต้องหา นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้มีความคืบหน้า แต่ตำรวจก็บอกว่าได้มีการทำอยู่ ขณะที่มาตรการที่จะมีต่อ พล.อ. พิศาล วัฒนวงษ์คีรี อดีต สส. พรรคเพื่อไทย หากเดินทางกลับมาประเทศไทยหลังคดีหมดอายุความนั้นคงต้องพูดคุยกัน ขณะนี้ พล.อ. พิศาล ลาออกจากพรรคเพื่อไทยแล้ว และไม่มีใครได้คุยกับ พล.อ. พิศาล เลย ทั้งนี้ อะไรที่สามารถเจรจาพูดคุยได้ก็ต้องทำอยู่เเล้ว ต้องไปข้างหน้า หรือพยายามทำให้ปัญหาย่อลง

ไม่หวังปาฏิหาริย์-ขออยู่กับความจริง

เมื่อพูดถึงกรณีที่ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เคยระบุว่า เรื่องนี้ต้องรอปาฏิหาริย์ที่จะสามารถนำตัวผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดี ในฐานะรัฐบาลเรื่องนี้จะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “เราทำทุกอย่างอย่างเต็มที่และเต็มความสามารถ ปาฏิหาริย์เหรอ มันต้องใช้เรื่องจริง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...