โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โตโน่ เคยถูกทาบเป็นบอส ลั่นไม่คิดซ้ำคนล้มให้กฎหมายจัดการ

ไนน์เอ็นเตอร์เทน

อัพเดต 21 ต.ค. 2567 เวลา 10.04 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2567 เวลา 02.04 น. • NineEntertain ข่าวบันเทิงอันดับ 1 ของไทย

วงการสะเทือนไม่น้อย! จากกรณีธุรกิจ ดิไอคอนกรุ๊ป ขายฝันหลอกลวงประชาชน มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก ทำให้ บอสพอล และกลุ่มบอส รวม 18 คนเดินคอตกเข้าเรือนจำ ซึ่งรวมทั้ง 3 บอสดารา “กันต์ กันตถาวร, แซม ยุรนันท์” และ “มิน พีชญา” เรื่องนี้ทำให้ ดารา-ศิลปิน เพิ่มมาตรการในการรับงานมากขึ้น ล่าสุดพระเอกหนุ่มใจหล่อ “โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์” เผยว่าตนเคยถูกทาบไปให้เป็นบอส แต่ต้องปฏิเสธเพราะไม่ได้ใช้และไม่ต้องการโกหก เพราะเชื่อในจริงใจ-ซื่อสัตย์ ลั่นไม่อยากซ้ำเติมใคร ให้กฎหมายจัดการดีกว่า

“ก็อะไรที่ไม่ได้ใช้จริง เราก็ไม่รับ อย่างเช่นเวลาที่เราจะทำอะไรแต่ละอย่าง เราก็นึกง่าย ๆ ครับ ถ้าอย่างเป็นของคนกินเราทำให้แม่เรากินให้พ่อเรากินของใช้เราทำให้พ่อให้แม่เราใช้ แล้วผมคิดว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเงินหรอกครับ ไม่ต้องพูดอะไรเยอะ พี่ ๆ เห็นผมอยู่ตลอด เราทำในสิ่งที่เราเชื่อ เราเชื่อในเรื่องความจริงใจ ความซื่อสัตย์ ความอดทน ความมุ่งมั่น เราโตมาแบบนั้น เราถูกปลูกฝังมาแบบนั้น

ผมว่าโดนกันหมดที่ติดต่อมา โดนติดต่อมาอยู่แล้วครับ ถ้าผมไม่ได้รู้จริง ผมไม่ได้ใช้ ผมจะไปโกหกได้ยังไง คือเราดูคุณภาพของสินค้าก่อนอย่างที่ผมบอกไปเรามาได้เพราะประชาชน อย่างผมไม่ได้มาเพราะแมวมองนะ ผมมาเพราะเงินโหวตเขาคนละ 5 บาท 10 บาท ถ้าผมไม่ได้ใช้แล้วต้องโกหกผมทำไม่ลง เรื่องการรับงานก็จะมีทีมงานช่วยดูด้วย เพราะตัวผมเองไม่ใช่นักกฎหมาย ไม่ได้รู้ลึกไม่ได้รู้ทั้งหมดแต่ว่าทุก ๆ อย่างมันต้องผ่านสังกัดผ่านผู้จัดการ ผ่านผู้ช่วย ผมว่ามันเป็นความรับผิดชอบของเรา

ส่วนสคริปต์เวลาออกงานก็ปรับแก้เหมือนกัน เพราะถ้าเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ หรือเราไม่ได้รู้สึกแบบนั้นจริง ๆ แล้วเราไม่ได้รู้จริง เราไม่พูด กว่าจะมาเป็นสัญญาได้จะต้องทำ MOU ก่อนจะต้องคุยในเรื่องของแนวทางใคร ๆ ก็อยากมีเงินพี่ ใคร ๆ ก็อยากรวย แต่ถ้าอยากจะรวยมันควรจะได้เงินมาจากความทุ่มเท เราถึงจะมีความสุขนะ แต่ความเห็นผมว่าไม่ต้องถามผมเรื่องนี้หรอก เขาโดนหนักกันแล้วจริง ๆ นะ ผมลองนึกถึงหัวอกพ่อแม่เขาตอนนี้ ญาติ ๆ เขา ลูกเขา ทุก ๆ คนเราก็เคยเห็นหน้าเห็นตากันมาหมดแล้วแหละอย่าให้ผมต้องไปพูดถึงเลย ผมไม่ชอบ ต่อยมวยผมก็ไม่ซ้ำคนล้ม ตอนนี้เป็นสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูกแต่ว่าจะให้ผมมาพูดเอาหล่อ ตอนนี้อย่าไปยุ่งไม่อยากพูดถึง เราทำอะไรเรารู้ดีแก่ใจ เราอยู่วงการนี้มากี่ปีแล้ว เราทำอะไรไปบ้าง เราทำให้คนเห็นดีกว่า ตอนนี้มีหลายสิ่งที่เราต้องไปโฟกัส นักฟุตบอลของเราเป็นยังไง สภาพทีมเป็นยังไง เราจะช่วยพวกเขาได้ไหม จะผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ไหม ผมว่าเรายังมีปัญหาอยู่หลายอย่างเลยในสังคมที่เราต้องช่วยกันผ่อนหนักให้เป็นเบาแต่เรื่องนี้ผมว่าก็ให้กฏหมายจัดการ

เราคงไม่อยากเจอหรอก เราคงไม่อยากไปมีปัญหา เรายิ่งต้องละเอียดเนอะ ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเราอย่างที่เราพูดมาตลอด เรามีส่วนในเรื่องของการที่จะทำให้สังคมดีขึ้นหรือไม่ดีขึ้นเวลาที่เราพูดอะไร เวลาเราพูดอะไรไป วันนี้ไม่ใช่ง่าย บางทีเขาอ่านแค่ประโยคเดียวในหัวข้อข่าว แล้วไม่ได้มาฟังสิ่งที่เราพูดทั้งหมดมันก็ชี้นำ ไม่ว่าจะเป็นผม เป็นพี่ ๆ สื่อมวลชน เรามีผลเลยนะ กับการรับผิดชอบต่อการชี้นำของคนในสังคมอยากจะให้คนเห็นไปในทางไหน ดังนั้นผมว่าเวลาเราจะพูดเราจะอะไรเราคงจะต้องคิดกันให้ดีอย่าสักแต่เอาง่ายไว้ก่อน ปกติเราเข้มงวดอยู่แล้ว เราคุยกันไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าเงินผมเชื่อในเรื่องของการทัวร์คอนเสิร์ต การเล่นคอนเสิร์ต การทำงาน การเป็นนักแสดงที่ดี ถ่ายหนังให้มันเต็มที่ ถ่ายละครให้มันเต็มที่ เราได้ค่าตัวเรามาเราภูมิใจ เราเอาไปพัฒนาตัวเรา ส่วนของพรีเซ็นเตอร์ อันนี้เป็นเรื่องของความรับผิดชอบที่เราจะสื่อสารให้คนในสังคมว่าของตรงนี้มันดียังไง ก็อย่างที่บอกไปถ้ารู้สึกว่ามันไม่ดีหรือว่ามีอะไรที่มันลึกซึ้งกว่านั้นก็ต้องดู” .-ไนน์เอ็นเตอร์เทน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...