โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง “ยุคอิ๊งค์” แก้รธน.จริยธรรมเพื่อใคร?

INN News

อัพเดต 20 ก.ย 2567 เวลา 18.26 น. • เผยแพร่ 20 ก.ย 2567 เวลา 12.30 น. • INN News

เดจาวูกลับมาอีกครั้งสำหรับการยื่น “ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ของทั้ง “พรรคเพื่อไทย” และ “พรรคประชาชน” อดีตพรรคก้าวไกล ที่หนนี้ต่างกันก็ตรงที่ทั้ง 2 พรรคไม่ได้เป็น “ฝ่ายค้าน” ร่วมกัน

โดยเพื่อไทยกลายเป็นแกนนำ “รัฐบาล” ส่วน “พรรคเด็ก-ประชาชน” เป็น “ฝ่ายค้าน” ที่เคยมีความพยายามยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยรัฐบาลคสช. ยุค “นายกลุงตู่” ถึง 7 ครั้ง 7 ครา แต่ก็ไม่สามารถผ่านด่าน “ฝ่ายอนุรักษ์” มีเพียงร่างเดียวของฝ่ายรัฐบาลคือ “ประชาธิปัตย์” ผ่านเข้าไปสู่กระบวนการ เพราะเหตุติดเงี่ยงเงื่อนไขความระแวงจากฝ่ายรัฐบาลครั้งนั้นมากมายกับร่างของฝ่ายค้าน เพื่อไทย-ก้าวไกลเวลานั้น

กระนั้นเมื่อบริบททางการเมืองเปลี่ยนแปลงไป กระดานการเมืองไม่มี “สว.250” ที่ “หมดอายุ” ไปไม่มี “ลุง 3 ป.” ที่ลอยตัวออกจากกระดานไป เหลือเพียง “ลุงบ้านป่า” ที่ยังสัปยุทธนิติสงครามอยู่กับ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” หากแต่กลายเป็นมี “เพื่อไทย” ที่พลิกกลับมาเป็น “อนุรักษ์นิยมใหม่”

เพื่อการกลับมาของ “คนชั้น 14-ทักษิณ” ที่ต้องยอมพลิกขั้วเปลี่ยนข้างจาก “ฝ่ายประชาธิปไตย” มาร่วมกับ “พรรคร่วมรัฐบาลเดิม” ยุค “ลุงตู่” ดีด “พรรคเด็ก-ก้าวไกล” กระเด็นไปเป็น “ฝ่ายค้าน” และโดนยุบพรรคต้องตั้งพรรคใหม่เป็น “ประชาชน” แต่ด้วย “สัญญาหาเสียง” ที่มีการต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญทำให้ “เพื่อไทย” ต้องดำเนินการเช่นกันกับ “พรรคเด็ก” ที่ก็ต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศและเป้าแรกที่สำคัญคือ “รัฐธรรมนูญ60” ที่เป็น “ปัญหา”

กระทั่งมาถึงจุดที่ทั้ง 2 พรรค พากันยืนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในจุดที่ยืนคนละฝ่ายวันนี้ที่เพื่อไทยยื่นเสนอ 6 ประเด็นสำคัญ ส่วนประชาชนยื่น 2 ร่าง ทั้งแบบทั้งฉบับและแบบแก้ไขบางส่วนที่เป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญ แต่พอยท์สำคัญที่หลายฝ่ายจับตาว่าจะเกิดเอฟเฟ็กต์ คือประเด็นที่ 2 พรรครวมถึงบรรดา “นักการเมือง”

โดยรวมเห็นพ้องกันทั้งฝ่ายค้านรัฐบาล พ.ศ.นี้ที่มีภาพหลอนจากปรากฎการณ์ “สอย” “อดีตนายกฯเศรษฐา” ของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ที่ต่อมาทำให้ “รัฐบาลอิ๊งค์” ต้องเกร็งกับการ “ร่อนตะแกรง” ตรวจสอบ “รัฐมนตรีคนดี” คือการแก้รัฐธรรมนูญในส่วนของ “จริยธรรม”

อย่างที่ในส่วนของเพื่อไทยมีการเสนอแก้ไขมาตรา 160 ว่าด้วยคุณสมบัติของรัฐมนตรีใน 3 ประเด็น คือ

(4) ว่าด้วยมีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ โดยแก้ไขให้เป็นไม่มีพฤติกรรมหรือการกระทำที่ประจักษ์ว่า ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตโดยกำหนดให้ใช้บังคับตั้งแต่รัฐธรรมนูฉบับแก้ไขบังคับใช้

(5) ไม่มีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยแก้ไขให้ชัดเจนว่าต้องเป็นคดีที่อยู่ระหว่างการดำเนินการในศาลฎีกา

และ (7) ว่าด้วยไม่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกแม้คดีนั้นไม่ถึงที่สุดหรือมีการรอลงโทษเว้นแต่ทำผิดโดยประมาท ความผิดลหุโทษหรือความผิดฐานหมิ่นประมาท
แก้ไขให้นำกรณีดังกล่าวเป็นเหตุความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 170 แทนประเด็นที่ 3 แก้ไขกลุ่มมาตราที่เกี่ยวกับความซื่อสัตย์สุจริตและจริยธรรม
ที่กำหนดเป็นคุณสมบัติของรัฐมนตรี

คือมาตรา 201 มาตรา202 มาตรา 222 มาตรา 228 มาตรา 232 มาตรา 238 และมาตรา 246 ที่สัญญานจากประเด็นข้อเสนอแก้ไขจริยธรรมเหล่านี้ “นักวิชาการ” ออกมาเตือนว่าสังคมอาจมองว่าเหมือนแก้ปัญหาของตัวนักการเมืองเอง โดยเฉพาะมีการมองไปถึงนักการเมือง
ที่มีคดีที่ก็รวมถึง “ทักษิณ”ที่ติดคดีเช่นกัน

อย่างที่ “อ.สมชัย” เตือนว่า ต้องระมัดระวังถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ไม่แก้ทั้งฉบับไม่ยอมให้มีสถาร่างรัฐธรรมนูฐ (สสร.) อาจเกิดข้อสงสัยจากสังคม ว่าสิ่งที่ทำเป็นการแก้เพื่อประโยชน์เฉาะหน้า

โดยเฉพาะความพยายามแก้กฎหมายหมวดจริยธรรมนี้เป็นการแก้แบบ “สุดซอย” คือแก้ทั้งแพ็กเกจทั้งคุณสมบัติ สส. คุณสมบัติรัฐมนตรี บทบาท ป.ป.ช. การลงมติของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งจะมีผลทำให้เกิดการปกป้องฝ่ายการเมืองไม่ให้ออกจากตำแหน่งโดยง่ายจากข้อหาทางจริยธรรม “จะเกิดความรู้สึกในหมู่ประชาชน ต้องระวัง คนอาจจะคิดว่าเอาอีกแล้วหรือแทนที่จะแก้เรื่องประโยชน์ของประชาชน กลับจะมาเอาประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก”

และว่าถ้าเพื่อไทยกับพรรคประชาชนจะร่วมมือก่อน เป็นเรื่องซึ่งต้องระวังสายตาข้างนอกจะมองว่าจับมือกันเพราะมีประโยชน์ร่วมกัน เพื่อให้คนของตัวเองไม่โดนโทษที่เกี่ยวกับจริยธรรมสังคมภายนอกจะติฉินนินทา เกิดการคัดค้านขึ้นมา ซึ่งอาจกลายเป็นจุดตายจุดหนึ่งของทั้งสองพรรคพร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ไม่ว่าจะแก้ทั้งฉบับหรือแก้แค่หมวดจริยธรรมปลายทางที่ต้องทำประชามติอยู่ดี

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...