โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กาลครั้งหนึ่ง ในเกม World of Warcraft เคยเกิดเหตุ ไวรัส ล้างโลก ผู้เล่นตายกันเป็นเบือ ทั้งเมืองมีแต่ซากกระดูก กินเวลานานเป็นเดือน

CatDumb

อัพเดต 20 ก.ย 2567 เวลา 16.07 น. • เผยแพร่ 20 ก.ย 2567 เวลา 09.07 น. • CatDumb - แคทดั๊มบ์ | เล่าเรื่องน่าสนใจ ในแบบที่แมวก็เข้าใจง่ายๆ

นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ระดับตำนานของวงการเกม ที่ขนาดที่ว่าหน่วยงานเกี่ยวกับกรมควบคุมโรคของสหรัฐ ถึงกับต้องมาขอข้อมูลเพื่อนำไปศึกษากันเลยทีเดียว

มันคือเหตุการณ์ “ไวรัสล้างโลก” ที่เกิดขึ้นในโลกของเกม World of Warcraft มีตัวละครของผู้เล่นมากมายเสียชีวิต มีการร่วมมือกันเพื่อสร้างเขตกักกันโรค แยกโซนกันระหว่างคนติดเชื้อกับไม่ติดเชื้อ

จนถึงขนาดที่ว่าหน่วย CDC (หน่วยงานป้องกันโรคติดต่อของสหรัฐอเมริกา) ถึงกับมาขอข้อมูลของเกมในช่วงนี้เพื่อไปวิเคราะห์ศึกษาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมโรคในอนาคตเลยทีเดียว

เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นในปี 2005 ทางค่ายเกม Blizzard ได้อัปเดตแพทช์เวอร์ชั่น 1.7.0 ชื่อว่า Rise of the Blood God ในแพทช์นี้จะมีดันเจี้ยนสุดโหดที่ผ่านได้ยากมาก ๆ เพราะตัวบอสใหญ่ที่มีชื่อว่า Hakkar นั้นมีสกิลสุดโหดอยู่

เนื่องจากว่ามันเป็นบอสใหญ่ประจำแพทช์ ความยากในการกำจัดมันก็ย่อมต้องสูงตามไปด้วย

เจ้าบอส Hakkar นี้จะมีสกิลที่มีชื่อว่า Corrupted Blood เป็นสกิลแบบ DOT หรือสกิลที่สร้างดาเมจได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่ผลพิเศษของมันก็คือสามารถติดต่อไปยังตัวละครอื่นได้ถ้าอยู่ใกล้ ๆ กันราวกับว่าเป็นโรคติดต่อยังไงยังงั้น

อย่างไรก็ตามสกิลดังกล่าวนี้จะหายไปเมื่อออกไปนอกดันเจี้ยน หรือก็คือจะมีผลแค่เฉพาะในดันเจี้ยนเท่านั้น

แต่เรื่องราวความฉิบหายวายป่วงทั้งหมดมันเริ่มต้นจากตรงที่ว่า มีผู้เล่นอาชีพฮันเตอร์ และวอร์ล็อก ได้อัญเชิญสัตว์เลี้ยงของตัวเองออกมาเพื่อช่วยต่อสู้กับบอส

กลายเป็นว่าไอ้เชื้อดังกล่าวนั้นมันดันสามารถติดไปยังสัตว์เลี้ยงได้อีกด้วย อันที่จริงแล้วเจ้าเชื้อตัวนี้มันถูกออกแบบมาให้เกิดขึ้นเฉพาะแต่ในดันเจี้ยนเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่ากับกรณีของ “สัตว์เลี้ยง” นี้จะมีข้อยกเว้นอยู่

เมื่อผู้เล่นอาชีพฮันเตอร์ และวอร์ล็อกออกไปนอกดันเจี้ยน และเผลอเรียกสัตว์เลี้ยงออกมา ความหายนะก็เกิดขึ้น…

สกิล Blood Corrupted ถูกแพร่ออกมานอกดันเจี้ยน และระบาดไปทั่วจากผู้เล่นสู่ผู้เล่น โดยเฉพาะผู้เล่นเลเวลต่ำก็จะเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว เมื่อตายไปเกิดใหม่ที่จุดเกิดก็จะเจอกับผู้เล่นที่ติดเชื้อวนเวียนกันไปไม่รู้จบ

ทำให้ทั้งเมืองต่าง ๆ เต็มไปด้วยโครงกระดูก ซากศพ ของผู้เล่นนอนเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด

ระหว่างนั้นเองผู้เล่นหลายคนก็เริ่มคิดค้นหาวิธีจัดการด้วยตัวเองก่อน เริ่มจากการจำกัดการแพร่กระจาย โดยแบ่งให้คนที่ติดเชื้อกับคนที่ไม่ติดเชื้อแยกออกจากกัน แต่สุดท้ายก็ต้องล้มเหลวเพราะมีผู้เล่นบางคนไม่ยอมทำตาม เอาตัวละครที่ติดเชื้อเข้าไปปะปน

หลังจากที่ทีมงานของ Blizzard ที่เป็นผู้พัฒนาเกมพยายามคิดหาวิธีแก้ไขปัญหา อัปเดตแพทช์ไปแล้วหลายครั้ง ซึ่งกินเวลาไปมากกว่า 1 เดือน แต่ก็ยังไม่เป็นผล

ในที่สุดทาง Blizzard ก็ตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการ “รีเซตเซิร์ฟเวอร์” การระบาดของโรคจึงจบลง

เหตุการณ์นี้ถูกเรียกว่า Blood Plague หลังจากจบเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ทางด้าน CDC (Centers for Disease Control and Prevention) หน่วยงานการควบคุม และป้องกันโรคติดต่อของสหรัฐอเมริกาถึงกับติดต่อไปยัง Blizzard

เพื่อขอข้อมูลเกมในช่วงเหตุการณ์ Blood Plague นำไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของพฤติกรรม การแพร่กระจาย การตอบสนองของเหล่าเพลย์เยอร์ กับการเกิดโรคระบาด เนื่องจากว่าเกม World of Warcarft เป็นเกมที่มีผู้เล่นเป็นจำนวนมาก (จากข้อมูลปี 2005 มีจำนวนผู้เล่นสูงถึง 14 ล้านคนจากทั่วโลก)

ข้อมูลดังกล่าวจึงสามารถนำมาใช้เทียบเคียงกับการแพร่ระบาดของโรคจริง ๆ ได้ และมันจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนรับมือหากเกิดโรคระบาดร้ายแรงขึ้นมาในโลกแห่งความเป็นจริง!!

#เหมียวหง่าว

ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Corrupted_Blood_incident

https://www.pcgamer.com/the-story-of-world-of-warcrafts-corrupted-blood-plague-and-its-real-world-parallels/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...