แพชชั่นแรงกล้า "ทุ่งน้ำนูนีนอย" ของคู่รักเกษตรอินทรีย์ตัวจริง
จากจุดปัญหาสุขภาพ และต้องการฟื้นฟูระบบนิเวศ สู่ “เกษตรอินทรีย์ตัวจริง” ทางเลือกแห่งอนาคตของคู่รักแห่งทุ่งน้ำนูนีนอย พลิกที่ 30 ไร่สู่ความยั่งยืน
วันที่ 2 มิถนายน 2567 นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ คอลัมนิสต์และนักเขียนสารคดี และ ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวาณิชย์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและนักนิเวศวิทยา อดีตประธานมูลนิธิโลกสีเขียว ได้แชร์ประสบการณ์ที่น่าสนใจบนเวทีทอล์ก “เล่าเรื่องข้าวเกษตรอินทรีย์ : เกษตรอินทรีย์ตัวจริง ไม่ใช่คนโลกสวย ปลูกด้วยความอดทน สร้างความสุขผ่านผลผลิตคุณภาพ”
ในงาน “มหัศจรรย์ข้าวไทย 2024” จัดโดยเทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือมติชน งานใหญ่ที่รวบรวมพันธุ์ข้าวไทยไว้เยอะที่สุด มากที่สุด และใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ใจกลางกรุง บนชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์
“ทำนาอินทรีย์” ดีอย่างไร
นายวันชัยกล่าวว่า การทำนาอินทรีย์ หรือเกษตรอินทรีย์ คือการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อนุรักษ์ธรรมชาติ ที่สำคัญคือ ดีต่อสุขภาพของเกษตรกร ข้าวอินทรีย์คือคำตอบของโลกในอนาคต เพราะทำให้สุขภาพเราดีขึ้น ชาวนาจำนวนไม่น้อยปลูกข้าวอินทรีย์ด้วยเหตุผลทางสุขภาพ เพราะมันได้ผลจริง ๆ
ดร.สรณรัชฎ์กล่าวว่า “การใช้สารเคมีในการเกษตรคือการสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก ตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงกระบวนการใช้คือ การก่อเกิดก๊าซเรือนกระจก ทำดินตาย ก่อมลภาวะมากมายตามแหล่งน้ำ บอกได้เลยว่า ปัญหาจากเกษตรเคมีมีความรุนแรงและเกี่ยวพันกับปัญหาโลกร้อน
“แต่การทำนาอินทรีย์จะช่วยฟื้นคืนความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ทำให้เราสามารถอยู่ร่วมกับพืชและสัตว์ได้ พร้อมกับห่างไกลจากสารเคมีที่ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ด้วย”
“ทุ่งน้ำนูนีนอย” พลิกฟื้นระบบนิเวศ
ทุ่งน้ำนูนีนอย ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เป็นผืนดินที่เราใช้เวลาหลายปีในการเปลี่ยนทุ่งนา 30 ไร่ ให้เป็น “ทุ่งน้ำ” เปลี่ยนดินที่ถูกชโลมด้วยสารเคมีมาตลอดหลายปีจนดินเสื่อมโทรม ให้กลายเป็นระบบนิเวศใหม่ พาสัตว์ที่เคยหายไปให้กลับคืนมาอีกครั้ง เช่น นกนานาพันธุ์ ปลากัดป่า ที่เคยหายไป 20 ปี ก็กลับมาในพื้นที่นี้อีกครั้ง ระบบนิเวศที่นี่ยังสามารถจัดการตัวเองได้ โดยที่เราไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งพาสารเคมีใด ๆ
ดร.สรณรัชฎ์เสริมว่า การทำทุ่งน้ำเหมาะสำหรับการทำนาข้าว พื้นที่ดังกล่าวยังมีความสำคัญทางวัฒนธรรม เพราะเป็นส่วนหนึ่งของระบบฝายเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 200 ปี เราจึงอยากรักษาตรงนี้ไว้ แต่เป็นการรักษาไปพร้อมกับการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ
“การทำระบบพื้นที่ชุ่มน้ำที่เราเอามาเรียกแบบไทย ๆ ว่า ทุ่งน้ำ จะทำเป็น 2 ฟังก์ชั่น คือเพื่อให้บริการทางนิเวศวิทยา และเพื่อฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ผลิตอาหาร คำขวัญเราเลยเป็นคำนี้ Rewilding Food production”
นายวันชัยกล่าวอีกว่า ผลผลิตเฉลี่ยของข้าวทั้งประเทศคือ 400 กว่ากิโลกรัมต่อไร่ แต่ทุ่งน้ำนูนีนอยได้ 516 กิโลกรัมต่อไร่ คือมากกว่าผลผลิตของข้าวที่ใช้สารเคมี แต่ผลผลิตดังกล่าวเกิดขึ้นในปีที่ 3 หลังการฟื้นฟูดิน แสดงถึงแนวโน้มของการเพิ่มผลิตข้าวต่อไร่ เมื่อคุณภาพดินดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สรุปแล้ว การทำนาอินทรีย์ต้องใช้ความอดทนสูงมาก ต้องใช้เวลากว่า 3-5 ปี จึงจะเห็นผล เพราะต้องบำรุงดินที่ตายไปแล้ว ให้กลับมามีแร่ธาตุสารอาหารอีกครั้ง //ภาครัฐควรจะส่งเสริมอย่างจริงจังให้เป็นนโยบายหลักที่จะสนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์ให้มากขึ้น เพราะมีประโยชน์ 2 ต่อที่จะได้รับกลับคืนมาทั้งความคุ้มค่าและยั่งยืน
มหัศจรรย์ข้าวไทย 2024 วันที่ 31 พฤษภาคม-2 มิถุนายน 2567 เวลา 10.00-20.00 น. ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ งานนี้เข้าฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย
- Special Talk “มหัศจรรย์ข้าวไทย 2024” เปิดวิธีชิมข้าวไทยให้ได้รสชาติ
- มหัศจรรย์ข้าวไทย 2024 วันสุดท้าย แจกฟรีหอมมะลิ 3 สายพันธุ์ กิจกรรมแน่น ร้านดังเพียบ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพชชั่นแรงกล้า “ทุ่งน้ำนูนีนอย” ของคู่รักเกษตรอินทรีย์ตัวจริง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net