โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพชชั่นแรงกล้า "ทุ่งน้ำนูนีนอย" ของคู่รักเกษตรอินทรีย์ตัวจริง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 มิ.ย. 2567 เวลา 06.58 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2567 เวลา 12.57 น.

จากจุดปัญหาสุขภาพ และต้องการฟื้นฟูระบบนิเวศ สู่ “เกษตรอินทรีย์ตัวจริง” ทางเลือกแห่งอนาคตของคู่รักแห่งทุ่งน้ำนูนีนอย พลิกที่ 30 ไร่สู่ความยั่งยืน

วันที่ 2 มิถนายน 2567 นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ คอลัมนิสต์และนักเขียนสารคดี และ ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวาณิชย์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและนักนิเวศวิทยา อดีตประธานมูลนิธิโลกสีเขียว ได้แชร์ประสบการณ์ที่น่าสนใจบนเวทีทอล์ก “เล่าเรื่องข้าวเกษตรอินทรีย์ : เกษตรอินทรีย์ตัวจริง ไม่ใช่คนโลกสวย ปลูกด้วยความอดทน สร้างความสุขผ่านผลผลิตคุณภาพ”

ในงาน “มหัศจรรย์ข้าวไทย 2024” จัดโดยเทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือมติชน งานใหญ่ที่รวบรวมพันธุ์ข้าวไทยไว้เยอะที่สุด มากที่สุด และใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ใจกลางกรุง บนชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

“ทำนาอินทรีย์” ดีอย่างไร

นายวันชัยกล่าวว่า การทำนาอินทรีย์ หรือเกษตรอินทรีย์ คือการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อนุรักษ์ธรรมชาติ ที่สำคัญคือ ดีต่อสุขภาพของเกษตรกร ข้าวอินทรีย์คือคำตอบของโลกในอนาคต เพราะทำให้สุขภาพเราดีขึ้น ชาวนาจำนวนไม่น้อยปลูกข้าวอินทรีย์ด้วยเหตุผลทางสุขภาพ เพราะมันได้ผลจริง ๆ

ดร.สรณรัชฎ์กล่าวว่า “การใช้สารเคมีในการเกษตรคือการสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก ตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงกระบวนการใช้คือ การก่อเกิดก๊าซเรือนกระจก ทำดินตาย ก่อมลภาวะมากมายตามแหล่งน้ำ บอกได้เลยว่า ปัญหาจากเกษตรเคมีมีความรุนแรงและเกี่ยวพันกับปัญหาโลกร้อน

“แต่การทำนาอินทรีย์จะช่วยฟื้นคืนความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ทำให้เราสามารถอยู่ร่วมกับพืชและสัตว์ได้ พร้อมกับห่างไกลจากสารเคมีที่ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ด้วย”

“ทุ่งน้ำนูนีนอย” พลิกฟื้นระบบนิเวศ

ทุ่งน้ำนูนีนอย ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เป็นผืนดินที่เราใช้เวลาหลายปีในการเปลี่ยนทุ่งนา 30 ไร่ ให้เป็น “ทุ่งน้ำ” เปลี่ยนดินที่ถูกชโลมด้วยสารเคมีมาตลอดหลายปีจนดินเสื่อมโทรม ให้กลายเป็นระบบนิเวศใหม่ พาสัตว์ที่เคยหายไปให้กลับคืนมาอีกครั้ง เช่น นกนานาพันธุ์ ปลากัดป่า ที่เคยหายไป 20 ปี ก็กลับมาในพื้นที่นี้อีกครั้ง ระบบนิเวศที่นี่ยังสามารถจัดการตัวเองได้ โดยที่เราไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งพาสารเคมีใด ๆ

ดร.สรณรัชฎ์เสริมว่า การทำทุ่งน้ำเหมาะสำหรับการทำนาข้าว พื้นที่ดังกล่าวยังมีความสำคัญทางวัฒนธรรม เพราะเป็นส่วนหนึ่งของระบบฝายเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 200 ปี เราจึงอยากรักษาตรงนี้ไว้ แต่เป็นการรักษาไปพร้อมกับการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ

“การทำระบบพื้นที่ชุ่มน้ำที่เราเอามาเรียกแบบไทย ๆ ว่า ทุ่งน้ำ จะทำเป็น 2 ฟังก์ชั่น คือเพื่อให้บริการทางนิเวศวิทยา และเพื่อฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ผลิตอาหาร คำขวัญเราเลยเป็นคำนี้ Rewilding Food production”

นายวันชัยกล่าวอีกว่า ผลผลิตเฉลี่ยของข้าวทั้งประเทศคือ 400 กว่ากิโลกรัมต่อไร่ แต่ทุ่งน้ำนูนีนอยได้ 516 กิโลกรัมต่อไร่ คือมากกว่าผลผลิตของข้าวที่ใช้สารเคมี แต่ผลผลิตดังกล่าวเกิดขึ้นในปีที่ 3 หลังการฟื้นฟูดิน แสดงถึงแนวโน้มของการเพิ่มผลิตข้าวต่อไร่ เมื่อคุณภาพดินดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สรุปแล้ว การทำนาอินทรีย์ต้องใช้ความอดทนสูงมาก ต้องใช้เวลากว่า 3-5 ปี จึงจะเห็นผล เพราะต้องบำรุงดินที่ตายไปแล้ว ให้กลับมามีแร่ธาตุสารอาหารอีกครั้ง //ภาครัฐควรจะส่งเสริมอย่างจริงจังให้เป็นนโยบายหลักที่จะสนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์ให้มากขึ้น เพราะมีประโยชน์ 2 ต่อที่จะได้รับกลับคืนมาทั้งความคุ้มค่าและยั่งยืน

มหัศจรรย์ข้าวไทย 2024 วันที่ 31 พฤษภาคม-2 มิถุนายน 2567 เวลา 10.00-20.00 น. ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ งานนี้เข้าฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย

มหัศจรรย์ข้าวไทย 2024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพชชั่นแรงกล้า “ทุ่งน้ำนูนีนอย” ของคู่รักเกษตรอินทรีย์ตัวจริง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...