โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทูตไทยในอิสราเอล เล่าความคืบหน้า สถานการณ์แรงงานไทย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 ก.ค. 2567 เวลา 06.28 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2567 เวลา 23.49 น.

ทูตไทยในอิสราเอล เล่าความคืบหน้า สถานการณ์แรงงานไทย

หมายเหตุ – น.ส.พรรณนภา จันทรารมย์เอกอัครราชทูตไทย ณ เทลอาวีฟ อิสราเอล ตอบทุกคำถามเกี่ยวกับสถานการณ์ของแรงงานไทยในอิสราเอลในปัจจุบัน ที่สถานการณ์ความรุนแรงยังไม่ยุติลง รวมถึงการให้การดูแลแรงงานไทยที่กลับไปอยู่ในอิสราเอลทั้งหมดแล้ว ตลอดจนตัวประกันไทยที่ยังคงไม่ทราบข่าว

๐ทราบว่าแรงงานไทยที่อพยพกลับไทยจากเหตุสงครามเมื่อปีก่อนเดินทางกลับไปอิสราเอลหมดแล้ว อยากทราบว่าสถานการณ์แรงงานไทยในอิสราเอลขณะนี้เป็นอย่างไร และมีข้อห่วงกังวลใดบ้าง

ก่อนสงครามมีแรงงานไทยในอิสราเอลประมาณ 30,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตร ซึ่งสร้างรายได้ให้ประเทศไทยอย่างมาก มีสถิติว่าแรงงานไทยในอิสราเอลได้ส่งรายได้มาถึงครอบครัวในไทยเดือนละไม่ต่ำกว่า 825 ล้านบาทต่อเดือน

หลังเกิดสงครามสถานเอกอัครราชทูต (สอท.) ได้อพยพแรงงานไทยกลับไทยด้วยเที่ยวบินที่รัฐบาลไทยจัดรวม 7,470 คน และกลับเองอีกกว่า 2,000 คน อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้ พี่น้องแรงงานไทยได้ทยอยเดินทางกลับมาอิสราเอลเองทั้งๆ ที่รัฐบาลไทยยังเห็นว่าควรชะลอการจัดส่งแรงงาน โดนมีทั้งคนที่เคยทำงานที่อิสราเอลก่อนหน้านี้ และคนใหม่รวมประมาณ 9,000 คน ทำให้ปัจจุบันจำนวนแรงงานไทยในอิสราเอลกลับมาเป็น 30,000 คนเท่าเดิมแล้วหรืออาจมากกว่าด้วยซ้ำ ซึ่งแรงงานไทยในอิสราเอลจะกระจายอยู่ในพื้นที่เกษตรต่าง ๆ ทั่วประเทศ

นอกจากนี้รัฐบาลไทยโดยกระทรวงแรงงานได้กลับมาส่งแรงงานไทยมาทำงานในภาคเกษตรของอิสราเอลแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) หลังชะลอไปเพราะเหตุสงคราม โดยเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้ส่งแรงงานไทยชุดแรกมาแล้ว 100 คน

สำหรับข้อห่วงกังวลก็ที่ทุกคนอาจทราบกันดีอยู่แล้วว่า สถานการณ์ความปลอดภัยในอิสราเอลยังคงมีความไม่แน่นอนสูงจากการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับฮามาส และระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งทำให้พื้นที่ทางใต้ที่ติดกาซาและพื้นที่ทางเหนือที่ติดชายแดนเลบานอนเป็นพื้นที่เสี่ยง และโดยที่มีแรงงานไทยจำนวนมากสมัครใจที่จะทำงานในนิคมเกษตรในพื้นที่ดังกล่าว สอท.จึงต้องติดตามสถานการณ์และดูแลแรงงานกลุ่มเหล่านี้เป็นพิเศษ

๐สถานทูตให้การดูแลแรงงานไทยในอิสราเอลขณะนี้อย่างไร

ทุกครั้งที่มีแนวโน้มว่าสถานการณ์จะไม่ปลอดภัยหรือรุนแรง สอท.จะประกาศเตือนคนไทยทางเฟซบุ๊ก “Royal Thai Embassy, Tel Aviv (ทุกเรื่องเมืองยิว)” และเว็บไซต์ https://telaviv.thaiembassy.org/
โดยอิงจากคำเตือนและข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวของทางการอิสราเอล

โดยทั่วไปสอท.จะเน้นย้ำข้อปฏิบัติให้พี่น้องคนไทยในอิสราเอลทราบไม่ว่าจะเป็น 1.ให้ติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามข้อแนะนำด้านความปลอดภัยของทางการท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่อย่างเคร่งครัด 2.หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือรู้สึกไม่ปลอดภัย สามารถขอความช่วยเหลือจากสอท.เพื่อย้ายออกจากพื้นที่ได้ผ่านทางโทรศัพท์ +972 546368150 +972 503673195 3.ในบางพื้นที่ขอให้เตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น น้ำดื่ม และอาหารแห้ง แบตเตอรี่สำรอง หรือพาวเวอร์แบงก์ ไฟฉาย ชุดปฐมพยาบาล และสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีวิต รวมทั้ง 4.ย้ำเตือนว่า เมื่อได้ยินเสียงไซเรน งดถ่ายภาพหรือวีดิโอ รีบเข้าห้องนิรภัยทันที แต่หากอยู่กลางแจ้ง ควรเข้าไปในอาคารที่ใกล้ที่สุด ถ้าไม่มี ควรนอนราบกับพื้นและปกป้องศีรษะด้วยมือ

สอท.ยังได้เชิญชวนให้พี่น้องแรงงานไทยลงทะเบียนกับ สอท.เพื่อประโยชน์ในการช่วยเหลือและติดต่อในกรณีสถานการณ์ฉุกเฉิน ในขณะเดียวกันก็ได้ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ของอิสราเอลอย่างใกล้ชิด ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานประชากรและตรวจคนเข้าเมือง (PIBA) ที่ดูแลเรื่องการนำเข้าแรงงานต่างชาติมาในอิสราเอล และกองทัพอิสราเอล (ไอดีเอฟ) เพื่อขอให้ช่วยดูแลแรงงานไทยและเตรียมการอพยพในกรณีจำเป็น ซึ่งเมื่อมีเหตุการณ์รุนแรงหรือเหตุอันตรายในพื้นที่ เนื่องจาก สอท.ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่เกิดเหตุเองด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย และจำเป็นต้องให้ไอดีเอฟช่วยเคลื่อนย้ายแรงงานไทย

นอกจากนี้ โดยที่สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน ดิฉันและฝ่ายแรงงานประจำสถานทูตได้เชิญบริษัทจัดหางานในอิสราเอล 12 แห่ง เข้าร่วมการประชุมที่ สอท.ไปเมื่อต้นเดือนนี้ เพื่อประสานงานในการดูแลและช่วยเหลือแรงงานไทย โดยเฉพาะในเรื่องข้อมูลติดต่อและสถานที่ทำงานของแรงงานไทย ซึ่งเป็นข้อมูลที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ สอท.ในการติดต่อและช่วยเหลือแรงงานในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

๐ขณะนี้สถานการณ์ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น สอท.ได้แนะนำหรือเตือนคนไทยในอิสราเอลอย่างไร

ดังที่ได้บอกไปแล้วว่าหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือรู้สึกไม่ปลอดภัย สามารถขอรับความช่วยเหลือเพื่อย้ายออกจากพื้นที่ได้จาก สอท.ทันที จากนั้น สอท.จะประสานงานกับ PIBA เพื่อให้ช่วยย้ายพี่น้องแรงงานไทยออกจากพื้นที่และช่วยเปลี่ยนนายจ้าง โดยแรงงานไทยที่ย้ายออกมาจะได้ทำงานในที่ใหม่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายเหมือนเดิม เพราะทางการอิสราเอลเป็นผู้ดำเนินการย้ายให้

และขอย้ำว่านายจ้างเก่าจะไม่สามารถข่มขู่และส่งกลับประเทศไทยได้

ที่ผ่านมา สอท.และฝ่ายแรงงานประจำ สอท.มักได้รับการติดต่อจากพี่น้องแรงงานไทยในพื้นที่ทางเหนือติดชายแดนเลบานอนให้ช่วยย้ายออกจากพื้นที่เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย แต่กลับเปลี่ยนใจไม่นานในเวลาต่อมา ยกตัวอย่างเมื่อวันที่ 4 มีนาคมปีนี้ เกิดเหตุยิงจรวดต่อสู้รถถังจากฝั่งเลบานอนเข้าไปในนิคมเกษตร Margaliot ติดชายแดนเลบานอน ซึ่งทำให้แรงงานอินเดียเสียชีวิต 1 ราย รวมทั้งแรงงานไทยได้รับบาดเจ็บ 5 คน หลังเกิดเหตุ สอท. ได้รับการติดต่อจากตัวแทนแรงงานไทยที่นิคมเกษตรแห่งหนึ่งว่าตนและแรงงานไทยรวมประมาณ 14-15 คน ต้องการย้ายไปทำงานในพื้นที่ปลอดภัย แต่ต่อมา 10 คนเปลี่ยนใจ เนื่องจากได้รับข้อมูลจากนายจ้างว่าหากย้ายงานจะถูกส่งกลับไทย ซึ่ง สอท.ได้พยายามอธิบายให้เข้าใจว่าไม่เป็นความจริง แต่ไม่เป็นผลและขาดการติดต่อกับ สอท.ขณะที่แรงงานอินเดียย้ายออกมาอย่างรวดเร็ว สุดท้ายมีเพียงแรงงานไทย 1 คนที่ย้ายออกมา

สอท.ได้รับการบอกเล่าว่า การที่แรงงานไทยไม่ยอมย้ายออกจากพื้นอันตราย เพราะบางรายถูกนายจ้างข่มขู่บางรายถูกยึดโทรศัพท์ไม่ให้ติดต่อกับ สอท.ซึ่งก็ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นหารือกับทางการอิสราเอลโดยตลอด บางรายเกรงใจนายจ้างเพราะรู้สึกเป็นบุญคุณต่อกันมาก่อน ซึ่งก็มักเป็นธรรมชาติของคนไทยที่เกรงใจ ขณะที่บางรายนายจ้างเสนอเงินให้เพิ่ม บางรายเห็นว่าไม่สามารถหางานที่มีรายได้ดีเท่านี้ในไทยได้ จึงพร้อมที่จะเสี่ยงชีวิต และหากเสียชีวิต ครอบครัวจะได้รับเงินชดเชยทุกเดือนตลอดชีวิต อย่างไรก็ดี สอท.อยากให้ห่วงสวัสดิภาพและชีวิตของตนเองด้วย และเราพร้อมช่วยเหลือเสมอ

๐ในกรณีสถานการณ์รุนแรงบานปลาย สอท. มีแผนจะอพยพคนไทยอีกหรือไม่ มีการเตรียมการหรือปรับปรุงแผนการอพยพอย่างไร

ในเบื้องต้น อาจอพยพจากพื้นที่เสี่ยงภัยไปพื้นที่ปลอดภัยหรือที่เรียกว่าพื้นที่สีเขียวในอิสราเอล โดยต้องขอให้ทางการอิสราเอลช่วยพิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสมและมีงานให้แรงงานไทยทำชั่วคราวระหว่างที่ต้องอพยพ วิธีนี้จะทำให้แรงงานไทยยังคงได้รับรายได้ในขณะที่ต้องย้ายที่พักและที่ทำงานใหม่
อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์เลวร้ายจนส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งรัฐบาลไทยมองว่ามีความจำเป็นต้องอพยพออก สอท.จะปฏิบัติตามแผนอพยพที่มีอยู่แล้ว โดยจะพิจารณาเส้นทางและช่องทางที่ปลอดภัยสำหรับการอพยพ และนำประสบการณ์และแนวทางการอพยพจากเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2566 ซึ่งค่อนข้างมีประสิทธิภาพมาใช้เป็นแนวทางด้วย
การอพยพแรงงานไทยและคนไทยออกนอกอิสราเอลไม่ว่าจะทางใดใช้งบประมาณจำนวนมาก สอท.พร้อมอพยพหากรัฐบาลมีนโยบายให้อพยพ

๐ทราบว่าอิสราเอลจะรับแรงงานไทยเพิ่มจำนวน 20,000-30,000 ราย สอท.มีข้อแนะนำอย่างไรสำหรับคนไทย

เมื่อวันที่ 26-28 พฤษภาคม ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เดินทางเยือนอิสราเอล ซึ่งฝ่ายไทยได้ขอโควตาส่งแรงงานไทยมาภาคเกษตรของอิสราเอลเพิ่มจาก 30,000 คนเป็น 40,000 คน และภาคก่อสร้างอีก 20,000 คน ซึ่งฝ่ายมีท่าทีตอบรับในทางบวกทั้งสองประเด็น ซึ่งท่านรมว. รง. ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว อันจะทำให้ต่อไปแรงงานไทยในอิสราเอลเพิ่มขึ้นเกินเท่าตัวจาก 30,000 คนเป็น 70,000 คน ทำให้อิสราเอลเป็นประเทศที่มีแรงงานไทยมากที่สุดในโลก และสามารถสร้างรายได้แก่ประเทศไทยจำนวนมาก

โดยที่อิสราเอลเป็นประเทศที่มีสถานการณ์พิเศษ ที่ถึงแม้ว่าจะมีความเสี่ยงเรื่องสงคราม แต่ก็เห็นได้ชัดว่าอิสราเอลมีระบบป้องกันภัยที่สามารถปกป้องพลเรือนได้ ดังนั้น ไทยจึงขอให้อิสราเอลกำหนดให้แรงงานไทยทำงานในพื้นที่ปลอดภัยเท่านั้น พร้อมขอให้ฝ่ายอิสราเอลต้องช่วยแรงงานไทยย้ายงานหรือเปลี่ยนนายจ้างออกจากพื้นที่เสี่ยงหรืออันตรายเมื่อมีเหตุ

เพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของตนเอง สอท. ได้พยายามสื่อสารกับพี่น้องแรงงานไทยในทุกโอกาส ขอให้ไม่ย้ายงานจากพื้นที่ปลอดภัยไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงถึงแม้ว่าอาจได้รับค่าจ้างที่สูงขึ้น และขอให้ลงทะเบียนกับ สอท.เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองดูแล

๐ความคืบหน้าเกี่ยวกับตัวประกันไทยอีก 6 คนที่ยังอยู่ในฉนวนกาซา

รัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจนับตั้งแต่ทราบว่ามีคนไทยถูกจับเป็นตัวประกัน 31 ราย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานกับกาตาร์ อียิปต์ และมิตรประเทศต่างๆ ที่มีบทบาทในการเจรจาเพื่อช่วยเหลือตัวประกัน ซึ่งส่งผลให้ตัวประกันชาวไทยได้ถูกปล่อยตัวมาแล้ว 23 คน โดยขณะนี้ มีตัวประกันคนไทย 6 ราย และร่างของตัวประกันที่เสียชีวิตอีก 6 รายที่ยังคงอยู่ในกาซา ซึ่ง สอท.ได้ติดตามกับทางการอิสราเอลอย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามสถานการณ์ ซึ่งทางอิสราเอลย้ำโดยตลอดว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อนำตัวประกันทั้งหมด พร้อมร่างผู้เสียชีวิตกลับมา ในขณะเดียวกัน ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ได้ติดตามเรื่องตัวประกันอย่างต่อเนื่อง และได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศประสานกับมิตรประเทศต่างๆ ที่มีบทบาทในการเจรจาเพื่อช่วยเหลือตัวประกันอย่างต่อเนื่อง แต่การทำงานของไทยเป็นการทำงานทางการทูตแบบเงียบๆ แต่มีความต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้สาธารณชนมองว่าไทยไม่ได้ติดตามให้ความสำคัญเรื่องตัวประกันซึ่งขอเรียนย้ำว่าไม่เป็นความจริง และก่อนหน้านี้ ไทยได้ร่วมลงนามร่วมกับสหรัฐอเมริกา และประเทศต่างๆ อีก 17 ประเทศในแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้ฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมดในกาซา

ซึ่งจะนำไปสู่การหยุดยิง และปูทางสู่การยุติวิกฤติการณ์ในฉนวนกาซา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทูตไทยในอิสราเอล เล่าความคืบหน้า สถานการณ์แรงงานไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...