โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวมาเลเซียแห่เข้าไปท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนใต้คึกคัก
เพราะสถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดี

77kaoded

เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2567 เวลา 02.02 น. • 77 ข่าวเด็ด

สำนักข่าว UtusanTv มาเลเซีย ได้เสนอบทความที่ถือว่าไปในทางเชิงบวก เกี่ยวกับบรรยากาศของทั้งสองประเทศโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยในช่วงวันหยุดของประเทศมาเลเซียจะมีชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวกิน นอนอย่างมีความสุขโดยทุกๆอาทิตย์พี่น้องสามจังหวัดจะเห็นชาวมาเลเซียขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่เข้ามาในพื้นที่เป็นจำนวนมากทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ดีขึ้นซึ่งจะมองเห็นถึงความสงบสุขที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ซึ่งไม่มีเหตุการก่อความรุนแรงในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ทำให้ชาวมาเลเซียมีความเชื่อมั่นที่จะเลือกพื้นที่ดังกล่าวเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด

ถึงแม้ว่าชาวมาเลเซียรับทราบเป็นอย่างดีถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย แต่พวกเขายังถือว่าพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้คือจังหวัด นราธิวาส ปัตตานี และ จังหวัดยะลารวมถึงอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลายังเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับท่องเที่ยว

ถ้าอ้างถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่มีเพียงหนึ่งหรือสองเหตุการณ์ที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนเกี่ยวข้องกับการโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ยังถือว่าพื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ในสถานะที่สงบสุขเนื่องจากนี้ยังได้รับอิทธิพลจากทัศนคติของชาวมุสลิมในภาคใต้ของประเทศไทยที่ต้องการอยู่อย่างสงบสุข

ชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย พวกเขารู้เป็นอย่างดีว่า หากความขัดแย้งเกิดขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง พวกที่จะตกเป็นเหยื่อไม่ใช่สมาชิกกลุ่มแบ่งแยกดินแดนโดยเฉพาะผู้นําขบวนการซึ่งส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศ พวกเขารู้สึกยินดีที่ชาวมาเลเซียหลายพันคนยังคงเลือกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เข้ามาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นับเป็นผลบุญเนื่องจากพวกเขาได้เข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประชากรมุสลิมในพื้นที่ ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นพวกเขามีความมั่นใจว่าพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเชื่อว่าความสงบสุขที่เกิดขึ้นในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น เป็นผลมาจากข้อตกลงที่บรรลุในการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านเทคนิคครั้งที่ 10 ของคณะทำงานร่วมกระบวนการพูดคุยสันติภาพ (JWG)-PDP) ในกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม

ซึ่งทางสำนักงานผู้อํานวยความสะดวกของรัฐบาลมาเลเซีย ได้แสดงความพึงพอใจต่อความคืบหน้าและระบุว่าการประชุมได้ปูแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนในหมู่ชุมชนปัตตานีในภาคใต้ของประเทศไทย

ดังนั้นความสงบสุขที่เกิดขึ้นภายในสองสัปดาห์ที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นว่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ไม่ใช่สนามรบ และไม่ใช่สนามความขัดแย้งที่ไม่มีที่สิ้นสุด พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยไม่ได้ตกเป็นอาณานิคมของใครและเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะไม่สามารถทำให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนในพื้นที่ดังกล่าว

หากรัฐบาลมาเลเซียและผู้อำนวยความสะดวกคนปัจจุบันมุ่งเดินหน้าในกระบวนการพูดคุยฯ จะส่งผลให้กระบวนการการพูดคุยและสันติภาพในอนาคตนำไปสู่ความยั่งยืน

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียพวกเขาไม่เห็นอันตรายใด ๆ ที่เดินทางเข้าไปในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย เป็นเพราะพวกเขาได้สัมผัสด้วยตนเอง และในทุกสถานที่นั้นเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียที่สามารถท่องเที่ยวได้อย่างมีความสุขปลอดภัย

ดังนั้นพวกเขาอาจยิ้ม หากมีบางคนบอกว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ปลอดภัย เพราะหากไม่ปลอดภัยแน่นอนว่าชาวมาเลเซียหลายพันคนจะไม่เสี่ยงชีวิตเพื่อไปที่นั่น

นอกจากนั้น ตามที่เพื่อนของนักเขียนที่เคยไปในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยชาวมุสลิมในพื้นที่ดังกล่าวได้แสดงความยินดีกับการเยี่ยมเยียนของชาวมาเลเซีย พวกเขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสันติภาพจะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนตลอดไป

ขอให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ยังคงสงบสุขและเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับชาวมาเลเซียในการท่องเที่ยว เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชากรมุสลิมในพื้นที่ดังกล่าว สำหรับนักเขียน โดยเฉพาะผู้ที่มีผลประโยชน์ส่วนตัวไม่ต้องการให้พื้นที่ดังกล่าวมีความสงบสุขหรือถือว่าไม่ปลอดภัย แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวนั้นจะสงบสุขก็ตาม ทําไม? พวกเขาน่าจะมีคำตอบ ….

https://utusantv.com/2024/06/08/situasi-aman-faktor-selatan-thailand-terus-jadi-destinasi-melancong-rakyat-malaysia/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...