โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SCB ประกาศนำเทคโนโลยี AI มาขับเคลื่อนธุรกิจธนาคาร มองธุรกิจ Wealth สำคัญและต้องการถึงเส้นชัยก่อนคนอื่น

Positioningmag

อัพเดต 18 พ.ค. 2567 เวลา 09.22 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2567 เวลา 09.21 น.

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ประกาศกลยุทธ์สำคัญคือเรื่องการนำเทคโนโลยีปัญญหาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ โดยธนาคารได้ยกกรณีศึกษาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ารายย่อย ขณะเดียวกันก็มองธุรกิจ Wealth นั้นเป็นส่วนสำคัญของธนาคารและต้องการถึงเส้นชัยก่อนเพื่อน

กฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวถึงผลประกอบการในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ธนาคารสามารถทำผลงานได้ดี เช่น มีกำไรสุทธิจำนวน 13,200 ล้านบาท เติบโต 13.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว มีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 37.7% มีผลตอบแทนสำหรับผู้ถือหุ้น (ROE) ในระดับ 12.7% มีรายได้จากช่องทางดิจิทัลคิดเป็นสัดส่วน 9.9 % เมื่อเทียบกับรายได้โดยรวม
ปัจจุบัน SCB มีลูกค้า 17.8 ล้านราย มีผู้ใช้งานผ่านช่องทางดิจิทัลมากถึง 84% ผ่าน SCB Easy ในปีที่ผ่านมาธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่มขึ้น 23% และมีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน เช่น การซื้อกองทุนรวม เติบโตมากถึง 7 เท่า หรือการซื้อประกันในช่องทางนี้เพิ่มขึ้น 5 เท่า
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้กล่าวถึงการเร่งพัฒนาในด้านดิจิทัล และวางเป้าเพิ่มรายได้จากช่องทางดิจิทัล 13% ภายในปีนี้ และ 25% ภายในปี 2025 เขายังชี้ถึงข้อดีของเนื่องจากรายได้ช่องทางดังกล่าวนั้นต้นทุนในการดำเนินการถือว่าต่ำ และจะส่งผลกำไรต่อธนาคารเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ กฤษณ์ ยังกล่าวถึง เป้าหมายการลดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลงมาให้เหลือ 35% ให้ได้ จากการใช้เทคโนโลยีเข้ามา ซึ่งเขามองว่าหลายเป้าหมายที่เคยวางไว้น่าจะถึงเป้า
นำ AI เข้ามาจัดการในด้านต่างๆ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้กล่าวถึงการนำเทคโนโลยี AI และ Machine Learnin เข้ามาช่วย โดยวางการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ภายใต้โมเดล Better Brain ซึ่งประกอบไปด้วย

  • การสร้างบริการที่รู้จักรู้ใจลูกค้าเป็นรายบุคคล เช่น การแนะนำผลิตภัณฑ์และบริการที่ลูกค้าใช้อยู่

  • การเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลของธนาคาร กฤษณ์ ได้เล่าถึงเรื่องปัญหาระบบไอทีหลักที่ทำงานพื้นฐานของธนาคารทั้งหมดซึ่งยังเป็นระบบเก่า แต่ตอนนี้ทางธนาคารกำลังติดตั้งระบบใหม่ คาดว่าจะใช้เวลา 3-5 ปี ซึ่งเขาหวังว่าจะทำให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลนั้นดีมากขึ้น

  • มอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า โดย ธนาคารได้เพิ่มบริการแชตบอทเข้ามาผ่าน SCB Connect ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ที่สามารถตอบคำถามลูกค้า เช่น ถ้าหากลูกค้าสนใจซื้อกองทุนประเภทต่างๆ แชตบอทสามารถตอบคำถามได้ เป็นต้น และแชตบอทดังกล่าวนั้นมีการพัฒนาเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ

กรณีศึกษาที่สำคัญคือ การนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ารายย่อย 100% ทำให้ลดภาระของเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกันจากเดิมที่ต้องใช้เวลาอนุมัติสินเชื่อใช้เวลาหลายวันนั้นปัจจุบันใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น ขณะที่ความเสี่ยงของลูกค้าที่ไม่เท่ากันก็ทำให้ธนาคารสามารถควบคุมความเสี่ยงได้มากขึ้น
นอกจากนี้การนำเทคโนโลยี AI เข้ามายังทำให้ธนาคารให้อัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันตามความเสี่ยงลูกค้าแต่ละราย ลดความเสี่ยงเรื่องหนี้เสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และยังสามารถที่จะรองรับลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เช่น อาชีพอิสระ หรือแม่ค้า ซึ่งลูกค้ากลุ่มดังกล่าวในอดีตธนาคารแทบจะไม่ปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ากลุ่มนี้ด้วยซ้ำ


เรื่องของธุรกิจธนาคาร มองธุรกิจกลุ่ม Wealth ที่ต้องการถึงเส้นชัยก่อนเพื่อน
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวถึงการปรับตัวของธนาคารภายใต้ความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลทำให้ภาคการผลิตของไทยได้รับผลกระทบไปแล้ว
ขณะเดียวกันเขาก็มองว่าลูกค้าเริ่มมีความเสี่ยงมากกว่าช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 20,000 บาทต่อเดือน หรือแม้แต่ลูกค้าที่มีรายได้มากกว่า 60,000 บาทต่อเดือนก็มีความเสี่ยงจากผลกระทบของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ต้องผ่อนทั้งรถยนต์และบ้าน
ในส่วนธุรกิจของธนาคารเอง เขากล่าวว่า ธนาคารไม่ได้ปักหมุดไปแข่งกับธนาคารอื่น ธนาคารแข่งกับตัวเอง เพื่อเข้าถึงใจของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าบอกปากต่อปากว่า SCB เป็น Digital Bank With Human Touch ขณะเดียวกันเขาก็ยังมองว่าการเติบโตของธนาคารในอนาคตแม้จะรายได้จะไม่ได้เติบโตมากเหมือนกับในอดีต แต่ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนและประสิทธิผลของธนาคารจะดีขึ้น
นอกจากนี้เขาต้องการให้ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งของ SCB ถึงเส้นชัยก่อนเพื่อน แม้จะมีผู้เล่นในตลาดนี้เป็นจำนวนมาก
สอดคล้องกับในเดือนพฤศจิกายนปี 2023 เขาเคยกล่าวว่า ธุรกิจ Wealth นั้นถือเป็นดาวเหนือของ SCB มาแล้ว และมองว่าธุรกิจดังกล่าวเป็นหัวเรือสำคัญของธนาคาร เนื่องจากเมื่อมองสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นจากในอดีตที่ 7% เพิ่มมาเป็น 20% ในปีที่ผ่านมา


ไม่ยืนยันว่าจะปรับลดคนหรือไม่ แต่มองว่าให้โอกาสพัฒนาคนจาก AI มากกว่า
เขายังกล่าวถึงการนำเทคโนโลยี AI เข้ามานั้นยังได้ช่วยทำให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างสะดวกเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าการนำเทคโนโลยี Copilot มาช่วยในงานไม่ว่าจะเป็น ในส่วนของ EIC ที่ช่วยรวบรวมข่าวที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจไทย การช่วยสรุปข้อความด้านกฎหมายให้กับพนักงานฝ่ายอื่นของฝ่ายกฎหมาย เป็นต้น ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยในงาน Automation ลดภาระบางอย่างของพนักงาน
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ การนำเทคโนโลยี AI เข้ามานั้นไม่ได้เอามาแทนคนแต่อย่างใด แต่เอามาปรับโจทย์ให้พนักงานเก่งมากขึ้น
อย่างไรก็ดีเขาชี้ว่าไม่ยืนยันว่าจะมีการปรับลดคนหรือไม่ แต่มองว่าให้โอกาสพนักงานมากกว่า เขาเองยังวางเป้าว่า SCB จะให้พนักงานเข้าใจเรื่องดิจิทัล ปรับให้พนักงานเก่งขึ้น ภายในปี 2026 พนักงานจะต้องนำ AI ไปสร้างสรรค์งานใหม่ๆ ออกมา
ขณะเดียวกันเขายังชี้ว่าลูกค้าระดับกลางค่อนบนยังต้องการคนอยู่ ซึ่งในอดีตมนุษย์นั้นไม่ให้มูลค่าการปฎิสัมพันธ์มากนัก แต่ในอนาคตทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป เขามองว่าการปฏิสัมพันธ์เป็นเรื่องของความพรีเมียม และเป็นเรื่องของเอกสิทธิ์
เขายังกล่าวทิ้งท้ายว่าสิ่งที่ SCB แตกต่างคือมองว่าคนสำคัญ สำคัญถึงขั้นอยู่ในกลยุทธ์ และตราบใดที่ยังมี SCB ก็ยังต้องมีมนุษย์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...