โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สารคดี Burning Sun จาก BBC กับการเปิดโปงด้านชั่วร้ายของไอดอลชายเกาหลี โดย 2 นักข่าวหญิง ที่ถูกล่าแม่มดจนคนหนึ่งแท้งลูก และ คูฮารา ไอดอลสาวผู้ล่วงลับ

Mirror Thailand

อัพเดต 05 มิ.ย. 2567 เวลา 08.50 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2567 เวลา 10.57 น.
ภาพไฮไลต์

จองจุนยองซึงรี และ ชเวจงฮุน ล้วนเป็นอดีต 3 ไอดอลชายเกาหลีใต้ ที่ครั้งหนึ่งเคยตกแฟนคลับสาวๆ เข้าด้อมทั้งในประเทศและนอกประเทศ ด้วยภาพลักษณ์อันแสนน่ารัก แต่จากคดี‘Burning Sun’ ซึ่งเป็นข่าวในปี 2019 ที่พวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการข่มขืนผู้หญิง มอมยาผู้หญิง ทารุณกรรมผู้หญิง แอบถ่ายคลิปและภาพโป๊ผู้หญิงโดยไม่ได้รับอนุญาต ไปจนถึงเป็นนายหน้าค้าประเวณีผิดกฎหมาย ฯลฯ โดยมีเหยื่อจากเหตุการณ์นี้หลายชีวิตทุกข์ทรมานจากการกระทำอันไร้มนุษยธรรมที่ว่า ทำให้คดีนี้เป็นจุดพลิกผันสำคัญครั้งใหญ่ ที่ทำให้ผู้คนที่เคยมองข้ามปัญหาการใช้อำนาจความเป็นชายกดขี่เพศหญิงในเกาหลีใต้ที่ฝังรากลึกมานาน ได้มองเห็นปัญหานี้กันมากขึ้น (แม้จะยังไม่ได้ตระหนักกันอย่างกว้างขวางก็ตาม) โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมบันเทิง ที่เราไม่อาจแน่ใจได้ว่า ไอดอลที่เรารักจะมีชุดความคิดที่มองผู้หญิงเป็น ‘ของเล่น’ หรือ ‘ขยะ’ เหมือนกับที่พวกเขาทั้ง 3 มอง และพูดกันออกมาอย่างสนุกปากหรือเปล่า? ไม่เพียงเท่านั้น เหล่า ‘คนใหญ่คนโต’ ในเกาหลีใต้ มีอิทธิพลขนาดที่เอาตัวรอดจากกระบวนการยุติธรรมได้มากขนาดไหน

หลังจากผ่านมาแล้ว 5 ปี คดี Burning Sun ถูกพูดถึงอีกครั้งในเวลานี้ เมื่อ BBC เผยแพร่สารคดีเรื่องนี้ ซึ่งมีความยาว 1 ชั่วโมง เล่าเรื่องราวของ 2 นักข่าวสาวเกาหลี พัคฮโยซิล และ คังคยองยุน ที่สืบสาวเรื่องราวนี้อย่างยากลำบาก และได้รับผลกระทบอย่างหนัก ถึงขั้นโดนแฟนคลับไอดอลชาย รวมถึงผู้คนที่เรียกตัวเองว่า anti-feminist ถล่มด่า ไล่ไปตาย จนทำให้หนึ่งในนักข่าวต้องแท้งลูก แต่สุดท้ายพวกเธอก็สามารถนำเรื่องจริงออกมารายงาน และทำให้ จองจุนยอง ซึงรี และ ชเวจงฮุน ได้รับโทษตามกฎหมายได้สำเร็จ แต่ถึงอย่างนั้น ปัจจุบัน พวกเขาทั้งสามได้พ้นโทษตามกฎหมาย และดูเหมือนจะกลับมาใช้ชีวิตกันอย่างปกติธรรมดา แม้จะไม่ได้อยู่เบื้องหน้าในวงการบันเทิงแล้ว แต่ก็คงไม่สามารถเรียกได้ว่าพวกเขาชดใช้ความผิดแล้วอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งหลายคนก็ได้วิพากษ์วิจารณ์กฎหมายของเกาหลีใต้ว่า โทษที่พวกเขาได้รับเบาไปอย่างมาก เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดที่เหยื่อผู้หญิงทุกคนในคดีนี้ต้องเผชิญและทนทุกข์ทรมาน โดยซึงรี จำคุกเพียง 1 ปีครึ่ง ชเวจงฮุน จำคุกเพียง 2 ปีครึ่ง และจองจุนยอง จำคุก 5 ปี

สารคดี Burning Sun จึงเป็นหลักฐานชิ้นใหญ่ที่สื่อสารไปยังผู้คนทั่วโลกว่า คดีนี้จะไม่มีวัน ‘ถูกลืม’ และถูกจดจำไปอีกนาน เพราะการกระทำของพวกเขาเป็นสิ่งเลวร้ายที่ไม่น่าให้อภัย นอกจากนี้ ยังเป็นการยกย่องความกล้าหาญของ ‘ผู้หญิง’ ที่พยายามต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศ ในประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสังคมชายเป็นใหญ่ ทั้ง 2 นักข่าวที่ต้องใช้แรงกายและแรงใจอย่างมากในการนำเสนอข่าวนี้ ในช่วงเวลาที่ผู้คนต่อต้านแนวคิดเฟมินิสม์แบบสุดๆ รวมถึงสารคดีนี้ยังเป็นการระลึกถึงบุคคลสำคัญที่จากไปแล้ว ซึ่งเป็นพยานสำคัญ และช่วยรวบรวมหลักฐานมาให้นักข่าวได้เผยแพร่ความจริงออกมาอย่างน่าชื่นชม นั่นคือไอดอลสาวที่หลายคนคิดถึงอย่าง ‘คูฮารา’ ที่เป็นคนอาสาขอเป็นสายสืบเปิดโปงเรื่องนี้ จนทำให้นักข่าวรู้ว่าตำรวจที่คอยช่วยเหลือแก๊งทารุณกรรมหญิงสาวคือใคร และเปิดเผยเรื่องนี้ได้สำเร็จ ส่วนหนึ่งเพราะฮาราอยากช่วยหญิงสาวคนอื่นๆ ที่ตกเป็นเหยื่อ เนื่องจากเธอเองก็เคยเป็นเหยื่อการถูกผู้ชาย ซึ่งเป็นแฟนเก่าแอบถ่ายมาก่อนเช่นกัน

และที่ขาดไม่ได้คือ เสียงของเหยื่อ ที่ออกมาเล่าสิ่งที่เธอเจออย่างตรงไปตรงมา ซึ่งนั่นสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า วันนี้เธอยังคงเจ็บปวดกับสิ่งที่เจอ ขณะที่อดีตไอดอลทั้ง 3 นั้นพ้นโทษ และเป็นอิสระแล้ว คังคยองยุน กล่าวกับ BBC ว่า สิ่งที่เธอและ พัคฮโยซิล ทำมาโดยตลอดนี้ จะเป็น “เครื่องเตือนใจว่าเรื่องของเซ็กซ์ และการใช้อำนาจในอุตสาหกรรม K-POP มันเน่าหนอนแค่ไหน” และเธอเปรียบเหตุการณ์นี้เหมือนกับ “เราโยนก้อนกรวดก้อนเดียวลงไปในบ่อน้ำขนาดใหญ่…มันสงบลงอีกครั้งแล้วก็จริง แต่ฉันหวังว่ามันจะติดอยู่ในความทรงจำของผู้คน หากวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก เราจะได้สามารถออกมาพูดกันให้เร็วกว่านี้”

เพราะกว่าเรื่องนี้จะถูกเปิดโปงออกมา 2 นักข่าวหญิงใช้เวลากันมาอย่างยาวนาน โดยเราจะขอรีแคปความชั่วร้ายที่อยู่ในสารคดี Burning Sun ให้อ่านกัน

1. แชตลับของศิลปินชาย K-POP ที่เห็นผู้หญิงเป็น ‘ของเล่น’ และ ‘ขยะ’ - สารคดีเริ่มด้วยเรื่องแชตลับของแก๊งไอดอลชายที่มีการพูดคุย และเม้าท์มอยผู้หญิงกันอย่างสนุกปาก โดยมีการกล่าวถึงการถ่ายคลิปข่มขืนผู้หญิงที่ไม่ได้สติ และแลกเปลี่ยนคลิปกัน ซึ่งจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรื่องนี้แดงขึ้นมา เกิดจากการที่ จองจุนยอง แอบถ่ายคลิป ‘Molka’ แฟนสาวของเขา ซึ่ง Molka เป็นคำที่คนเกาหลีใช้สำหรับพฤติกรรมการซ่อนกล้องแอบถ่ายอีกฝ่ายโดยไม่เต็มใจ และแน่นอนว่าผิดกฎหมาย

ปี 2016 เป็นครั้งแรกที่เรื่องนี้ถูกรายงานโดยนักข่าว พัคฮโยซิล หลังจากที่แฟนสาวของ จองจุนยอง ไปแจ้งความ ซึ่งทำให้ จองจุนยอง ถูกสืบสวน แต่เขาดันไม่มอบโทรศัพท์ส่วนตัวให้ตำรวจในตอนแรก ทำให้หลังจากนั้นโทรศัพท์ถูกไปให้ตรวจสอบที่บริษัทกู้ข้อมูลแทน และตำรวจก็ไม่ได้ตรวจสอบเอง ตำรวจไม่ได้สนใจด้วยว่าจะกู้ข้อมูลได้หรือไม่ได้ แต่เขาก็รายงานออกมาว่า ‘กู้ข้อมูลไม่ได้’ เพราะอยากรีบปิดจบคดีนี้ ซึ่งนั่นทำให้เห็นถึงการทำงานที่ไม่ใส่ใจคดีทางเพศนี้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อย่างชัดเจน ในตอนนั้น แทนที่แฟนสาวของเขาจะได้รับความยุติธรรม กลับกลายเป็นตรงข้าม เนื่องจาก จองจุนยอง รับบทเหยื่อ และอ้างว่าคลิปนั้นเป็นคลิปที่เล่นกันกับแฟนเฉยๆ ทำให้ นักข่าว พัคฮโยซิล ถูกสังคมมองว่าเป็นตัวร้ายในเรื่องนี้ เธอโดนโจมตีจากแฟนคลับของ จองจุนยอง และโดนโจมตีจากผู้ชายที่เรียกตัวเองว่าเป็น anti-feminist ที่ไล่ให้เธอไปตายตอนเธอกำลังตั้งท้องอยู่ และนั่นส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต จนเธอแท้งลูก และเรื่องนี้ก็เงียบไปสักพัก…

3 ปีต่อมา นักข่าว คัง คยองยุน รับไม้ต่อจาก พัคฮโยซิล ขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเธอได้รับหลักฐานชิ้นสำคัญจากแหล่งข่าวถึงแชตลับใน KakaoTalk ระหว่างปี 2015-2016 ของ จองจุนยอง ที่กำลังคุยกับเพื่อนของเขา ซึ่งมี ชเวจงฮุน และ ซึงรี อยู่ในนั้นด้วย ในแชตปรากฏข้อความที่ จองจุนยอง เรียกผู้หญิงว่า ของเล่น และขยะ รวมถึงมีผู้ชายในกลุ่มเรียกผู้หญิงบางคนว่า ผู้หญิงเกรดต่ำ และมีการแลกเปลี่ยนภาพแอบถ่าย และคลิปแอบถ่ายมากมายอยู่ในนั้น

เหตุการณ์น่าสะเทือนใจหนึ่งที่ปรากฏในสารคดี คือ การที่พวกเขาเชิญเพื่อนผู้หญิงมายังรีสอร์ตแห่งหนึ่ง และมอมเธอจนไม่ได้สติเพื่อข่มขืน หลังจากนั้นก็อัปโหลดคลิปลงแชตกลุ่ม ถัดจากวันนั้น จองจุนยอง ก็ไปงานแฟนไซน์กับแฟนคลับอย่างหน้าตาเฉย และยังบอกขำๆ กับเพื่อนอีกด้วยว่า คืนนั้นเป็นคืนที่สนุกมากที่สุดในชีวิตแล้ว

2. ข่มขืนผู้หญิง และใช้เป็นเครื่องมือเรียกนักลงทุน - สารคดีเผยให้เห็นถึงหลักฐานที่ชี้ว่าซึงรีมักจะใช้ผู้หญิงเป็นเครื่องมือในการเรียกนักลงทุนรวยๆ เข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ ไม่ว่าจะเป็นการที่เขาหาผู้หญิงมาให้แขกชาวไต้หวัน หรือการที่เขาจัดปาร์ตี้ที่ฟิลิปปินส์เพื่อดึงดูดนักลงทุน ซึ่งก็มีคลิปที่เขาตวาดใส่ผู้หญิงคนหนึ่ง และพยายามจะฉุดกระชากเธอ

ซึงรี ถือเป็นตัวการใหญ่ในการสร้างคลับที่ใหญ่ที่สุดในกังนัม นั่นคือ ‘Burning Sun’ เพราะเขาทั้งสนิทกับตำรวจและนักลงทุนมากมาย เรียกได้ว่านั่นทำให้เขามี ‘แบ็ก’ คอยระวังหลังให้ในการทำธุรกิจสีเทานี้ โดยซึงรีที่เป็นทั้งเจ้าของคลับ และรับบทเป็นดีเจในคลับด้วย จุดประสงค์ของเขาคือการเรียกลูกค้าสาวๆ มาให้เยอะๆ และเรียกลูกค้าหนุ่มๆ ที่อยากมาเจอสาวๆ ให้แห่กันมาจองโต๊ะ โดยที่ Burning Sun จะมีโซนลับๆ สำหรับแขก VIP นั่นก็คือการที่ทีมงานจะถ่ายรูปสาวสวยที่กำลังเมาโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งไปให้แขกเลือก และใช้ยา GHB (gamma-hydroxybutyrate) หรือที่คนไทยเรียกกันว่า ‘ยาเสียสาว’ มอมพวกเธอ โดยมีการ์ดล้อมอยู่ด้านหน้า ทำให้คนข้างนอกไม่สามารถได้ยินเสียงอะไรที่เกิดขึ้นข้างในได้เลย และบางคนเมื่อถูกมอมแล้ว ก็อาจถูกนำตัวไปที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะโรงแรม รถ หรือที่ต่างๆ

เหยื่อคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ในสารคดีนี้ไว้ว่า “ฉันไปห้องน้ำกับเพื่อน และพูดว่า ‘ฉันรู้สึกแปลกๆ อะวันนี้ เมาเร็วมากจริงๆ ฉันยังแทบไม่ได้ดื่มอะไรเยอะแยะเลยนะ’ พอกลับมาที่โต๊ะ รู้ตัวอีกทีฉันก็ตื่นมาอยู่บนเตียงแล้ว” เธอเล่าพร้อมน้ำตาว่า เธอพยายามส่งเสียงกรีดร้อง แต่ผู้ชายคนนั้นก็ปิดปากเธอไว้ ผลักเธอล้ม ทำร้ายร่างกายเธอ จนเธอหายใจไม่ออก และเจ็บซี่โครง นั่นทำให้เธอยอมจำนน และรู้สึกว่าต้องโดนฆ่าแน่ๆ เขายังบังคับให้เธอถ่ายรูปกับเขาและยิ้มให้กล้อง โดยอ้างว่าถ้ายอมถ่ายจะปล่อยตัวออกไป แต่เธอไม่สามารถยิ้มออกมาได้ จึงเลือกที่จะชูสองนิ้วแทน เมื่อเธอออกมาได้ เธอก็เข้าไปแจ้งความว่าถูกข่มขืน แต่ผู้ชายบอกว่าเธอยินยอมพร้อมใจเอง เพราะมีรูปถ่ายนั้นยืนยัน ซึ่งทำให้ผู้ชายคนนั้นรอดพ้นความผิดไป

3. คูฮารา ผู้หญิงที่อยากช่วยให้ผู้หญิงทุกคนได้รับความยุติธรรม - อยู่มาวันหนึ่งวิดีโอแอบถ่ายสาวๆ ที่เข้ามาใน Burning Sun กลายเป็นไวรัลในเว็บโป๊ ซึ่งก็คงเป็นการแลกเปลี่ยนคลิปกันจนหลุดไปยังโลกอินเทอร์เน็ต บวกกับภาพจากกล้อง CCTV ที่มีการเผยแพร่การใช้ความรุนแรงของซึงรีในคลับ นักข่าวคังคยองยุน ที่มีหลักฐานอยู่ในมือ เธอจึงเริ่มรายงานเรื่องราวของซึงรีผ่านช่อง SBS ทำให้ซึงรีเข้ารับการสอบสวนในสถานีตำรวจ

คังคยองยุน พบข้อมูลสำคัญจากแชตลับว่ามีตำรวจสมรู้ร่วมคิดกับแก๊งนี้ ซึ่งนั่นทำให้แก๊งไอดอลสามารถรอดพ้นคดีมาหลายต่อหลายครั้งได้ ขณะที่เธอไม่แน่ใจว่าจะสืบหาความจริงว่าตำรวจนั้นคือใคร คูฮารา ก็ได้โทรศัพท์มาหาเธอว่า “คุณนักข่าวคะ ฉันฮารานะคะ ฉันอยากจะช่วยคุณจริงๆ ค่ะ” เนื่องจากเธอเป็นเพื่อนกับ ชเวจงฮุน มานาน และเคยเห็นสิ่งแปลกๆ ตอนเขาคุยกับแก๊งเพื่อน คูฮาราอาสาเป็นสายสืบ หลอกถาม ชเวจงฮุน และอัดเสียงมา พบว่าตำรวจคนนั้นคือ ยุนคยูคึน และสาเหตุที่ คูฮารา อาสาช่วยเรื่องนี้แม้จะเสี่ยง เธอบอกกับ คังคยองยุน ว่า “ฉันก็เป็นเหยื่อเหมือนกันค่ะ เหยื่อของ revenge porn” เนื่องจากเธอเคยโดนแอบถ่ายจากแฟนเก่า และพี่ชายของเธอก็บอกว่า ผู้ชายคนนั้นเคยบอกกับ คูฮารา ว่า “ฉันจะทำลายอาชีพในวงการบันเทิงของเธอทิ้งซะ”

นี่จึงถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่ผู้หญิงลุกขึ้นมาช่วยผู้หญิงด้วยกันจากการถูกกดขี่โดยผู้ชาย และเป็นคดีที่ควรถูกจดจำ และย้ำเตือนว่า การกระทำอันไร้มนุษยธรรมนี้ของพวกเขา ไม่สามารถให้อภัย หรือยอมรับได้ เช่นเดียวกับการกดขี่ทางเพศในรูปแบบอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศเกาหลีใต้ รวมถึงทุกพื้นที่ทั่วทุกมุมโลก

อ้างอิง:

https://www.bbc.com/mediacentre/2024/bbc-eye-burning-sun-women-who-exposed-secret-kpop-chatgroups

https://youtu.be/9EEp1q_iMYc?si=n36AbjcAAsRl2EJO

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...