โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ทำไม “รัชกาลที่ 5” ถึงทรงเป็นผู้มีอัจฉริยภาพด้านอาหาร ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 03.35 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 18.41 น.
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทำไม “รัชกาลที่ 5” ถึงทรงเป็นผู้มีอัจฉริยภาพด้านอาหาร ?

เวลาไปร้านอาหาร เรามักจะเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ของ “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” ติดอยู่บนผนังเสมอ ที่โดดเด่นและเห็นอยู่บ่อยครั้งจะเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ที่พระองค์ทรงทอดปลาทู หรือ เสวยพระกระยาหารร่วมกับพระเจ้าลูกยาเธอ

ส่วนหนึ่งที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ อาจเป็นเพราะเจ้าของร้านน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อชาวไทย และเพื่อต้องการแสดงความจงรักภักดี ทั้งอาจมุ่งหวังให้พระองค์เกื้อหนุนให้ร้านขายดี

แต่ที่จริงแล้วอีกส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะพระองค์ทรงได้ชื่อว่าเป็นผู้มีพระอัจฉริยภาพด้านอาหารอย่างสูง พระอัจฉริยภาพของพระองค์ในเรื่องอาหารเรียกได้ว่าเป็นที่โจษจัน เพราะพระองค์ทรงพิถีพิถันเรื่องอาหารการกินอย่างมาก

เช่นตอนที่พระองค์เสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ได้มีพระราชหัตถเลขาถึงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านิภานภดล ถึงอาหารที่พระองค์ทรงปรุง แม้จะมีเครื่องประกอบไม่ครบว่า “—พ่อตำน้ำพริก ขาดน้ำตาล ใช้น้ำตาลกรวดแทน ช่างประดักประเดิดจริง ๆ แก้อย่างไร มันปร่าอยู่นั่นเอง ถ้าเป็นที่บางกอกก็โทษถึงไม่เสวย”

แสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถันและเอาพระทัยใส่เรื่องอาหารของพระองค์อย่างเต็มเปี่ยม

แม้แต่ “ปลาทูทอด”เมนูที่ใครก็คิดว่าทำง่ายกินง่าย เพียงเอาปลาทูไปทอดในน้ำมันให้สุกก็เป็นอันใช้ได้ แต่สำหรับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงจำเพาะเจาะจงให้ “เจ้าจอมเอิบ” เจ้าจอมในพระองค์ ผู้มีความสามารถในการทอดปลาทูได้ถูกพระราชหฤทัย เป็นผู้ทอดถวาย

เรื่องนี้ถึงขั้นมีพระราชหัตถเลขาถึงพระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ สั่งให้รับเจ้าจอมเอิบออกไปทอดปลาทู เมื่อมีพระราชประสงค์จะเสวยพระกระยาหารแบบปิคนิคที่พลับพลาทุ่งพญาไท ว่า…“—เรื่องทอดปลาทู ข้าอยู่ข้างจะกลัวมาก ถ้าพลาดไปแล้ว ข้ากลืนไม่ลง ขอให้จัดตั้งเตาทอดปลาที่สะพานต่อเรือนข้างหน้าข้างใน บอกกรมวังให้จัดรถให้นางเอิบออกไปทอดปลา—”

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงมีความสามารถเรื่องการทำอาหารเป็นเลิศ มีบางครั้งที่ทรงประกอบอาหารด้วยพระองค์เอง และทรงประยุกต์จากวัตถุดิบที่มีอยู่ให้เป็นอาหารรสชาติเยี่ยมได้อย่างดียิ่ง

อย่างเมื่อเสด็จประพาสต้น ครั้งหนึ่งโปรดทรงเรือฉลอมประพาสปากอ่าวแม่กลอง ทรงซื้อกุ้งปลาที่จับได้ตามละมุ (โป๊ะเล็ก ๆ ที่ทำไว้สำหรับจับปลาตามชายทะเล) และโปรดต้มข้าวต้มในเรือด้วยพระองค์เอง ซึ่งรสชาติข้าวต้มในครั้งนั้น สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ถึงขั้นทรงออกพระโอษฐ์ออกมาว่า “—ตั้งแต่ฉันเกิดมา ไม่เคยกินข้าวต้มอร่อยเหมือนวันนั้นเลย—”

ครั้งเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงทำ “ข้าวคลุกกะปิ” ด้วยพระองค์เอง เนื่องจากทรงเบื่อพระกระยาหารฝรั่ง แม้ว่าวัตถุดิบจะไม่ได้มีพร้อมเหมือนประทับที่สยามก็ตาม พระองค์ยังทรงประยุกต์อาหารอิตาลีให้กลายเป็นอาหารไทยแสนอร่อย อย่างที่ทรงว่าไว้ว่า

“—กินเข้าเย็นวันนี้ มีมักกะโรนีเส้นย่อมๆ เขาทำไม่ได้ใส่มะเขือเทศ เรียกลูบริอลิตาเลียน เหมือนก๋วยเตี๋ยว เรียกมะนาวและน้ำตาลพริกป่นมาเติมอร่อย จนตากัปตันเองลอง เลยสั่งให้ทำมาบ่อยๆ—”

จากตัวอย่างที่ยกมา คงทำให้ทุกคนเห็นแล้วว่า “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” ทรงมีพระอัจฉริยภาพรอบด้าน ทั้งการบริหารราชการแผ่นดิน ไปจนถึงเรื่องอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยไปกว่าเรื่องใดเลย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง : “พระอัจฉริยภาพด้านอาหารในรัชกาลที่ 5”เขียนโดย ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ตุลาคม 2552.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 กรกฎาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไม “รัชกาลที่ 5” ถึงทรงเป็นผู้มีอัจฉริยภาพด้านอาหาร ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...