โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เพื่อไทย ถกงบ 68 ห่วงเด็กหลุดระบบการศึกษา-โดนดำเนินคดี จี้เรียนฟรีจริง ไม่ใช่วาทกรรม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 20 มิ.ย. 2567 เวลา 05.01 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2567 เวลา 03.51 น.

‘ลิณธิภรณ์’ ย้ำ รบ.ทุ่มงบเพิ่มให้การศึกษา หวังโอบรับเด็กหลุดจากระบบผ่าน 3 พันธกิจ แนะศธ.ลดค่าใช้จ่ายให้เยาวชนเรียนฟรีเป็นจริงได้ ไม่ใช่วาทกรรม

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร วาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท โดยในปีนี้ไม่มีการตั้งงบประมาณเพื่อชดใช้เงินคงคลัง

เวลา 09.50 น. น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ระบบการศึกษาที่ดีจะช่วยพัฒนาชีวิต รัฐบาลจึงมีหน้าที่โอบรับไม่ให้เด็กร่วงหล่นจากการศึกษา ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษา มีอยู่ 2 ข้อด้วยกัน

ข้อแรก มาจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 และสภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ซึ่งมีเด็กไทยกว่า 1.8 ล้านคนมีความเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษา

ต่อมาปัญหาสุขภาพจิต ทางสภาพัฒน์ประเมินว่าคนไทยกว่า 10 ล้านคนที่มีภาวะซึมเศร้า โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ทำให้มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน 15-19 ปี ในปี 66 ที่ผ่านมาเยาวชนถูกดำเนินคดีกว่า 12,602 ครั้ง กว่า 57 เปอร์เซ็นต์ของอาชญากรรมทั้งหมด มาจากเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งรัฐบาลตระหนักดีกว่าากรเพิ่มทุนและลงทุนในทรัพยากรมนุษย์คือสิ่งที่สำคัญ โดยได้จัดสรรงบปี 68 ในด้านการศึกษา ตามที่เคยแถลงนโยบายไว้

น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าวว่า จากปัญหาที่ตนกล่าว ความมุ่งมั่นของรัฐบาลจึงกำหนดออกมาเป็นพันธกิจ 3 ประการ
นโยบาย Thailand Zero Dropout ผ่านกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา โดยเชื่อมข้อมูลทะเบียนนักเรียนและฐานข้อมูลการปกครองรายบุคคล เพื่อนำเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษา ส่งเสริมการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นผ่านกองทุน กสศ.

โดยรัฐบาลอนุมัติงบกว่า 6,983 ล้านบาท จะเห็นได้ว่างบที่ได้จัดสรรให้ กสศ. ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่ได้รับการสนับสนุนกว่า 146,059 คน และรัฐบาลได้อนุมัติเงินสนุบสนุนรายจ่ายเด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์จำนวน 5,964 ล้านบาท และในปี 68 รัฐบาลได้เพิ่มงบในส่วนความร่วมมือของภาคีเครือข่ายระดับพื้นที่และนานาชาติเป็นเงิน 315 ล้านบาท

2.กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อประชาชน รัฐบาลกำหนดงบให้ กยศ.เป็นเงิน 800 ล้านบาท และกำหนดให้มีเงินอุดหนุนนอกงบประมาณอีก 42,987 ล้านบาท นอกจากนี้ยังแก้ไขร่าง พ.ร.บ.กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2566 แก้ไขในดอกเบี้ยให้ไม่เกิน 1 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และปรับลดเบี้ยปรับให้ไม่เกิน 0.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์ผู้กู้ยืม โดยสามารถกู้เรียนหลักสูตรระยะสั้นได้ มีทุนการศึกษา ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน นอกจากนี้รัฐบาลได้มีการเจรจาผ่อนผันหนี้จากผู้กู้ยืมหนี้สินในปี 67 กว่า 6 หมื่นคน ให้มีการปรับโครงสร้างหนี้และขยายเวลาชำระหนี้อีก 15 ปี

3.การลดภาระและเพิ่มขวัญและกำลังใจครูผู้สอน โดยเพิ่มฝ่ายสนับสนุนและบรรเทาด้านอื่นๆ รวมทั้งเพิ่มภารโรงในทุกโรงเรียนกว่า 25,370 อัตรา โดยใช้งบไป 2,739.96 ล้านบาท และการแก้ปัญหาหนี้สินให้ครูอีก 100 ล้านบาท

น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าวต่อว่า ตนมีข้อเสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการว่า ให้ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองให้บุตรหลานเรียนฟรีจริง ไม่ใช่วาทกรรมเพ้อฝัน ใช้เทคโนโลยีชดเชยด้วยนโยบาย Free Tablet For All และให้เปิดเสรีทรงผมและการแต่งกาย โดยไม่ใช้งบประมาณรัฐ กระทรวงต้องประกันสิทธิขั้นพื้นฐานบนเนื้อตัวร่างกายของนักเรียน ไม่ใช่ผลักให้เป็นดุลพินิจของโรงเรียน ทั้งหมดช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของผู้ปกครองไปได้มาก

“ทักษะความรู้เป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่สุด ที่ไม่มีใครพรากไปจากลูกหลานของเราได้ตลอดชีวิต ทุกลมหายใจคนรุ่นใหม่ที่รัฐบาลจะลงทุนปลูกฝังไปนี้ สามารถเปลี่ยนชีวิต ครอบครัว สังคม และโลกใบนี้ได้ ดังนั้น ใบเบิกทางที่ชื่อว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ.2568 จะขับเคลื่อนให้เด็กไทยทุกคนเป็นทรัพยากรมนุษย์อันทรงคุณค่า สำหรับอนาคตของประเทศชาติของเราต่อไป” น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เพื่อไทย ถกงบ 68 ห่วงเด็กหลุดระบบการศึกษา-โดนดำเนินคดี จี้เรียนฟรีจริง ไม่ใช่วาทกรรม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...