เพื่อไทย ถกงบ 68 ห่วงเด็กหลุดระบบการศึกษา-โดนดำเนินคดี จี้เรียนฟรีจริง ไม่ใช่วาทกรรม
‘ลิณธิภรณ์’ ย้ำ รบ.ทุ่มงบเพิ่มให้การศึกษา หวังโอบรับเด็กหลุดจากระบบผ่าน 3 พันธกิจ แนะศธ.ลดค่าใช้จ่ายให้เยาวชนเรียนฟรีเป็นจริงได้ ไม่ใช่วาทกรรม
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร วาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท โดยในปีนี้ไม่มีการตั้งงบประมาณเพื่อชดใช้เงินคงคลัง
เวลา 09.50 น. น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ระบบการศึกษาที่ดีจะช่วยพัฒนาชีวิต รัฐบาลจึงมีหน้าที่โอบรับไม่ให้เด็กร่วงหล่นจากการศึกษา ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษา มีอยู่ 2 ข้อด้วยกัน
ข้อแรก มาจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 และสภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ซึ่งมีเด็กไทยกว่า 1.8 ล้านคนมีความเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษา
ต่อมาปัญหาสุขภาพจิต ทางสภาพัฒน์ประเมินว่าคนไทยกว่า 10 ล้านคนที่มีภาวะซึมเศร้า โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ทำให้มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน 15-19 ปี ในปี 66 ที่ผ่านมาเยาวชนถูกดำเนินคดีกว่า 12,602 ครั้ง กว่า 57 เปอร์เซ็นต์ของอาชญากรรมทั้งหมด มาจากเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งรัฐบาลตระหนักดีกว่าากรเพิ่มทุนและลงทุนในทรัพยากรมนุษย์คือสิ่งที่สำคัญ โดยได้จัดสรรงบปี 68 ในด้านการศึกษา ตามที่เคยแถลงนโยบายไว้
น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าวว่า จากปัญหาที่ตนกล่าว ความมุ่งมั่นของรัฐบาลจึงกำหนดออกมาเป็นพันธกิจ 3 ประการ
นโยบาย Thailand Zero Dropout ผ่านกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา โดยเชื่อมข้อมูลทะเบียนนักเรียนและฐานข้อมูลการปกครองรายบุคคล เพื่อนำเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษา ส่งเสริมการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นผ่านกองทุน กสศ.
โดยรัฐบาลอนุมัติงบกว่า 6,983 ล้านบาท จะเห็นได้ว่างบที่ได้จัดสรรให้ กสศ. ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่ได้รับการสนับสนุนกว่า 146,059 คน และรัฐบาลได้อนุมัติเงินสนุบสนุนรายจ่ายเด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์จำนวน 5,964 ล้านบาท และในปี 68 รัฐบาลได้เพิ่มงบในส่วนความร่วมมือของภาคีเครือข่ายระดับพื้นที่และนานาชาติเป็นเงิน 315 ล้านบาท
2.กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อประชาชน รัฐบาลกำหนดงบให้ กยศ.เป็นเงิน 800 ล้านบาท และกำหนดให้มีเงินอุดหนุนนอกงบประมาณอีก 42,987 ล้านบาท นอกจากนี้ยังแก้ไขร่าง พ.ร.บ.กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2566 แก้ไขในดอกเบี้ยให้ไม่เกิน 1 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และปรับลดเบี้ยปรับให้ไม่เกิน 0.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์ผู้กู้ยืม โดยสามารถกู้เรียนหลักสูตรระยะสั้นได้ มีทุนการศึกษา ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน นอกจากนี้รัฐบาลได้มีการเจรจาผ่อนผันหนี้จากผู้กู้ยืมหนี้สินในปี 67 กว่า 6 หมื่นคน ให้มีการปรับโครงสร้างหนี้และขยายเวลาชำระหนี้อีก 15 ปี
3.การลดภาระและเพิ่มขวัญและกำลังใจครูผู้สอน โดยเพิ่มฝ่ายสนับสนุนและบรรเทาด้านอื่นๆ รวมทั้งเพิ่มภารโรงในทุกโรงเรียนกว่า 25,370 อัตรา โดยใช้งบไป 2,739.96 ล้านบาท และการแก้ปัญหาหนี้สินให้ครูอีก 100 ล้านบาท
น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าวต่อว่า ตนมีข้อเสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการว่า ให้ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองให้บุตรหลานเรียนฟรีจริง ไม่ใช่วาทกรรมเพ้อฝัน ใช้เทคโนโลยีชดเชยด้วยนโยบาย Free Tablet For All และให้เปิดเสรีทรงผมและการแต่งกาย โดยไม่ใช้งบประมาณรัฐ กระทรวงต้องประกันสิทธิขั้นพื้นฐานบนเนื้อตัวร่างกายของนักเรียน ไม่ใช่ผลักให้เป็นดุลพินิจของโรงเรียน ทั้งหมดช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของผู้ปกครองไปได้มาก
“ทักษะความรู้เป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่สุด ที่ไม่มีใครพรากไปจากลูกหลานของเราได้ตลอดชีวิต ทุกลมหายใจคนรุ่นใหม่ที่รัฐบาลจะลงทุนปลูกฝังไปนี้ สามารถเปลี่ยนชีวิต ครอบครัว สังคม และโลกใบนี้ได้ ดังนั้น ใบเบิกทางที่ชื่อว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ.2568 จะขับเคลื่อนให้เด็กไทยทุกคนเป็นทรัพยากรมนุษย์อันทรงคุณค่า สำหรับอนาคตของประเทศชาติของเราต่อไป” น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เพื่อไทย ถกงบ 68 ห่วงเด็กหลุดระบบการศึกษา-โดนดำเนินคดี จี้เรียนฟรีจริง ไม่ใช่วาทกรรม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th