โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จาก “เปาโล พหลโยธิน” รีแบรนด์สู่ “พญาไท” ในรอบ 50 ปี ปักหมุด รพ.เรือธงแห่งใหม่

Thairath Money

อัพเดต 20 พ.ค. 2567 เวลา 10.51 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2567 เวลา 10.51 น.
ภาพไฮไลต์

กว่า 50 ปีที่ “โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน” หรือที่ทุกคนมักจะคุ้นชินกันในชื่อ “เปาโล สะพานควาย” ได้เปิดทำการมาในคราวนี้ เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ได้เดินหน้าปรับลุคจากโรงพยาบาลวัยเกษียณ สู่โรงพยาบาลที่ดูเด็กลง ผ่านการยกระดับการให้บริการด้านการแพทย์ที่ตอบโจทย์ทุกกลุ่มวัย และมี Active Lifestyle มากขึ้น ด้วยกลยุทธ์การรีแบรนด์สู่“โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน” ที่จะหันมาเจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียมมากขึ้น

ปั้นแนวรบ บุกตลาดพรีเมียม รองรับ “สุขุมวิทแห่งใหม่”

อัฐ ทองแตง ประธานคณะผู้บริหาร เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล กล่าวถึงการรีแบรนด์ว่า เนื่องด้วยย่านพหลโยธิน โยธี อารีย์ ราชวิถี พญาไท พระรามหก และศรีอยุธยา เป็นพื้นที่ที่มีขีดความสามารถในการให้บริการสุขภาพ เนื่องจากมีโรงพยาบาล สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย ทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนมาก รวมทั้งมีออฟฟิศ โครงการอสังหาริมทรัพย์ และย่านการค้า ชุมชน กระจายอยู่เป็นจำนวนมาก จึงถือได้ว่าในพื้นที่นี้มีลูกค้ากำลังซื้อสูงทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่จะกลายเป็น “สุขุมวิทแห่งใหม่” เลยก็ว่าได้

จึงทำให้กลุ่มโรงพยาบาลพญาไทต้องการที่จะคงมาตรฐานเดียวกัน เพื่อร่วมบริหารทรัพยากรและการดูแลผู้ป่วยระหว่าง พญาไท 1, 2 และพญาไท พหลโยธิน ให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่ม New Age ที่สนใจสุขภาพ และมี Active Lifestyle ดังนั้นการรีแบรนด์โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน ในครั้งนี้จึงถือเป็นโรงพยาบาลแห่งยุคที่ตอบโจทย์

“การพลิกโฉมครั้งนี้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ไลฟ์สไตล์ของผู้คนและสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ย่านธุรกิจขยายตัวมากขึ้น ทำให้กลุ่มผู้ใข้บริการเปลี่ยนแปลงตาม จากครอบครัวใหญ่เป็นครอบครัวเดี่ยว มีกลุ่มคนทำงาน คนรุ่นใหม่ ชาวต่างชาติ และสังคมสูงวัยที่สนใจสุขภาพมากขึ้น”

Top 3 เข้ารับการบริการ “กลุ่มผ่าตัด กระดูกและข้อ โรคหัวใจ”

ด้าน ผศ.นพ.วีรยะ เภาเจริญ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาโรงพยาบาลมีผู้มาใช้บริการแบ่งเป็นสัดส่วนคนไทย 70% และชาวต่างชาติ 30% ไม่ว่าจะเป็นเมียนมา อาหรับ กัมพูชา ฯลฯ หากคิดเป็นสัดส่วนลูกค้าเดิมจะอยู่ที่ 70% และลูกค้าใหม่ 30% รองรับได้ทั้งหมด 210 เตียง โดยส่วนใหญ่ผู้มาใช้บริการจะเป็นกลุ่มผ่าตัด กระดูกและข้อ และโรคหัวใจเป็นหลัก ซึ่งการรีแบรนด์ในครั้งนี้จะเพิ่มโอกาสให้คนไข้เข้าถึงบริการได้มากขึ้น

“ในเรื่องของการปรับราคา เมื่อก่อนเป็นยังไงตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิมแม้ว่าจะมีการรีแบรนด์ก็ตาม ยกเว้นสภาพกลไกตลาด เงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ถือเป็นวัฏจักรของการดำเนินธุรกิจที่ราคาอาจจะมีการปรับขึ้นตาม ส่วนประกันสังคมทางโรงพยาบาลไม่ได้มีการรับตรงจุดนี้มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง”

อย่างไรก็ตาม ผศ.นพ.วีรยะ มองว่า ภาพรวมธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน มีการแข่งขันสูง เนื่องจากในปัจจุบันโรคภัยไข้เจ็บมีจำนวนมาก และจำนวนคนที่ต้องการเข้ารับการรักษาพยาบาลก็มีมากขึ้นเช่นกัน โดยส่วนใหญ่มีกำลังใช้จ่ายกับเรื่องสุขภาพ สวนทางกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน อาทิ กลุ่ม HENRY หาเงินเก่ง ใช้เก่ง กล้าใช้จ่ายกับไลฟ์สไตล์

ดังนั้นเพื่อยกระดับการให้บริการด้านการแพทย์ที่ตอบโจทย์ทุกวัย และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ทาง รพ.จึงได้ส่งมอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่ครบวงจร โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริการที่เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ทำให้การดูแลผู้ป่วยสะดวกและเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา

อาทิ แอปพลิเคชัน Health Up ที่ช่วยนัดหมายและติดตามนัดจากที่บ้าน รวมถึงบริการ Telecare ปรึกษาปัญหาสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นการเปลี่ยนภาพลักษณ์จากโรงพยาบาลที่คนมารักษาโรค เป็น สถานที่สำหรับช็อปปิ้งสุขภาพ เน้นการสร้างเสริม Health&Wellness ในทุกมิติ โดยที่คนไข้เดิมของโรงพยาบาลเปาโลก็ยังสามารถเข้ามารับบริการได้เป็นปกติ.

ติดตามข้อมูลด้านการตลาด กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จาก “เปาโล พหลโยธิน” รีแบรนด์สู่ “พญาไท” ในรอบ 50 ปี ปักหมุด รพ.เรือธงแห่งใหม่

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...