โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สภาหอการค้าไทย-อิตาลี จับมือช่วยเอสเอ็มอี สร้าง Food & Fashion สู้ตลาดโลก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 พ.ค. 2567 เวลา 03.46 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2567 เวลา 03.46 น.

สภาหอการค้าไทย-อิตาลี จับมือช่วยเอสเอ็มอี สร้าง Food & Fashion สู้ตลาดโลก

สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับ หอการค้าอิตาลี (Unioncamere: the Italian Union of Chambers of Commerce, Industry, Crafts and Agriculture) จัดงาน Thai – Italian Business Forum เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยการสนับสนุนจาก H.E. Mr. Paolo Dionisi เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย และนายนฤตย์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พร้อมลงนาม MOU ของภาคเอกชนทั้งสองฝ่ายเพื่อร่วมกันส่งเสริมการค้าการลงทุน การพัฒนาด้านดิจิทัลและความยั่งยืน รวมถึงการพัฒนา SMEs ของประเทศไทยในอนาคต

โดยการจัดงานดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมเปิดงาน พร้อมทั้งนำคณะผู้บริหารของกระทรวงคมนาคมนำเสนอแผนงานโครงการ Land Brides ให้ภาคเอกชนอิตาลีรับทราบ ด้าน BOI ได้มีการนำเสนอความพร้อมด้านสิทธิประโยชน์การลงทุนในประเทศไทยให้นักธุรกิจอิตาลีจากสาขาธุรกิจที่มีศักยภาพสูง อาทิ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและโลจิสติกส์ การก่อสร้าง พลังงานและเศรษฐกิจหมุนเวียน การบินและอวกาศ การเกษตร แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมมากกว่า 100 คน ขณะเดียวกัน พบว่าปัจจุบันมีภาคธุรกิจไทยเข้ามาลงทุนและทำธุรกิจที่อิตาลีจำนวนมาก อาทิ กลุ่มเซ็นทรัล (“La Rinascente”) กลุ่มไมเนอร์ (“NH Hotel”) กลุ่มไทยยูเนี่ยน (“Mareblu” ทูน่า) เป็นต้น

Mr. Andrea Prete ประธานหอการค้าอิตาลี กล่าวว่า MOU ระหว่างหอการค้าอิตาลีและไทย เป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การพัฒนาความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ รวมถึงการส่งเสริมและแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์ และอำนวยความสะดวกในการติดต่อระหว่างองค์กรด้วย โดยในแง่ขนาดเศรษฐกิจไทยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งสามารถรองรับตลาดที่มีประชากรเกือบ 700 ล้านคน และยังเป็นเส้นทางในการเข้าถึงประเทศเศรษฐกิจอื่น ๆ ในเอเชียได้อย่างสะดวก โดยประเทศไทยมีประชากร 72 ล้านคนและมีอัตราการเติบโตของ GDP สูง (คาดการณ์ +2.8% ในปี 2567 และ +3.5% คาดการณ์ปี 2568) โดยในปี 2566 อิตาลี-ไทย มีมูลค่าการค้ามากกว่า 4,000 ล้านยูโร แบ่งเป็นการส่งออก 1.9 พันล้านยูโร และการนำเข้า 2.1 พันล้านยูโร โดยไทยส่งออกสินค้าสำคัญ เช่น เครื่องจักร สิ่งทอและเสื้อผ้า คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น โดยทางเศรษฐกิจของประเทศอิตาลีนั้น มีสัดส่วนจาก SMEs มาก และทางหอการค้าอิตาลี มีประสบการณ์ที่พร้อมจะช่วยหอการค้าไทย ในการยกระดับ SMEs ในประเทศไทย

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับภารกิจสำคัญของการเยือนอิตาลีของภาคเอกชนไทยในครั้งนี้ นอกจากมาสนับสนุนรัฐบาลระหว่างการเยือนยุโรป คือการร่วมลงนาม MOU ระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กับหอการค้าอิตาลี โดยมีเนื้อหาสำคัญในการร่วมกันส่งเสริมการค้าการลงทุนการพัฒนาด้านดิจิทัลและความยั่งยืนในห่วงโซ่มูลค่าของสาขาธุรกิจต่าง ๆ การสร้างกรอบการค้าและอำนวยความสะดวกในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกัน รวมถึงการพัฒนา SMEs ของประเทศไทยในด้าน Food & Fashion โดยเฉพาะยกระดับผ้าไหมของไทยให้เป็นสินค้าที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ซึ่งจากการหารือ ทางอิตาลีพร้อมที่จะแชร์เทคนิคและเครื่องจักรในการพัฒนาคุณภาพผ้าไหมไทยให้เหมาะกับการใช้งานมากขึ้น ซึ่งในส่วนนี้จะเปิดโอกาสให้ผ้าไหมไทยไปสู่ตลาดการออกแบบระดับโลกได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยทั้ง value chain ไหมไทย ตั้งแต่เกษตรกร ไปจนถึงนักออกแบบ

นอกจากนั้นทางอิตาลีพร้อมที่จะช่วยในการสร้างแบรนด์ (Brand) และการสร้างคุณค่า (Value) ให้กับสินค้าไทย เช่น เซรามิกและเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งหอการค้าอิตาลียินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะเข้ามาสนับสนุนไทยในส่วนนี้ โดยสภาหอการค้าฯ เชื่อว่า การลงนาม MOU ในครั้งนี้ จะนำมาสู่การยกระดับผู้ประกอบการและสินค้าไทยให้เป็นรูปธรรมอย่างแน่นอน

นอกจากการลงนาม MOU นั้น ได้มีการจัดการประชุมในรูปแบบ Round Table เพื่อหารือเกี่ยวกับวิธีการทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ อาหาร แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ และยังเป็นการเปิดโอกาสในการหารือระหว่างกันได้อย่างตรงไปตรงมา พร้อมทั้งเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีให้แน่นแฟ้นและมั่นคงมากยิ่งขึ้น

ซึ่งในงานนั้นมีทั้งหอการค้าอิตาลีในประเทศไทย ผู้แทนจาก Rinascente ห้างสรรพสินค้าที่กลุ่มเซ็นทรัลที่ลงทุนในอิตาลี และ Thai Union Frozen ร่วมขึ้นเวทีนำเสนอโอกาสของประเทศไทย โดยภายหลังจากจบการประชุมฯ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมด้วยนายสนั่น อังอุบลกุล ยังได้หารือกับบริษัทชั้นนำของอิตาลีในการเข้ามาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยทั้งทางน้ำ ทางราง สะพาน รวมถึงการพัฒนาสนามบิน โดยสภาหอการค้าฯ พร้อมสนับสนุนภาครัฐเจรจา FTA Thai – EU ให้สำเร็จโดยเร็ว ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือในรูปแบบของ Team Thailand + ที่ทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างแท้จริง นอกจากนั้น ทางหอการค้าอิตาลีได้ให้เกียรติพาคณะฯจากประเทศไทย ชมหนึ่งในตึกประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญและมีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี ที่เป็นสถานที่ประชุมและจัดงานในอดีตของอิตาลีด้วย

นายสนั่น กล่าวว่า ในช่วงเดือนมิถุนายน 2567 สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยยังจะได้จัดคณะเข้าร่วมการประชุม Italian Thai Business Forum (ITBF) ครั้งที่ 9 ณ เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ซึ่งถือเป็นเวทีของภาคธุรกิจและบริษัทชั้นนำที่ลงทุนใน 2 ประเทศ และเป็นสมาชิก ITBF จะได้เข้าร่วม โดยฝ่ายไทยมีนางสาวบุษบา จิราธิวัฒน์ นายอิสระ ว่องกุศลกิจ นำคณะนักธุรกิจไทยไป และภาคธุรกิจของอิตาลีเข้าร่วม อาทิ Italmobiliare (Investment Company) Ducati (Automobile) ENI (Energy) Generalli (Insurance) Pirelli (Rubber &Tire) เป็นต้น เพื่อพบปะหารือและสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่ายให้เติบโตมากยิ่งขึ้นด้วย รวมถึงติดตาม เรื่องที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้ MOU กันในครั้งนึ้ด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สภาหอการค้าไทย-อิตาลี จับมือช่วยเอสเอ็มอี สร้าง Food & Fashion สู้ตลาดโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...