โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Others

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดเสวนา ‘วันช้างไทย’ นำเทคโนโลยีอัลตร้าซาวด์ช่วยเหลือ-อนุรักษ์ช้าง

Khaosod

อัพเดต 14 มี.ค. 2565 เวลา 13.30 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. 2565 เวลา 13.30 น.

เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สืบสานพระปณิธาน สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยให้มีสุขภาพดี มีเป้าหมายบูรณาการองค์ความรู้ใหม่และสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการแพทย์ ทั้งในมิติของการส่งเสริมสุขภาพ รวมทั้งการป้องกันโรคซึ่งไม่ได้มีข้อจำกัดอยู่เฉพาะในคนเท่านั้น ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์เชื่อมโยงระหว่างสิ่งมีชีวิตทั้งคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ตามหลักการ “สุขภาพหนึ่งเดียว” (One Health)

โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 มี.ค.2565 ที่ Living Hall ชั้น 3 อาคารศูนย์การค้าสยามพารากอน คณะสัตวแพทยศาสตร์และสัตววิทยาประยุกต์ หน่วยงานภายใต้การกำกับของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ร่วมกับมูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรม “วันช้างไทย 2565” เพื่อร่วมอนุรักษ์ช้างไทยที่เป็นสัตว์ประจำชาติ ตลอดจนความเป็นสัตว์สำคัญในระบบนิเวศและสัตว์ป่าคุ้มครอง รวมถึงเป็นการยกย่องให้เกียรติช้างว่าเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อชาวไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนไทยรวมทั้งเยาวชนรุ่นใหม่ตระหนักถึงการช่วยเหลือและอนุรักษ์ช้างมากขึ้น ในรูปแบบสัมมนาเชิงให้ความรู้ นิทรรศการ และกิจกรรมส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ และความมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ช้าง

กิจกรรมที่จัดขึ้นประกอบไปด้วย การเสวนาเพื่อแก้ปัญหาช้าง ในหัวข้อ “ปฏิญญาจรรยาบรรณควาญช้างไทย : อีกทางรอดของช้างไทยในอนาคต” ร่วมเสวนาโดยตัวแทนจากหน่วยงานรัฐ เอกชน และควาญช้างอาวุโส และ การเสวนาเพื่อสุขภาพช้างไทย ในหัวข้อ “เทคโนโลยีช่วยช้างชราจากโรคได้อย่างไร?” โดยมีอาจารย์สัตวแพทย์จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เข้าร่วมเสวนาให้ความรู้ในครั้งนี้

ปัจจุบันเทคโนโลยีอัลตร้าซาวด์ ถือเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่สามารถเข้าถึงได้ทั่วทุกพื้นที่ และมีความจำเป็นอย่างสูงในการรักษาสัตว์ ในด้านการรักษาช้างจึงเริ่มมีการนำอัลตราซาวด์เข้ามาเป็นเครื่องมือในการวินิจฉัยรวมถึงการทำงานวิจัย เพื่อตรวจหาความผิดปกติต่างๆ ภายในร่างกายช้าง เพื่อให้ตรวจพบสาเหตุของการเจ็บป่วยได้อย่างรวดเร็วและสามารถทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยหากผลวิจัยมีแนวโน้มที่ดีก็จะเป็นประโยชน์ เพื่อให้สัตวแพทย์ทั่วโลกสามารถใช้การอัลตร้าซาวด์มาประกอบการตรวจสุขภาพช้างอย่างสม่ำเสมอในการเฝ้าระวังโรคเชิงรุกในช้างอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...