โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

บ่นทึก : #หลังเดาะDiary แมวอ้วนคนดี จรลีเจอนั่นเจอนี่ ในดินแดนถิ่นประวัติศาสตร์ ณ พระนครศรีอยุธยา - แมวอ้วนตัวนั้นที่เจอนั่นเจอนี่

LINE TODAY SHOWCASE

เผยแพร่ 07 มี.ค. 2565 เวลา 12.02 น. • แมวอ้วนตัวนั้นที่เจอนั่นเจอนี่

บ่นทึก : #หลังเดาะDiary แมวอ้วนคนดี จรลีเจอนั่นเจอนี่ ในดินแดนถิ่นประวัติศาสตร์ ณ พระนครศรีอยุธยา

:

ให้เสียงโดยพันธะม๊ายยยยย บรรยายความเรียงโดยแม่นางแมวอ้วน

:

*คำเตือน* ความบ่นเรียงนี้ยาวมาก หากไม่พอใจกรุณาข้ามไปเลย ขออภัยในความรกมา ณ ที่นี้

:

หลังจากห่างหายจากการไปอยุธยามาได้พักใหญ่ แมวอ้วนคนดีก็ได้กลับไปมินิทริป ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

:

'ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำกานท์กวี คนดีศรีอยุธยา เลอคุณค่ามรดกโลก’

:

น่อววว ซะหน่อย~ แมวอ้วนประเทศรังสิตมาเจอเมืองคนดีศรีอยุธยา

:

อย่าเพิ่งกรอกตามองบน คุณผู้อ่านที่รัก

เรารู้ว่าเราไปอยุธยามาหลายรอบแล้ว แต่เชื่อหุ่นขนมแมวอ้วนเถอะว่า อยุธยา มีสถานที่ลับ

 ใหม่ๆ และสร้างความประหลาดใจ กับ ประทับใจทุกครั้งที่กลับไปเที่ยว

:

โปรแกรมวันนี้คือการไปเติมบุญ เติมใจ ทำบุญรับปีใหม่ ตรุษจีน วาเลนไทน์ เลยไปสงกรานต์ด้วยเอ้า

:

การเดินทางใด เริ่มต้นด้วยเบอร์เกอร์คิงเสมอ ครัวซองท์เบอร์เกอร์คิงอร่อยมาก แถมมีมงกุฏให้ใส่เล่นด้วย ท้องอิ่มแล้วก็เดินทางกันเลย!

:

คณะบุญวันนี้ประกอบด้วย แม่เปี่ยม โปเกม่อนป่ารถถังฝั่งธน พี่ออนสาวงามรัฐยูท่าห์(อุตรดิตถ์) แมวอ้วนประเทศรังสิตและไอเทมลับ กับน้องชมิ้ง

:

รถไม่ติดมาก แถมมีกาแฟนางเงือกและการชี้นำแผนการไหว้พระจาก ภรรยา-อดีต-ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา น้าปุ้ม28 ที่น่ารัก

ก็ทำให้การเดินทางที่ยาวนาน สั้นขึ้นหน่อยนึง

:

วัดแรกของเรา คือ วัดใหญ่ชัยมงคล

เคยพาชิโฮะกับมินะมา แล้วก็เคยมาตอนเด็กๆ มาทัศนศึกษากับมากับเหล่าน้าๆสิงห์ดำ

:

ช่วง แมวอ้วนมีสมอง

วัดใหญ่ชัยมงคล เดิมชื่อ "วัดป่าแก้ว" หรือ "วัดเจ้าไท" ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะพระนคร

ปัจจุบันเป็นพื้นที่ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จุดเด่นของวัดได้แก่เจดีย์องค์ใหญ่ที่เชื่อกันว่า

ได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ภายในได้มีการค้นพบชัยมงคลคาถาบรรจุอยู่ ภายในพระอุโบสถ

 เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชัยมงคล พระประธานที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัด นอกจากนี้แล้ว ภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐานศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

:

ในวัดคนไม่เยอะมาก ไม่หนาแน่น และมีการตรวจคัดกรองที่ประทับใจมาก

แล้วก็ได้ไหว้พระพุทธชินราช มีพระปรางค์ไสยาสน์องค์ใหญ่มากด้วย ชอบสุดๆ แดดกำลังสวย ถ่ายรูปก็สวย ได้แม่นางเปี่ยมมาหลายสิบรูปอยู่

ขึ้นบันไดทีก็หอบกิน ลมจะจับ ปอดแทบจะมาเกาะอยู่ที่คอ เจอคนเดินช้า ถ่ายVlog

แทบจะตกบันได เจอเนื้อคู่อีก คือไปไหนก็เจอ อ๊อยยยย อะไรนักหนา ธธิดาเลยกางร่มแดงถ่ายรูปมันซะเลย

:

จบอย่างไวกระโดดขึ้นรถละไปต่อกันที่วัดพระงาม หรือที่เป็นที่รู้จักกันในนาม “ประตูกาลเวลา”

ทางเข้าวัดสมบุกสมบันมาก และเป็นวัดที่รายรอบไปด้วยบัว และเป็ด(ซึ่งธธิดาตื่นเต้นมาก เพราะนึกว่าเป็นห่าน…)

เป็ดมาไซร้ขนโชว์ตั้งสามตัวแหนะ และก็เลยซื้อบัวคนละช่อ และธธิดาโชว์อ๊องอีกรอบ โดยการบอกว่า จะเอาดอกบัวสีเหลือง..อาเมน!

:

วัดพระงาม คลองสระบัว ตั้งอยู่ตำบลคลองสระบัว อำเภอพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดร้างที่มีจุดเด่น

คือ ซุ้มประตูโบราณที่ถูกโอบล้อมด้วยต้นโพธิ์ จนได้รับขนานนานว่า ประตูแห่งกาลเวลา

เนื่องจากในยามเย็นจะมีแสงสีทองของพระอาทิตย์สาดส่องลงมายังซุ้มประตูเมื่อเดินผ่าน

ทำให้รู้สึกว่าเหมือนเรากำลังก้าวเดินผ่านช่วงเวลาในปัจจุบันไปยังอดีต

คล้ายกับเดินผ่านกระจกในละครเรื่อง ทวิภพ ไปสู่อีกภพหนึ่งในยุคไทยโบราณ

:

ออเจ้าแมวอ้วน ก็กางร่มเดินผ่านประตูอยู่นั่นแหละ เดินเข้าๆ ออกๆ สงสัยกะทะลุไปภพหน้า

ไม่อยู่มันแล้วที่นี่ 555 กว่าจะเดินไปถึงองค์พระ คนอื่นเค้าไหว้พระไปเสร็จหมดแล้ว เอ้า ไหว้พระจ้ะ ไม่พอ

ปลาบปลื้ม วัดมีโซลาร์เซลล์ด้วย ทันสมัยสุดๆ ไปต่อครับวัยรุ่น! ทำเวลาาาา

:

ต่อกันที่วัดที่สาม วัดเชิงท่า วัดนี้เป็นวัดหน้าต่างแม่นางการะเกด แม่นางเป่ยเลยลากแมวอ้วนมาถ่ายรูป

ไหว้พระเสร็จก็เดินไปหาศาลาการเปรียญ ติดริมแม่น้ำสวยงาม พื้นวัดเป็นไม้ขนาดใหญ่ ขัดไว้ซะเรี่ยม

ตกแต่งด้วยศิลปะวัด และประตูไม้ หน้าต่างไม้ ที่เป็นสถานที่ถ่ายทำทั้ง บุพเพสันนิวาส และ ศรีอโยธยา

:

ตั้งอยู่ริมฝั่งซ้ายของคลองเมืองหรือแม่น้ำลพบุรีเดิม สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา

ในสมัยรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เจ้าพระยาโกษาปานได้ปฏิสังขรณ์วัด แล้วได้เปลี่ยนชื่อว่าวัดโกษาวาส

:

ที่อยุธยามีวัดเชิงท่าอยู่ 2 แห่งคือที่อำเภอบางปะอินและอำเภอเมือง ซึ่งวัดเชิงท่าที่จะกล่าวถึงนี้เป็นวัดในอำเภอเมือง

 อยู่บริเวณท่าข้ามเรือฝั่งเกาะเมืองมายังฝั่งวัดเชิงท่า จึงเป็นที่มาของชื่อวัดเชิงท่าหรือวัดตีนท่า

วัดแห่งนี้มีตำนานการก่อสร้างหลายสำนวน ทั้งในประวัติศาสตร์และวรรณคดี เช่น

ตำนานว่ามีเศรษฐีสร้างเรือนหอให้บุตรสาวซึ่งหนีตามชายคนรักไปแล้วไม่ย้อนกลับ จึงถวายเรือนหอแก่วัดที่สร้างขึ้น ชื่อว่า วัดคอยท่า

:

ที่วัด มีไกด์วัดท้องถิ่น อธิบายทุกอย่างได้อย่างฉะฉานชัดเจน เล่ารายละเอียดของวัดได้อย่างถูกต้อง ให้ความรู้เราได้เยอะเลย

แล้วยังเล่าด้วยว่า ตอนที่น้ำท่วมปี 54 น้ำท่วมสูงเท่ากับหน้าต่างไม้ แล้วคือ นอกจากจะถ่ายเรื่องบุพเพแล้ว

ตรงที่ๆ เป็นที่พระนั่งสวด แบ่งเป็นสี่ช่องให้พระสี่รูป ยังเป็นที่ๆ ใช้ถ่ายทำหนังเรื่อง ศรีอโยธยาอีกด้วย

 สวยมาก ไม่พอ ยังมีพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์น้อยอีก พี่ไกด์บอกว่า

ถ้าพระกษัตริย์ทรงเครื่องใหญ่จะอยู่ที่วัดหน้าพระเมรุ และ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะหยุดแค่ที่หน้าวัดพระเมรุ

ไม่ค่อยเข้ามาถึงวัดที่นี่ จะมีก็แต่บางคนทีตั้งใจเข้ามาไหว้ หรือ ไม่ก็สายละครแบบแม่เปี่ยมโปเกม่อนป่าของแมวอ้วนนี่แหละ

:

ออกเดินทางกันต่อไปยังวัดที่สี่ วัดแม่นางปลื้ม ที่พี่ออนบอกว่า

มีพระพุทธรูปสีขาว สวยงามมาก ทางเข้าวัดเล็กนิดเดียว เข้าไปเป็นโบสถ์เล็กๆ สองโบสถ์

:

ประวัติของทางวัดแม่นางปลื้มกล่าวว่าวัดสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 1920 สมัยขุนหลวงพะงั่ว กษัตริย์พระองค์ที่ 3 ของกรุงศรีอยุธยา

แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน

:

วัดมีตำนานที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งทางวัดเขียนว่า แม่ปลื้มเป็นชาวบ้านอยู่ริมน้ำชานพระนครคนเดียว

ไม่มีลูกหลาน วันหนึ่งสมเด็จพระนเรศวรทรงพายเรือมาแต่พระองค์เดียว ท่ามกลางสายฝน

เมื่อเสด็จมาถึงเห็นกระท่อมยังมีแสงตะเกียงจึงทรงแวะขึ้นมาในกระท่อม แม่นางปลื้มเห็นว่าเสื้อผ้าพระองค์เปียกจึงได้กล่าวเชื้อเชิญด้วยความมีน้ำใจ

แต่พระองค์ท่านทรงตรัสเสียงดัง แม่ปลื้มจึงกล่าวเตือนว่าอย่าเสียงดังนัก กล่าวว่าเวลาค่ำ ถ้าพระเจ้าแผ่นดินได้ยินจะทรงโกรธ

พระองค์กลับตรัสด้วยเสียงอันดังว่าอยากดื่มน้ำจันทน์เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น แต่แม่ปลื้มบอกว่าเป็นวันพระ หากจะดื่มได้ต้องไม่ให้เรื่องถึงพระเจ้าแผ่นดิน

พระองค์ทรงรับปาก และได้ประทับค้างคืนที่บ้านของแม่ปลื้ม เช้าจึงเสด็จกลับวัง ต่อมาทรงให้จัดขบวนมารับแม่ปลื้มไปเลี้ยงในวัง

ด้วยความที่แม่ปลื้มเป็นคนมีเมตตา จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ครั้งแม่ปลื้มเสียชีวิต สมเด็จพระนเรศวรจึงจัดงานศพให้สมเกียรติ

และสร้างวัดแห่งนี้ไว้ที่เป็นระลึก

:

องค์พระพุทธรูปสีขาว สวยงาม เงียบสงบ เย็นสบายมาก ไหว้พระเสร็จได้เดินไปดูพระเจดีย์ข้างหลังด้วย

แต่ไม่ได้ไปดูตรงโบสถ์ที่สร้างให้กับแม่นางปลื้ม ออกมาได้ไหว้ท้าวเวสสุวรรณ ที่อยู่หน้าวัด เจอขบวนแห่นาคอีก แหม รำกันม่วนซื่นเลยครับผม

:

เดินทางต่อไปที่วัดที่ห้า วัดสุดท้าย จุดหมายปลายทางที่ตั้งใจจะมา วัดพนัญเชิง หลวงพ่อโต ซึ่งแม่บอกตลอดเวลาว่า เราเคยมานะ

เคยมาตอนเด็กๆ มาปล่อยปลา อยู่ริมแม่น้ำ นี่ส่ายหัวท่าเดียวบอกจำไม่ได้เลยครับผม จนขนาดมาถึงวัดแล้ว ก็ยังจำอะไรไม่ได้เลย

:

วัดพนัญเชิงวรวิหาร ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร แบบมหานิกาย มีจุดเด่นสำคัญ คือ พระพุทธไตรรัตนนายก

หรือหลวงพ่อซำปอกง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยา

:

วัดพนัญเชิง เป็นวัดที่มีประวัติอันยาวนาน ก่อสร้างก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา

และไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง ตามหนังสือพงศาวดารเหนือกล่าวว่า

พระเจ้าสายน้ำผึ้งเป็นผู้สร้าง และพระราชทานนามว่า วัดเจ้าพระนางเชิง

 และพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์กล่าวไว้ว่า ได้สถาปนาพระพุทธรูปพุทธเจ้าพแนงเชิง

เมื่อปี พ.ศ. 1867 ซึ่งก่อนพระเจ้าอู่ทองจะสถาปนากรุงศรีอยุธยาถึง 26 ปี

:

พระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อซำปอกง เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และใหญ่ที่สุดในพระนครศรีอยุธยา

หน้าตักกว้าง 20 เมตรเศษ สูง 19 เมตร เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย เคยได้รับความเสียหายในสมัยเสียกรุง

แต่ก็ได้รับการบูรณะซ่อมแซมมาโดยตลอด จนกระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

เมื่อ พ.ศ. 2394 ได้โปรดเกล้าให้บูรณะใหม่หมดทั้งองค์ และพระราชทานนามใหม่ว่า พระพุทธไตรรัตนนายก

หรือที่รู้จักกันในหมู่พุทธศาสนิกชนชาวไทยเชื้อสายจีนว่า หลวงพ่อซำปอกง

คำว่า พแนงเชิง มีความหมายว่า นั่งขัดสมาธิ ฉะนั้น คำว่า วัดพนัญเชิง (วัดพระแนงเชิง หรือ วัดพระเจ้าพแนงเชิง)

จึงหมายถึงวัดแห่งพระพุทธรูปนั่งปางมารวิชัยคือ หลวงพ่อโต หรือ พระพุทธไตรรัตนนายก นั้นเอง

หรืออาจสืบเนื่องมาจากตำนานเรื่องพระนางสร้อยดอกหมาก คือ เมื่อพระนางสร้อยดอกหมากกลั้นใจตายนั้น

พระนางคงนั่งขัดสมาธิ เพราะชาวจีนนิยมนั่งขัดสมาธิมากว่านั่งพับเพียบจึงนำมาใช้เรียกชื่อวัด บางคนก็เรียกว่า

 วัดพระนางเอาเชิง ตามสาเหตุที่ทำให้พระนางถึงแก่ชีวิต ฉะนั้น ถ้าเรียกนามวัดตามความหมายของคำว่า วัดพนัญเชิง

 ก็ย่อมหมายความถึงวัดที่มีพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิ คือหลวงพ่อโต (อ้างอิงจากประวัติวัดพนัญเชิงข้อมูลของทางวัดในปัจจุบัน)

:

วัดใหญ่ แต่เงียบสงบมาก มีปล่อยปลาด้วย มีแพให้อาหารปลา ริมแม่น้ำลมเย็นสบายมากๆ เดินเข้าไปสักการะหลวงพ่อโต

แมวอ้วนก็อ้าปากค้าง อะไรคือการที่พระพุทธรูปขนาดสูงเกือบยี่สิบเมตรเข้าไปอยู่ใต้หลังคาได้อย่างหน้าตาเฉย รอบองค์พระมีพระองค์เล็กๆ แบบที่สิงค์โปร์

 อีกเป็นหลายร้อยองค์ สวยงาม มากๆ

แมวอ้วนมีแอบกระซิบกะแม่ว่า จะมาสมัครงานเป็นมรรคทายกในนี้ได้ อย่างน้อยๆ ต้องไม่กลัวความสูงแล้วหนึ่ง สุดยอดมาก ให้ตายเถอะ

:

เดินฝ่าแดดบ่ายสองออกมาที่ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก มีอาหมวยใส่ชุดจีนมาถ่ายรูปกันพรึ่บ

 ส่วนทางเราก็เข้าไปไหว้ เสี่ยงเซียมซีที่ดีใช้ได้ แล้วรีบมาขึ้นรถ ไปกินข้าวกันเถอะครับ กุ้งจ๋า พี่มาแล้วววววววว

ร้านกุ้งยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือน้ำกระเด็น และคนให้อาหารปลาที่ปายังไงให้น้ำกระเด็นมาโต๊ะเราอ่ะ คือเก่งมาก

ทำได้ไงก่อน ชื่นชมสุดดดดดดดดด (บ้า ใครประชด ไม่มีเลยยยยยยย)

:

ข้าวแล้วก็ต้องกาแฟต่อ แดดร่มลมดี หลังฝนหน่อยๆ ก็ไปเจอกับร้านกาแฟกลางทุ่งนา บ้านตา Cafe

ร้านกาแฟสวยดีมีปลาคร้าฟฟฟฟฟ มีรังนก..มีบรรไดสวรรค์ เอาเข้าไปสิ แม่เปี่ยมกะแมวอ้วนก็สนุกสนานกันใหญ่

 เดินไกลไม่ว่า เจ็บเท้าไม่เกี่ยง ขอให้ได้รูปก็พอแล้วววว โพสไป โพสมา ได้เวลากลับบ้าน ลาทุ่งนาเขียวแล้วแม่จ๋า กลับบ้านกันดีกว่าาาา

:

เป็นอันครบจบทริป 1 วันอัดแน่นแสนทรหดแต่สนุกและดีกับใจมากกเหลือเกิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นจังหวัดที่มีวัดเยอะมาก

มีอะไรให้เที่ยวเยอะ ให้มาอีกกี่ครั้งก็มา บอกแล้วว่าถึงหน้าไม่ให้ แต่ใจเป็นสายบุญนะจ๊ะ

:

ขอขอบคุณแม่เปี่ยม ที่ตามใจ ยอมร้อน ยอมเหนื่อย ไปเที่ยวกับแมวอ้วน ปีนกระโดดขึ้นลงรถ

ไม่งอแงเลย เดินร้อนกางร่มแดง ปากแดง แต่งหน้าทุกที่แม้รถกระเทือนก็ทำได้

:

ขอบพระคุณมาดามปุ้มที่รักของแมวอ้วน ที่คอยแนะนำการท่องเที่ยวให้เป็นอย่างดี รอไปกินปลาที่นครสวรรค์อยู่นะคะ อิอิ

:

ขอบคุณพี่ออนคนดีของน้องแมวอ้วน สายซัพพอร์ตการเดินทาง รถใหม่ ไฉไล ไหลลง ปีนขึ้น สะดวกสบาย กว้างขวาง กระได

 น้ำ พัด พร๊อพ ดูแลแม่แมวและลูกแมวอ้วน กูเกิ้ลแมพพาเพลิน อาสาพาไป ไปไหนไปกัน ทุกอย่าง แมวอ้วนรักพี่ออนมากๆเลยค่ะ

:

ขอบคุณท่านไอเทมลับ ขับรถตะลุย เลี้ยวเป็นเลี้ยว เบรกเป็นเบรก หลุมเป็นหลุม คอหักคอย่น กลับรถกลางถนน แถมหาที่จอดเทพมาก ถ่ายรูปสวยมากด้วย

:

ขอบคุณตาชมิ้ง เด็กดีของมาม๊าาา ที่แม้หน้าไม่รับแขกแต่เอ็นจอยท่องเที่ยวตลอดดดด

:

ขอบคุณสองขา กะใจ ที่ไม่หยุดเดิน แม้อากาศจะร้อนเกือบแตะ 40 องศาก็ตาม

:

สุดท้าย โลกประกอบด้วยคนหลายแบบจึงประกอบเป็นโลกขึ้นมา

:

ขอขอบคุณผู้อ่านที่รักทุกคนที่อ่านมาจนถึงตอนนี้

รักคนอ่าน

บุญรักษา

:

แมวอ้วนตัวนั้นที่ใส่ชุดดำหัวจรดเท้า หน้ากากเรนโบว์ ร่มแดง หมวกแดง ตะแคงท่าถ่ายรูป แบกลูกชมิ้ง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...