โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลุ่ม ปตท.รับมือโควิด-19 พร้อมลุยลงทุนกระตุ้น ศก.

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 04 ม.ค. 2564 เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 04 ม.ค. 2564 เวลา 09.50 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 4 ม.ค.-“อรรถพล”  ซีอีโอ ปตท. พร้อมรับมือ โควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ ดูแลความมั่นคงพลังงานและความลอดภัยพนักงงาน พร้อมเร่งแผนลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งกลุ่ม ปี 64 พร้อมลงทุนกว่า 6 แสนล้านบาท และแผน 5 ปี พร้อมลงทุน 1 ล้านล้านบาท    

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน)  เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังเจรจา ในด้านธุรกิจ ด้าน Life science ในต่างประเทศ 1-2 ราย คาดว่าจะมีความชัดเจนในการตกลงว่าจะเข้าร่วมทุนในไตรมาส 1/64 หลังจากได้ จัดตั้งบริษัท อินโนบิก แอลแอล โฮลดิ้ง จํากัด  ถือหุ้นทั้งหมดโดย บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จํากัด (บริษัทย่อยของ ปตท.) เพื่อเป็นช่องทางหนึ่งในการลงทุนในธุรกิจยาในต่างประเทศ ตามกลยุทธ์การลงทุนใน New business ของ ปตท. รวมทั้งเพื่อพัฒนาศักยภาพความสามารถของ ปตท. ในด้าน Life science ด้วยทุนจดทะเบียนประมาณ 2,000 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัท อินโนบิก แอลแอล โฮลดิ้ง ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563

“ธุรกิจ Life scienceเป็นหนึ่งในธุรกิจใหม่ที่ ปตท.จะเพิ่มฐานธุรกิจรับเทรนด์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยในส่วนของผู้บริหารก็จะจัดจ้างมืออาชีพเข้าร่วมดำเนินงาน โดยธุรกิจนี้ มีทั้งธุรกิจ ยา ,สารอาหารและเครื่องมือ อุปกรร์ทางการแพทย์ ที่สามารถต่อยอดจากธุรกิจปิโตรเคมีที่ กลุ่ม ปตท.มีฐานผลิตอยู่แล้ว” นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพล กล่าวว่า กลุ่ม ปตท. เตรียมแผนรองรับ การระบาด โควิด-19 รอบใหม่  ดูสานต่อจากแผนเดิมที่ดำเนินการไว้ในปี 2563 โดย กลุ่ม ปตท.มีความพร้อมทั้งด้านการดูแลพนักงาน และมีความพร้อมปฏิบัติงานตามที่ต่างๆให้ การเดินหน้าผลิต เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ติดขัด แต่ในส่วนของความต้องการใช้พลังงานของประเทศ จะลดลงมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นกับทิศทางการระบาดจะเป็นเช่นไร โดยยอมรับว่า ในช่วงล็อกดาวน์ รอบที่แล้ว เดือนมีนาคม-เมษายน 2563 ความต้องการลดลงไปมาก และก่อนที่จะระบาดรอบนี้ ความต้องการใช้โดยเฉพาะน้ำมันก็กลับมาใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ซึ่ง ขณะนี้ กลุ่ม ปตท.ก็ได้ตามติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจากผลล็อกดาวน์ 63 จากผลกระทบโควิด-19 ก็ทำให้ยอดขายลดลงราวร้อยละ 8  และผลดำเนินงานในส่วนรายได้ ยังขึ้นกับราคาน้ำมันดิบตลาดโลก แต่เป็นเรื่องที่ดีที่ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ.มีฐานต้นทุนการผลิตต่ำ เฉลี่ยประมาณ 30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในขณะที่  คาดการณ์กันว่า ราคาน้ำมันดิบปี 64 จะเคลื่อนไหวราว 50 เหรียญ/บาร์เรล  ซึ่งเงื่อนไข ก็อยู่ที่ความร่วมมือของกลุ่ม โอเปก พลัส จะจำกัดการผลิตมากน้อยเพียงใด และหากวัคซีน โควิด-19 สามารถนำออกมาใช้คุมสถานการณ์ได้ทั่วโลก ราคาน้ำมันก็อาจจะสูงขึ้น แต่ก็คาดว่าจะไม่สูงมากไม่พรวดพราดไปถึงระดับ  70-80 เหรียญ/บาร์เรล แน่นอน   

ส่วนธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ปี64 ทิศทางราคาก๊าซฯในอ่าวไทยลดลงจากต้ทุนที่ผันแปรตามทิศทางน้ำมันดิบย้อนหลัง ในขณะที่ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี ก็มีรูปแบบเช่นกัน ราคาขึ้นอยู่กับตลาดโลก ความต้องการใช้หากลดลงก็มีผลต่อยอดผลิต หากมียอดผลิตเหลือก็ต้องบริหารจัดการเช่น ส่งออกเป็นต้น

สำหรับการลงทุน เพื่อร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น  ในปี 2564 ทาง กลุ่ม ปตท.มีแผนลงทุนในโครงการที่ได้อนุมัติแล้วรวมทุกบริษัท  2.6 แสนล้านบาท และยังมีโครงการPROVISION หรือ ศึกษาเตรียมพร้อมที่จะลงทุนรวม 76,399 ล้านบาท  โดยทั้ง 2 แผนงานก็จะต่อเนื่องจากธุรกิจฐานของ กลุ่ม ปตท. และ สร้างแพลทฟอร์มในธุรกิจใหม่ เพื่อเป็น NEW S-CURVE ให้กับประเทส รวมทั้ง เดินหน้าจ้างงานใหม่ในระยะสั้น-ยาว อีก 2.6 หมื่นตำแหน่ง ภาพรวมก็เป็นไปตามเป้าหมายโครงการ Restart Thailand ของกลุ่ม ปตท. ในขณะที่ แผนลงทุน 5 ปี ( 64-68 ) กลุ่ม ปตท. มีแผนลงทุนที่ชัดเจนรวม 8.4 แสนล้านบาท และเตรียม แผน โครงการPROVISIONอีก179,072 ล้านบาท  ทั้งนี้ แผนลงทุน 5 ปีของ กลุ่ม ปตท.ที่เดินหน้าชัดเจน เช่น โครงการ CFPของ บมจ.ไทยออยล์ 74,263 ล้านบาท โครงการ  โรงแยกก๊าซธรรมชาติที่  7 ราว  17,775  ล้านบาท โครงการสถานีรับจ่ายก๊าซแอลเอ็นจี- หนองแฟบ  21,513 ล้านบาท และ  โครงการสถานีรับจ่ายก๊าซแอลเอ็นจีมาบตาพุดระยะที่ 3 วงเงิน      3,248 ล้านบาท   

“ กลุ่ม ปตท.ลงทุนต่อเนื่องในธุรกิจและขยายไปสู่ ธุรกิจใหม่ ทั้ง พลังงานทดแทน 8,000 เมกะวัตต์ ในอนาคต และ   Life science นับเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ  ซึ่งที่ผ่านมา กลุ่ม ปตท.เจอการเปลี่ยน แปลงมามากพอสมควร ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายวิกฤติ ทั้ง ต้ำยำกุ้ง ,แฮมเบอร์เกอร์, เชลล์ออยล์-เชลล์ก๊าซ และรอบนี้  โควิด-19 ทางกลุ่มมีแผนรับมือรับการเปลี่ยนแปลง และยังยืนยันว่าจะรักษาระดับเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นที่ ร้อยละ 40-50 เช่นเดิม “นายอรรถพล กล่าว -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...