โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มาตรการค่าไฟ ช่วยเหลือคนกลุ่มใดมากกว่ากัน? – ‘เดชรัตน์’ แนะรัฐลดค่าความพร้อมจ่ายจากเอกชน

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 เม.ย. 2563 เวลา 04.05 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2563 เวลา 03.53 น. • The Bangkok Insight

หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบแนวทางการดำเนินการมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้า ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพิ่มเติม ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ

ดร.เดชรัตน์ สุขกำเนิด หัวหน้าภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร  คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Decharat Sukhamnerd ระบุข้อความ มาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าล่าสุดของรัฐบาลช่วยเหลือคนกลุ่มใดมากกว่ากัน?

ผมนำตารางที่ อ.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ ทำมาให้ดูครับ

จากตารางดังกล่าว เราตอบคำถามดังกล่าวได้เป็น 3 แบบครับ

แบบแรก ถ้าเทียบเป็น % ของค่าไฟฟ้าที่ลดลง คนที่ใช้ไฟฟ้าน้อยก็ได้รับส่วนลดค่าไฟฟ้าที่คิดเป็น % เยอะกว่าคนที่ใช้ไฟฟ้ามาก ตามที่แสดงในตาราง

แบบที่สอง ถ้าเทียบเป็นจำนวนเงินหรือจำนวนบาท คนที่ใช้ไฟฟ้าเยอะ ก็มีโอกาสได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลคิดเป็นจำนวนเงินที่มากกว่า

แบบที่สาม แต่เนื่องจาก อัตราการช่วยเหลือ หรือการคิดส่วนลดจะเป็นแบบขั้นบันได เพราะฉะนั้น คนที่ใช้ไฟฟ้าได้ใกล้เคียงกับเพดานในแต่ละขั้น เช่น 800 หน่วย หรือ 3,000 หน่วย ก็จะได้รับความช่วยเหลือคิดเป็นตัวเงินมากกว่าคนอื่นๆ ในขั้นนั้น

เพราะฉะนั้น ถ้าถามความเห็นของผม ผมคิดว่ามาตรการนี้ควรมีเพดานขั้นสูงสุดในการช่วยเหลือ มิฉะนั้น ค่าไฟฟ้าที่คิดเป็นตัวเงินของผู้ที่ใช้ไฟฟ้ามากๆ อาจสูงมาก แม้ว่า คงจะไม่มีครัวเรือนใช้ไฟฟ้ามากเท่าที่คำนวณไว้ในตาราง

อีกอย่างหนึ่งคือรัฐบาลควรเจรจาเพื่อลดค่าความพร้อมจ่ายของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน และบางส่วนของค่าไฟฟ้าฐาน เพื่อทำให้ราคาค่าไฟฟ้าลดลง และยังเป็นการลดภาระของรัฐบาลในการจ่ายค่าไฟฟ้าแทนประชาชน ตามมาตรการที่รัฐบาลออกมาด้วยครับ

 

ทั้งนี้มาตรการเยียวยาค่าไฟฟ้าเพิ่มเติมครอบคลุม 22 ล้านครอบครัว คิดเป็นวงเงินรวม 23,688 ล้านบาท โดยมาตรการแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ ซึ่งประชาชนต้องพิจารณาว่า ตัวเองเข้าเกณฑ์ใดดังนี้

กลุ่มที่ 1 ประเภทอัตราค่าไฟ 1.1 คือ ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า (มิเตอร์ไฟฟ้า) ขนาดไม่เกิน 5 แอมแปร์ ซึ่งมีประมาณ 10 ล้านครัวเรือน จะช่วยเหลือด้วยการขยายหน่วยการใช้ไฟฟ้าฟรีเพิ่มขึ้น จากเดิมให้ใช้ไฟฟรีที่ 90 หน่วย เป็น 150 หน่วย

กลุ่มที่ 2 ประเภทอัตราค่าไฟ 1.2 คือ ผู้ติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า ขนาดเกินกว่า 5 แอมแปร์ จะช่วยเหลือด้วยการลด “ส่วนต่าง” ปริมาณการใช้ไฟฟ้าเมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เนื่องจากเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เป็นเดือนที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19  โดยสามารถคำนวณส่วนลดแบ่งตามระดับปริมาณการใช้ไฟฟ้าได้ 3  ระดับ ดังนี้

-ครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 800 หน่วย จะจ่ายค่าไฟเท่ากับเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เช่น เดือนกุมภาพันธ์ใช้ไฟฟ้า 500 หน่วย และในเดือนมีนาคมมีการใช้ไฟฟ้า 700 หน่วย ซึ่งเข้าเกณฑ์ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 800 หน่วย จะจ่ายค่าไฟฟ้าแค่ 500 หน่วยเท่ากับเดือนกุมภาพันธ์

-ครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้า 800-3,000 หน่วย จะได้รับส่วนลดค่าไฟฟ้าที่ใช้เกินจากเดือนกุมภาพันธ์ในอัตรา 50% เช่น เดือนกุมภาพันธ์ใช้ 500 หน่วย เดือนมีนาคมใช้ 1,000 หน่วย จะเข้าเกณฑ์ผู้ใช้ไฟฟ้า 800-3,000 หน่วย

ส่วนต่างหน่วยการใช้ไฟฟ้าเมื่อเทียบจากกุมภาพันธ์อยู่ที่ 500 หน่วย เมื่อลด 50% เท่ากับส่วนต่างใช้ไฟเพิ่ม 250 หน่วย จากนั้นนำส่วนต่าง 250 หน่วย รวมกับฐานในเดือนฐานกุมภาพันธ์จำนวน 500 หน่วย เท่ากับเดือนมีนาคมจะต้องจ่ายค่าไฟฟ้า 750 หน่วย

-ครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 3,000 หน่วย จะได้รับส่วนลดค่าไฟฟ้าที่ใช้เกินจากเดือนกุมภาพันธ์ในอัตรา 30% เช่น เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ใช้ไฟฟ้า 1,200 หน่วย เดือนมีนาคมใช้ 3,200 หน่วย ซึ่งเข้าเกณฑ์ผู้ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 3,000 หน่วย

ส่วนต่างหน่วยใช้ไฟฟ้าเมื่อเทียบจากกุมภาพันธ์อยู่ที่  2,000 หน่วย คิดส่วนลด 30% จาก 2,000 หน่วยคือ 600 หน่วย เท่ากับต้องเสียส่วนเพิ่มค่าไฟที่ 1,400 หน่วย จากนั้นนำ 1,400 หน่วยไปบวกกับฐานการใช้ไฟเดือนกุมภาพันธ์ 1,200 หน่วย เท่ากับต้องจ่ายค่าไฟในเดือนมีนาคม 2,600 หน่วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...