อัยการกร่าง โทษถึงไล่ออก ส่งให้"อสส."ฟัน! ทร.โต้ทหารร่วม "แป๊ะ"ชม2สตต.
ผบช.ภาค 2 รุดให้กำลังใจ 2 นายสิบตำรวจ สภ.แสนสุข ชลบุรี ที่ถูกคนอ้างเป็นอัยการบังคับให้กราบขอขมา เหตุ ไม่พอใจที่ไม่ยอมนำทางพาไปส่งร้านลาบโฆษก อสส.เผยส่งชื่อถึงกรรมการที่ตั้งขึ้นมาสอบวินัยแล้ว ชี้โทษสูงสุดถึงไล่ออก เผยเจ้าตัวชวดเลื่อนตำแหน่งปีนี้แล้ว ส่วน ทร.เร่งหาตัวนายทหารที่ส่ง 3 ทหารเรือไปหิ้วตัว 2 นายสิบจากโรงพักไปขอขมาอัยการจอมกร่าง จากกรณีคลิปวิดีโอเเหตุการณ์ เมื่อกลางดึกวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจสายตรวจ สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี ออกตรวจพื้นที่ และมีผู้อ้างตัวว่าเป็นอัยการมีอาการเมาเรียกให้ไปส่งที่ร้านลาบ ตำรวจสายตรวจแนะนำเส้นทางให้กลับไม่พอใจโทรศัพท์ไปหานายตำรวจระดับสูงให้นำตำรวจ 2 นายมากราบขอโทษ ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่สำนัก งานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า กรณี ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ก.ค. เวลา 17.30 น. ขณะนี้บก.ภ.จว.ชลบุรีสั่งตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยมีรองผบก.ภ.จว.ชลบุรี เป็นประธานให้เวลาสืบสวนข้อเท็จจริง 7 วัน ในประเด็นที่ว่าชายเป็นข้าราชการสังกัดตามที่ระบุในข่าวหรือไม่อย่างไร รวมถึงจะมีการตรวจสอบว่าผู้บังคับบัญชาของตำรวจนายดังกล่าว มีคำสั่งให้ไปขอขมาชายในคลิปที่อ้างว่าเป็นอัยการจริงหรือไม่ โดยในส่วนของการทำงานของตำรวจจะฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชาในการปฏิบัติงานต่างๆ ตามลำดับชั้นอยู่แล้ว แต่การฟังคำสั่งนั้นต้องเป็น คำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนกรณีดังกล่าวจะกระทบต่อศักดิ์ศรีหรือภาพลักษณ์ของตำรวจทั้งหมดหรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกำลังพิจารณาอยู่เช่นกัน เนื่องจากทุกคนย่อมรักศักดิ์ศรี คงต้องรอผลการตรวจสอบออกมาเสียก่อนว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด พร้อมยืนยันว่าตำรวจมีขั้นตอนการตรวจสอบในเรื่องนี้อยู่แล้ว เช่นเดียวกับอีกหน่วยงานที่ถูกพาดพิงก็ตรวจสอบคู่ขนานกันด้วยเช่นกัน ที่สภ.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี พล.ต.ท. จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภาค 2 เรียกประชุมตำรวจทุกนาย พร้อมให้กำลังใจส.ต.ต.กิตติคุณ แสงเรือง และส.ต.ต.อานุภาพ โพธิ์พิมพ์ ผบ. หมู่ ป. ที่ปรากฏในคลิปดังกล่าว พร้อมเผยว่า มาให้กำลังใจกับผู้ใต้บังคับบัญชา และมอบหมายให้ผบก. ภ. จว.ชลบุรี ตั้งคณะกรรมการหาข้อเท็จจริงว่าเรื่องดังกล่าวนั้นคนในคลิปเป็นใคร เกิดขึ้นอย่างไร โดยให้เวลาทำงาน 7 วันและรีบรายงานทันที ด้านพล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก. ภ.จว.ชลบุรี กล่าวถึงกรณีข่าวว่า มีทหารขึ้นมาที่ สภ.แสนสุขนั้น เบื้องต้นทราบว่าเหตุเกิดช่วงเวลา 17.00-18.00 น. มีผู้แต่งกายคล้ายทหารมาถามหาตำรวจทั้ง 2 คน แต่ทางตำรวจปฏิเสธและไม่ให้พบตัวแต่อย่างใด ซึ่งตำรวจกำลังตรวจสอบว่าเป็นใครมาจากไหน อย่างไร ก็ตามขอเวลาตำรวจสรุปรายละเอียดและสอบพยาน คาดว่าจะสรุปได้ประมาณ 7 วัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ชมเชยการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายว่าปฏิบัติหน้าที่ด้วยดี มีความอดทน และอดกลั้น ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ฝึกอบรมมาดี ส.ต.ต.กิตติคุณเผยว่า ในตอนนี้มีขวัญและกำลังใจทำงาน เพราะผู้บังคับบัญชาให้กำลังใจ เป็นอย่างดี ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นแล้ว วันเดียวกัน พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวที่มีข้อมูลว่า ผู้อ้างตัวเป็นอัยการโทร.หาบุคคลสำคัญในกองทัพเรือ จัดส่งทหารเรือ 3 นาย บุกโรงพัก สภ.แสนสุข นำตัวตำรวจสายตรวจไปขอโทษคู่กรณีที่บ้านว่า ขณะนี้ทางกองทัพเรือยังไม่ทราบว่านายทหารคนสำคัญ ที่บุคคลที่อ้างว่าเป็นอัยการได้โทร.หานั้นเป็นใครซึ่งเขาไม่ได้บอกหรือซัดทอด รวมถึงพนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งว่าเป็นใคร กองทัพเรือก็พยายามสอบถาม แต่ยังไม่ทราบถึงรายละเอียด "ต้องถามบุคคลที่อ้างตัวเป็นอัยการว่า เขาโทร.หาบุคคลสำคัญกองทัพเรือ เขาโทร.หาใคร ถึงได้ส่งทหารเรือ 3 นายนี้มาบุกโรงพัก ส่วน จะมีกล้องวงจรปิดจับภาพได้หรือไม่นั้น พนักงานสอบสวนจะต้องเอาข้อมูลตรงนี้ออกมาแล้วไปหาหน่วยต้นสังกัดของทหารเรือ ทั้ง 3 นายว่าใครส่งเขามา ขณะนี้กองทัพเรือรอการประสานจากตำรวจ เพื่อยืนยันว่าใช่ทหารเรือจริงหรือไม่ สังกัดหน่วยใด" พล.ร.อ. จุมพลกล่าว วันเดียวกัน ที่ห้องประชุม 303 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) และนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษก ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้ากรณีที่ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด ให้นายธีระ หงส์เจริญ อธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวว่า นายธีระแจ้งให้ทราบถึงความคืบหน้าในการดำเนินการว่า พิจารณาแล้วเห็นว่าจากคลิปเสียงที่เผยแพร่ในสื่อมวลชนข้อมูลที่ปรากฏจากสื่อ ข้อความในเฟซบุ๊ก ของนาย ธนพล จูฑะเตมีย์ และพฤติกรรมในอดีต น่าเชื่อ ว่าเป็นคลิปเสียงพูดของนายธนพล จูฑะเตมีย์ อัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด 1 ที่มีลักษณะคล้ายเมาสุราเป็นคำพูดไม่เหมาะสมกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ "การกระทำของนายธนพล จูฑะเตมีย์ ดังกล่าวนั้น กรณีเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัยฐานกระทำการที่อาจทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ค.2553 มาตรา 64 ประกอบมาตรา 74 ซึ่งได้นำเรียนให้อัยการสูงสุดทราบ เพื่อขอให้สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายวินัยพิจารณาดำเนินการทางวินัย โดยอัยการสูงสุดเห็นชอบและมีคำสั่งให้ตั้ง คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกับนายธนพล จูฑะเตมีย์แล้ว" โฆษกอสส. กล่าว ร.ท.สมนึกกล่าวว่า ตามระเบียบว่าด้วยการสอบสวนที่เกี่ยวกับการพิจารณาการกระทำ ความผิดทางวินัยของข้าราชการฝ่ายอัยการ คณะกรรมการจะมีเวลาสอบสวนและรายงานให้อัยการ สูงสุดทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการรับทราบคำสั่งแต่งตั้ง แต่หากครบ 30 วันแล้ว การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นก็สามารถขยายระยะเวลาได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 30 วัน ส่วนการสอบสวนจะต้องประสานตำรวจและทหารที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบถามเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงชัดเจนหรือไม่นั้น คณะกรรมการ ที่ตั้งขึ้นมีหน้าที่จะต้องรวบรวมข้อเท็จจริงทุกด้านมาพิจารณาถึงการกระทำ ดังนั้นจึงเป็นดุลพินิจของคณะกรรมการว่าจะเรียกใครมา สอบบ้าง อย่างไรก็ดีขณะนี้ยังไม่ปรากฏข้อมูลว่าทางตำรวจและทหารได้ประสานขอข้อมูลจากอัยการในเรื่องนี้ด้วยแต่อย่างใด ส่วนตัวนายธนพลนั้น วันนี้ทางทีมโฆษกก็ยังไม่ได้ติดต่อพูดคุยอะไรด้วยแต่อย่างใด ส่วนการให้ดำเนินการเฉียบขาดนั้น ร.ท.สมนึก กล่าวว่า ถ้าผิดก็ต้องว่ากันไปตามที่ผิด "ทุกสังคมก็ย่อมมีแกะดำปะปนกันบ้าง แต่ว่าสังคมอัยการอยู่มา 100 กว่าปีแล้วเจริญรุ่งเรืองและทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเป็นหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมมาอย่างยาวนาน ถ้าหากมีกรณีที่คนใดคนหนึ่งทำให้เกิดความเสียหายก็จะถูกตัดออกไปจากสังคม ฉะนั้นสำนักงานอัยการสูงสุดโดยผู้บริหารทุกระดับก็ได้ดูแลในจุดนี้ ในอดีตมีหลายๆ คนที่ถูกลงโทษและออกจากราชการไป ปลาที่อยู่ในข้องเดียวกันบางครั้งตัวหนึ่งเน่าก็ส่งกลิ่นไปกระทบกระทั่งปลาตัวอื่นด้วย เราก็พยายามเอาปลาที่เน่าออกจากข้องไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้กับประชาชน" โฆษก อสส.กล่าว ด้านนายประยุทธกล่าวถึงกรณีที่นายธนพล เคยถูกสอบสวนและลงโทษการกระทำผิดในลักษณะเช่นเดียวกันนี้ ที่มีอาการมึนเมาและใช้คำพูดไม่เหมาะสม เมื่อปี 2558 ว่า สำนัก งานอัยการสูงสุดได้ตั้งคณะกรรมการสอบ สวนวินัย ซึ่งผลของการสอบสวนเห็นว่า คำพูดที่ใช้นั้นเป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสม จึงลง โทษวินัยไม่ร้ายแรง ฐานทำให้เสื่อมเสียแห่งการดำรงตำแหน่งหน้าที่อัยการประกอบกับคู่กรณีแจ้งต่อสำนักงานอัยการสูงสุดว่าไม่ติดใจ จึงได้ลงโทษเป็นทัณฑ์บน ซึ่งการสอบสวนวินัยกรณีใหม่นี้คณะกรรมการก็จะนำผล ดังกล่าวมาพิจารณาประกอบด้วย การพิจารณาลงโทษทางวินัยนั้นหากผล ออกมาว่า เป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 ก็กำหนดการลงโทษไว้ 5 สถาน ใน มาตรา 84 คือ ไล่ออก, ปลดออก, ให้ออก, งดเลื่อนตำแหน่ง หรืองดเลื่อนขั้นเงินเดือน และภาคทัณฑ์ แล้วแต่รูปเรื่อง และหากพิจารณาโทษเห็นว่าเป็นการผิดวินัยไม่ร้ายแรงตามมาตรา 88 ระบุว่า ผู้บังคับบัญชาก็เสนอคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ให้ลงโทษได้ตั้งแต่งดการเลื่อนตำแหน่ง, งดเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นเวลาไม่เกิน 3 ปี หรือภาคทัณฑ์ หรือทำทัณฑ์บน ส่วนที่ขณะนี้ใกล้ถึงวาระโยกย้ายประจำปีแล้ว นายธนพลจะได้รับการโยกย้ายด้วยหรือไม่นั้น ร.ท.สมนึกกล่าวว่า นายธนพลจะไม่ได้รับการโยกย้าย เนื่องจากตามระเบียบแล้ว บุคคลใดที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอยู่จะไม่ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายในตำแหน่งที่สูงขึ้น