โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PM 2.5 แท้จริงแล้วมาจากไหน??

BT Beartai

อัพเดต 23 ม.ค. 2562 เวลา 15.20 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2562 เวลา 14.35 น.
PM 2.5 แท้จริงแล้วมาจากไหน??
PM 2.5 แท้จริงแล้วมาจากไหน??

ฝุ่น PM2.5 นั้นหมายถึงฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 μm หรือ 2.5 ไมครอน ซึ่งเป็นฝุ่นที่มีขนาดละเอียดมาก เทียบเท่ากับแบคทีเรีย ซึ่งฝุ่นละอองระดับนี้ระบบป้องกันในร่างกายไม่สามารถดักจับได้ดีนัก ทำให้มีโอกาสเข้าสู่ร่างกายสูง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็งปอด ซึ่งงานวิจัยบอกว่ามนุษย์โอกาสเป็นมะเร็งปอดมากขึ้น 36% ต่อการเพิ่มขึ้นของฝุ่น PM2.5 จำนวน 10 μg/m3 (ไมโครกรัมต่อตารางเมตร) ส่วนฝุ่นอีกชนิดคือ PM10 คือฝุ่นที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เกิดจากหิน ดิน ทราย ย่อยสลายเป็นฝุ่น มีขนาดตั้งแต่ 2.5 – 10 ไมครอน ซึ่งมีผลกระทบกับร่างกายน้อยกว่า PM2.5 ครับ

ที่มาของฝุ่น PM2.5 นั้นมาจาก“ไอเสียดีเซล” เป็นอันดับหนึ่ง และ “การเผาชีวมวล” เช่นการเผาขยะ เป็นอันดับรองลงมา ส่วน“ฝุ่นทุตยิภูมิ” หรือฝุ่นที่เกิดจากการรวมตัวของก๊าซมลพิษ เช่น แอมโมเนียมไนเตรตและแอมโมเนียมซัลเฟต ซึ่งข้อมูลยังบอกว่าฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพนั้นจะมีในช่วงหน้าแล้งมากกว่าหน้าฝนถึง 2 เท่าตัว

สรุปว่าฝุ่น PM10 ส่วนใหญ่นั้นเกิดจากธรรมชาติเป็นฝุ่นหิน ฝุ่นทราย ส่วนฝุ่น PM2.5 เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์เป็นหลัก

ปัญหาฝุ่นในประเทศไทยนั้นต้องร่วมมือกันแก้ไขทุกส่วน เริ่มตั้งแต่ภาครัฐที่ต้องเร่งนโยบายที่เกี่ยวข้องให้เร็วขึ้น เช่น รวมถึงการสนับสนุนรถไฟฟ้าให้มากขึ้น ที่สำคัญคือต้องมีมาตรการควบคุมปริมาณรถยนต์ในเมือง พร้อมพัฒนาระบบขนส่งมวลชนไปพร้อมกัน แต่ตอนนี้ที่ต้องการเร่งด่วนคือการประกาศให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝุ่น และมาตรฐานลดฝุ่นเร่งด่วนต่าง ๆ เช่นการรดน้ำ จะลดฝุ่นขนาด PM10 ได้ แต่ไม่ลดฝุ่น PM2.5 นะ ก็ต้องใช้มาตรการอื่น ๆ ประกอบเข้ามาอีก

จากบทความ : https://www.beartai.com/article/tech-article/303260

แชร์โพสนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...