โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สองแม่ลูกขับเก๋งชนท้ายรถบรรทุกรดน้ำต้นไม้กรมทางหลวง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 ก.พ. 2562 เวลา 03.56 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. 2562 เวลา 03.56 น.

เมื่อเวลา 8.30 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 ร.ต.ท.หญิงเกียรติสุดา แก้วชนะ ร้อยเวร สภ.เมืองสมุทรสงคราม รับแจ้งอุบัติเหตุรถเก๋งชนท้ายรถบรรทุกน้ำของแขวงทางหลวงสมุทรสงคราม บนถนนสมุทรสงครามอัมพวา บริเวณโค้งวัดแก้วฟ้า ต.บ้านปรก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยนายภุชงค์ สุวรรณศิริ รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสมุทรสงคราม และอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสรรพราเชนสมุทรสงคราม ในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อนิสสันอเมร่าสีบอร์นทะเบียน 4กฆ4451 กรุงเทพมหานคร ชนท้ายรถบรรทุกน้ำสีเหลืองทะเบียน 52-2940 กรุงเทพมหานคร หน้ากระจกติดป้ายข้อความกรมทางหลวง มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย คือ น.ส.ณพิชญ์ชญานี ดาราศาสตร์ อยู่บ้านเลขที่ 77/39 ม.1 ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร อายุ 26 ปี และ ด.ญ.ปณาลี จันทร์ทองสุข อายุ 6 ขวบ ทั้ง 2 เป็นแม่ลูกกัน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า

นายสมบัติ ฤทธิ์น้อย อยู่บ้านเลขที่ 26 ม.4 ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม พนักงานขับและควบคุมเครื่องจักร แขวงทางหลวงสมุทรสงคราม คนขับรถบรรทุกน้ำ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนปฏิบัติหน้าที่รถน้ำต้นไม้ลนเกาะกลางถนนตามปกติ ตนเห็นรถเก๋งคันเกิดเหตุขับมาในเลนซ้ายตามปกติ จู่ๆรถเก๋งคันดังกล่าวก็พุ่งชนมาหา ตนพยายามขยับรถหนีแต่ไม่ทันถูกชนท้ายอย่างแรง

จากการสอบสวนเบื้องต้นสันนิษฐานว่า น.ส.ณพิชญ์ชญานี ขับรถออกจากอำเภออัมพวา เพื่อกลับบ้านพักในจังหวัดสมุทรสาคร มาถึงที่เกิดเหตุน่าจะหันมาพูดคุยกับ ด.ญ.ปณาลี ลูกสาววัย 6 ขวบ ไม่สังเกตเห็นรถบรรทุกน้ำของกรมทางหลวงที่จอดรดน้ำต้นไม้อยู่เลนขวาก็เป็นได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...