โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

"ซาบีน่า" เดินเกมรุกโตนอกห้าง จีบเวียดนามผลิตลดเสี่ยงจีน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 มี.ค. 2563 เวลา 07.48 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2563 เวลา 07.48 น.

*ตลาดชุดชั้นในมูลค่า 3 หมื่นล้านโตไม่หยุด “ซาบีน่า” เปิดเกมรุกดันคอลเล็กชั่นใหม่ ชูจุดเด่นแฟชั่น-ฟังก์ชั่นใส่สบาย ดึงพรีเซ็นเตอร์ส่งแคมเปญดึงลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมปรับแผนเร่งโตนอกห้าง ส่งพ็อปอัพสโตร์-คาราวาน บุกพื้นที่ทราฟฟิกสูง ก่อนรุกหนักอีคอมเมิร์ซ-ทีวีช็อปปิ้ง ขยายฐานวัยรุ่น จนถึงวัยเกษียณ เพิ่มน้ำหนักทำตลาดไทย-เทศ หวังโกยยอดขายแตะ 5 พันล้านภายใน 4 ปี *

นายบุญชัย ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA ผู้ผลิตและจำหน่ายชุดชั้นในแบรนด์ “ซาบีน่า” เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์ภาวะเศษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัวในขณะนี้ รวมถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่นอกจากจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงแล้ว ยังส่งผลกระทบกับภาพรวมเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมธุรกิจทุกภาคส่วน ทำให้ซาบีน่าต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การขาย เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวมบริษัทในปี 2562 ที่ผ่านมา มีผลประกอบการเติบโตขึ้น 6% หรือมีรายได้จากการขาย 3,279 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 413 ล้านบาท มีแนวเติบโตขึ้น เมื่อเทียบกับปี 2561 ที่มีรายได้ 3,103 ล้านบาท โดยปัจจัยที่ทำให้เติบโตมาจากการขายในทุกช่องทาง แบ่งเป็น ช่องทางรีเทล ผ่านเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า และซาบีน่า ช็อป เติบโต 3.7% ส่วนช่องทางออนไลน์เติบโต 32% ช่องทางส่งออกในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี โดยเฉพาะประเทศเวียดนามเติบโต 25.7% และช่องทางจ้างผลิต (OEM) เติบโต 0.1% ขณะที่ภาพรวมตลาดชุดชั้นในของไทยเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่ ประกอบด้วยสินค้าประเภทชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ และชุดนอน ทั้งหมดนี้มีมูลค่าประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อปี และมีอัตราการเติบโตประมาณ 2-3 ต่อปี

ทำให้บริษัทเตรียมแผนการดำเนินงานในปี 2563 เพื่อสอดรับกับการเติบโตของตลาด เริ่มจากเน้นสินค้าชุดชั้นในที่มีคุณภาพ โดยใช้นวัตกรรมการผลิตเข้ามาตอบสนองความต้องการของลูกค้า และมีการนำเสนอชุดชั้นในคอลเล็กชั่นใหม่ ๆ มากขึ้น จากที่ผ่านมา ซาบีน่าเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์คัพ A รุ่น Doomm Doomm เพียงอย่างเดียว ซึ่งจากการสำรวจพบว่าผู้หญิงมีสัดส่วนคัพทรง B, C และ D เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ปีนี้จะเน้นพัฒนาชุดชั้นในสำหรับสาว ๆ คัพไซซ์มากขึ้น พร้อมจัดทีมวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ของผลิตภัณฑ์ชุดชั้นใน รวมถึงการนำข้อมูลการจัดจำหน่ายในปีที่ผ่านมา มาวิเคราะห์เพื่อหารูปแบบสินค้า โดยเฉพาะด้านของฟังก์ชั่นใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคควบคู่กับการทุ่มงบฯ 4% ของยอดขาย ทำการตลาดและจัดแคมเปญใหญ่ ล่าสุดได้เตรียมแคมเปญ “ท้าให้ลอง Invisible” ดึง “ชมพู่ อารยา” เป็นพรีเซ็นเตอร์ มีกำหนดปล่อยทีเซอร์ฉบับเต็มในเดือนมีนาคมนี้ โดยจะเน้นการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์และทีวี เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง

นอกจากนี้ยังเตรียมลดจำนวนสาขาในศูนย์การค้า ซึ่งจะเป็นสาขาที่ไม่คุ้มทุน ลดลงให้เหลือประมาณ 20 ร้าน ในทางกลับกันจะเน้นขยายช่องทางจำหน่ายใหม่ ๆ ที่อยู่นอกพื้นที่ห้างมากขึ้น ซึ่งจะมีหลายรูปแบบ เช่น พ็อปอัพสโตร์ และบูทหน้าห้าง รวมถึงการจัดคาราวานสินค้า เข้าไปในทุกพื้นที่ที่มีทราฟฟิกสูง รวมถึงบุกช่องทางขายออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ช และมาร์เก็ตเพลซต่าง ๆ เช่น ช้อปปี้ ลาซาด้า ไลน์แอด รวมถึงแค็ตตาล็อกฟรายเดย์ ทีวีช็อปปิ้ง เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าวัยเกษียณ หรือคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ และจะมีการเพิ่มช่องทางใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

ด้านธุรกิจส่งออก บริษัทจะยังคงเน้นในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี และฟิลิปปินส์ โดยจะส่งทีมไปประจําอยู่กับบริษัทดิสทริบิวเตอร์ในแต่ละประเทศเพื่อช่วยพัฒนาด้านการขาย เพื่อทำให้ยอดขายในต่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศเวียดนามที่กําลังเติบโตและมีกําลังซื้อสูง และเริ่มขยายช่องทางขายออนไลน์เพื่อให้สอดรับกับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่เกิดขึ้น เพื่อให้บริษัทสามารถเติบโตได้ 10-15% อย่างต่อเนื่องทุกปี โดยคาดว่าจะมีรายได้รวม 5,000 ล้านบาท ในปี 2567

“ปีนี้จะเน้นควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในกระบวนการผลิตมากขึ้น ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานเพื่อรองรับการผลิตจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ บุรีรัมย์ ยโสธร ชัยนาท นครปฐม และกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการผลิตเองในสัดส่วน 63% และอีก 37% เป็นการสั่งซื้อสินค้าสำเร็จรูปและจ้างผลิตจากโรงงานในประเทศจีน ที่ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 แต่ขณะนี้บริษัทได้เริ่มจ้างผลิตในเวียดนาม เพื่อกระจายความเสี่ยง” นายบุญชัยกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...