ข้อเท็จจริงของกระบวนการพิจารณาจริยธรรมของแพทยสภา
“ข้อเท็จจริงของกระบวนการพิจารณาจริยธรรมของแพทยสภา”
กระบวนการพิจารณาจริยธรรมของแพทยสภา เริ่มต้นจากมีผู้ร้องเรียน ในการปฏิบัติงานของแพทย์ เข้าสู่กลไกตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 โดยใช้ข้อบังคับจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม แพทยสภา พ.ศ.2549 เป็นหลักในการดำเนินการ เป็นกระบวนการที่ต้องตั้งอนุกรรมการมาพิจารณาเป็นเรื่องเฉพาะแต่ละกรณี ในรูปความเห็นขององค์คณะ โดยต้องมีขั้นตอนรับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ร้องเรียน และ ผู้ถูกร้อง และใช้ความเห็นทางวิชาการจากราชวิทยาลัยทั้ง 14 แห่ง สรุปมูลคดี ก่อนนำไปสอบสวน ซึ่งต้องผ่านอนุกรรมการกลั่นกรองจริยธรรม ที่มี นักกฎหมายผู้ทรงคุณวุฒิ อดีตผู้พิพากษา อัยการ บุคคลภายนอกเข้าร่วมพิจารณาด้วย เพื่อความเป็นธรรมและครบถ้วนทุกมิติ
จึงเห็นได้ว่ากระบวนการตัดสินแต่ละเรื่องร้องเรียนต้องใช้ ขั้นตอนจำนวนมาก ก่อนนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาขั้นสุดท้ายโดยคณะกรรมการแพทยสภา ตามกฎหมายที่มี คณบดีคณะแพทยศาสตร์ 22 คณะ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เจ้ากรมแพทย์ทหาร 3 เหล่าทัพ แพทย์ใหญ่ตำรวจ อธิบดีกรมการแพทย์ อธิบดีกรมอนามัย และกรรมการจากการเลือกตั้ง ร่วมพิจารณา โดยกระบวนการทั้งหมดจะโปร่งใส และถูกตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนโดย ศาลปกครอง และมีมาตรฐานกำกับ ในการกำหนดโทษชัดเจน แพทยสภาจึงเป็นองค์กรที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง (neutrality) และเป็นธรรม (fairness) เพื่อธำรงมาตรฐานของวงการแพทย์
ดังนั้นจึงย่อมเป็นไปไม่ได้ที่ผลการพิจารณากรณีใดๆ จะเกิดขึ้นก่อนรับเรื่องร้องเรียน หรือก่อนรับฟัง พยาน หลักฐานทั้งหมดโดยอนุกรรมการจริยธรรม และสอบสวน ซึ่งแพทยสภาจะตั้งขึ้นรับผิดชอบแต่ละกรณีจากผู้ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับกรณีนั้นๆ
ในกรณีมีผู้แอบอ้างผลการพิจารณาโดยยังไม่มีการรับเรื่องเข้าสู่แพทยสภา หรือนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาใดๆ ไปข่มขู่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม จึงเป็นการกล่าวอ้างโดยเลื่อนลอยไม่มีมูลความจริง และปราศจากความเข้าใจในระบบการทำงานของกระบวนการตามกฎหมายของแพทยสภา จึงขอให้ผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และหากมีกรณีการอ้างถึงแพทยสภาโดยไม่มีมูลความจริงหรือทำให้แพทยสภาเสื่อมเสียหรือเสียหาย ขอให้ส่งรายละเอียดมาที่เลขาธิการแพทยสภา เพื่อให้แพทยสภาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ขอขอบคุณทุกท่านที่กรุณาสนใจขั้นตอนการดำเนินงานของแพทยสภา
เลขาธิการแพทยสภา
๗ มีนาคม ๒๕๖๓