โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ZEN" ขอพลิกเกม! ปรับร้านที่ยอดขายตกเป็น "ครัวกลาง" ส่งเดลิเวอรี่แทนชั่วคราว

Positioningmag

อัพเดต 16 มี.ค. 2563 เวลา 09.42 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2563 เวลา 09.41 น.
  • เซ็นฯ กรุ๊ป ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัส COVID-19 ลูกค้าเข้าร้านเดือนกุมภาพันธ์ลดลงเฉลี่ย 20% หนักที่สุดในสาขาตามแหล่งท่องเที่ยวลดลงเกิน 50%

  • แบรนด์ที่กระทบมากที่สุดคือร้านอาหารญี่ปุ่นที่ขายอาหารดิบ ได้แก่ ร้าน ZEN และ Sushi CYU ขณะที่ร้านเขียงขายดีขึ้นเนื่องจากลูกค้าหันมาสั่งเดลิเวอรี่และประหยัดมากขึ้น

  • ทำระบบครัวกลางเพื่อส่งเดลิเวอรี่ชดเชยรายได้หน้าร้าน โดยร้านตำมั่วจะส่งอาหารในนามร้านเขียงด้วย และครัวร้าน ZEN จะส่งอาหารให้กับแบรนด์ Musha ในเครือ

  • เปลี่ยนแผนเร่งรับมือ โดยชะลอการเปิดสาขาใหม่ไปครึ่งหนึ่ง ปีนี้จะเปิดเพียง 40 สาขา เน้นหนักที่แบรนด์ เขียง AKA และ Din's โดยรวมมองว่าหากสถานการณ์เริ่มดีขึ้นภายในเดือนมิถุนายน ปีนี้บริษัทจะเติบโต 5-10%

สถานการณ์ระบาดของไวรัส COVID-19 คือแรงขับให้แต่ละธุรกิจต้องปรับตัว โดยเฉพาะธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทางตรงอย่างร้านอาหาร เมื่อนักท่องเที่ยวหาย คนไทยงดเดินห้างฯ จะปรับตัวกันอย่างไร? "บุญยง ตันสกุล" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเชนร้านอาหาร 15 แบรนด์ กล่าวถึงผลกระทบในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า โดยเฉลี่ยลูกค้า walk-in หน้าร้านของบริษัทลดลงไป 20% กระทบมากที่สุดคือร้านที่ตั้งในแหล่งท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ ยอดขายลดลงเกิน 50% รองลงมาคือร้านที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า ยอดขายหน้าร้านลด 15-30% แบรนด์ที่กระทบมากที่สุดคือร้านอาหารญี่ปุ่น ได้แก่ ZEN และ Sushi CYU เนื่องจากผู้บริโภคระมัดระวังการทานอาหารดิบ ซึ่งปกติเป็นเมนูชูโรงของร้าน รวมถึงระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นด้วย [caption id="attachment_1249656" align="alignnone" width="960"]

"เขียง" ร้านที่ทำยอดขายดีขึ้นของเครือเซ็นฯ กรุ๊ป เนื่องจากวาง positioning ราคาประหยัดและจัดส่งเดลิเวอรี่ได้[/caption] อย่างไรก็ตาม บริษัทพบว่าร้านอาหารนอกห้างฯ และอยู่ในกลุ่มราคาประหยัดอย่าง "เขียง" ที่เพิ่งระดมเปิดเมื่อปี 2562 จนถึงปัจจุบันมี 60 สาขา กลับมียอดขายที่ดีขึ้น โดยมีแรงขับมาจากการสั่งเดลิเวอรี่ซึ่งยอดขายช่องทางนี้เติบโต 2-3 เท่าช่วงเดือนที่ผ่านมา ทำให้ปกติที่ร้านเขียงจะทำยอดขายเฉลี่ย 2 แสนบาทต่อเดือนต่อสาขา พุ่งขึ้นเป็น 3-5 แสนบาทต่อเดือนต่อสาขา

  • “คาซ่า ลาแปง” ผุดบริการ Rabbit Walk เดินส่งกาแฟย่านออฟฟิศ แก้เกมยอดหดจาก COVID-19"โชคดีที่อาหารยังเป็นปัจจัยสี่ อย่างไรคนก็ต้องทานอาหาร แต่จะทานแบบไหนเท่านั้นเอง หากไม่มาทานที่ร้านเราก็ต้องส่งถึงบ้านหรือที่ทำงาน" บุญยงกล่าว พร้อมฉายภาพร้านเขียงในสาขาที่ใกล้แหล่งงาน พบว่ามียอดขายเดลิเวอรี่ช่วงก่อนเที่ยงเพิ่มขึ้นมาก เพราะพนักงานออฟฟิศไม่ต้องการเดินออกมาจับจ่ายช่วงเที่ยง  

เปลี่ยนร้านในห้างฯ เป็น "ครัวกลาง"

จากวิกฤตนี้ทำให้สาขาในห้างฯ เงียบเหงา แต่ร้านราคาประหยัดทำออร์เดอร์เดลิเวอรี่ไม่ทัน เซ็นฯ กรุ๊ปจึงปรับใหม่ นำร้าน "ตำมั่ว" 4 สาขาที่ยอดขายลดลงมาก เช่น เอเชียทีค บิ๊กซีราชประสงค์ ทดลองทำเป็นครัวกลางสำหรับร้านเขียงด้วย โดยหน้าร้านจะไม่มีขายเมนูของร้านเขียงแต่ถ้าสั่งอาหารออนไลน์จะปรากฏสาขาของเขียง ผลตอบรับปรากฏว่าดันยอดขายสาขานั้นๆ กลับมาได้ 15-20% ดังนั้นจะขยายโมเดลเปิดครัวกลางร้านเขียงในร้านตำมั่ว 40 สาขาที่กระจายอยู่ในกรุงเทพฯ ชั้นใน รวมถึงใช้โมเดลเดียวกันจับคู่ร้าน ZEN กับร้าน Musha by ZEN ซึ่งเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นราคาประหยัด โดยจะทดลองทำครัวกลาง Musha ในร้าน ZEN ก่อน 5 สาขา คือ ดองกิ มอลล์ ทองหล่อ, สยามสแควร์ วัน, เดอะมอลล์ บางกะปิ, เดอะแจส วังหิน และอาคารออลล์ ซีซั่น เพลส เริ่ม 18 มีนาคมนี้ จากนั้นจะทยอยเปิดครัวกลางในร้าน ZEN ให้ครบ 20 สาขาภายใน 3 เดือนข้างหน้า [caption id="attachment_1268469" align="aligncenter" width="500"]

ราเมนพาเหรด จากร้าน Musha by ZEN[/caption] "ถ้าโมเดลนี้ใช้ได้กับทุกสาขา คือยอดขายโต 15-20% เรามองว่าจะลากยาวเลยแม้ไวรัสจะหยุดระบาดแล้ว" บุญยงกล่าว "การทำครัวกลางไม่ต้องลงทุนเพิ่มด้วย เพียงแต่ฝึกเชฟให้ทำเมนูเพิ่ม แต่อย่างที่เห็นว่าเราจะจับคู่เชฟร้านอาหารไทยกับอาหารไทย เชฟร้านอาหารญี่ปุ่นคู่กับอาหารญี่ปุ่น เพื่อให้เป็นไปตามความถนัดของบุคลากร"

  • “คาเฟ่ อเมซอน” เริ่มแล้ว งดรับแก้วที่ลูกค้านำมาเอง และส่วนลด 5 บาท ป้องกัน COVID-19นอกจากผสานร้านราคาประหยัดเข้าไปในครัวแล้ว เมนูสำหรับเดลิเวอรี่ของร้าน ZEN ก็จะปรับให้เน้นเป็นอาหารสุกในราคาไม่เกิน 200 บาทต่อจาน จากปกติการทานที่ร้านลูกค้าจะใช้จ่าย 300-500 บาทต่อคน เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคขณะนี้ที่ต้องการประหยัดเงินมากขึ้น ทั้งนี้ บุญยงมองว่ายอดขายจากเดลิเวอรี่ของบริษัทน่าจะเพิ่มจาก 120 ล้านบาทเมื่อปีก่อน เป็น 200 ล้านบาทในปีนี้  

ผ่อนคันเร่งลงทุน ลดเปิดสาขาครึ่งหนึ่ง

ในแง่แผนการลงทุน บุญยงกล่าวว่าบริษัทมีการปรับแผนใหม่ จากเดิมจะเปิดใหม่ 80 สาขา เหลือเพียง 40 สาขา และรีโนเวต 8 สาขา งบลงทุนลดลงจากเกือบ 200 ล้านบาท เหลือลงทุน 80 ล้านบาทเท่านั้น 40 สาขาที่จะเปิดใหม่ดังกล่าว เป็นการลงทุนเองเพียง 10 สาขาของร้านปิ้งย่างAKA และร้านอาหารจีน Din's ที่เหลือ 30 สาขาเป็นเป้าหมายการขายแฟรนไชส์ร้านเขียง ซึ่งบริษัทเซ็นสัญญาร่วมทุนแล้วกับ บมจ.หาดทิพย์ เพื่อร่วมขยายแฟรนไชส์ร้านเขียงในภาคใต้ (ชื่อ บริษัท กินดีอยู่ดี 2020 จำกัด หาดทิพย์ถือหุ้น 75% เซ็นฯ กรุ๊ปถือหุ้น 25%) ขณะนี้ทดลองเปิดแล้ว 2 สาขาในหาดใหญ่ "เชื่อว่ายังมีคนสนใจลงทุนอยู่" บุญยงตอบต่อคำถามว่า สถานการณ์ขณะนี้จะยังมีผู้สนใจลงทุนแฟรนไชส์อยู่หรือไม่ "ช่วงที่ผ่านมาคนมีเงินความมั่งคั่งลดลงไปมาก จากความผันผวนในตลาดหุ้น กองทุนรวม ราคาทอง ราคาน้ำมัน เขาต้องหาที่ลงทุนใหม่ที่จะได้ผลตอบแทน อย่างเดือนที่ผ่านมายังมีคนติดต่อซื้ออยู่ 4-5 ราย" [caption id="attachment_1268471" align="alignnone" width="800"]

"บุญยง ตันสกุล" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)[/caption] บุญยงสรุปภาพรวมว่า หากสถานการณ์การระบาดจบลงในกรณีที่ดีที่สุด (best case scenario) คือหยุดระบาดภายในเดือนมิถุนายนนี้ เชื่อว่ารายได้เซ็นฯ กรุ๊ป ปี 2563 น่าจะเติบโต 5-10% จากปีก่อนทำรายได้ 3,144 ล้านบาท และน่าจะมีอัตรากำไรสุทธิ 4-5% ซึ่งดีขึ้นจากปีก่อนเนื่องจากปีที่แล้วเป็นปีแห่งการลงทุน อย่างไรก็ตาม หากแนวโน้มการระบาดจบลงในกรณีที่เลวร้ายที่สุด (worst case scenario) คือหยุดลงในช่วงสิ้นปี อาจจะมีการปรับแผนและเป้าหมายอีกครั้งช่วงครึ่งปีหลัง การปรับการเติบโตนี้ลดลงจากที่ปีก่อนมองว่าบริษัทจะโตได้ 15-20% ในปี'63 เพราะถึงแม้ว่ายอดขายเดลิเวอรี่จะเติบโต แต่เนื่องจากพอร์ตใหญ่ของเซ็นฯ กรุ๊ป 60% เป็นสาขาในห้างฯ ทำให้ยอดขายนอกห้างฯ และเดลิเวอรี่ไม่สามารถชดเชยได้หมด เป็นการพยุงตัวไว้เท่านั้น แต่มองว่าจะยังทำได้ดีกว่าทั้งตลาดซึ่งบุญยงประเมินว่าธุรกิจอาหารปีนี้จะติดลบ 5-10% ลดเหลือมูลค่า 4.1-4.2 แสนล้านบาท และเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบสิบปีของธุรกิจนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...