Bitazza ขอนำสินทรัพย์ดิจิทัลใกล้ชีวิตคนไทย
ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกๆของโลกที่มีกฎหมายรองรับผู้ประกอบการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล จึงทำให้มีนักธุรกิจหน้าใหม่ในด้านบล็อกเชนเกิดขึ้นจำนวนหนึ่ง โดยBitazza เป็นหนึ่งในผู้เล่นหน้าใหม่ที่หวังจะพาคนไทยได้รู้จักและลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งในประเทศไทยและระดับโลก
“ผมเรียนด้านวิศวกรรมที่มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ สุดท้ายไปจบที่วิศวะคอมพิวเตอร์เพราะไม่มีศาสตร์มาตีกรอบตัวเรา และเมื่อทำคอมพิวเตอร์ไปถึงจุดหนึ่ง ตนเองก็เริ่มสนใจเรื่องการเงินเพราะไปเข้ากลุ่มนักเรียนที่สนใจเรื่องนี้ และตนเองก็เข้าไปในสังคมเศรษฐศาสตร์มากขึ้น และศึกษาสถิติคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้น และจึงเริ่มเขียนอัลโก้ เพื่อมาเทรดหุ้นเล่น ๆ และเริ่มมาเทรดหุ้นสหรัฐฯ ยุโรป เอเชีย
ทำอยู่ประมาณ2 ปี พอถึงจุดหนึ่งรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำเข้าถึงได้ยาก เพราะเรื่องข้อมูลเข้าถึงได้เฉพาะคนรวย และต้องเช่าเซิฟเวอร์ที่แพง และต้องมีคนมาเขียนโค๊ด รู้สึกว่าทำแบบนี้ไม่มีผลต่อสังคมเลย จึงลาออกมา” กวิน พงษ์พันธ์เดชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทาซซ่า จำกัด เล่าที่มาของตัวเองให้ฟัง
“หลังจากนั้นเริ่มมาศึกษาเทคโนโลยีบล็อกเชน และเห็นภาพว่าเทคโนโลยีตัวนี้เข้าถึงทุกคน และเป็นสิ่งที่ช่วยคนในกลุ่มกว้างได้ หลังจากนั้นก็เข้ามาอยู่ในวงการบล็อกเชน และเริ่มศึกษาจริงจัง รู้สึกว่าประเทศไทยยังขาดโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้คนเข้าถึงเทคโนโลยีได้ หลังจากนั้นไทยก็ออก พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลมาควบคุม และเริ่มเป็นรูปร่างมากขึ้น แต่ยังไม่มีผู้เล่นเยอะ เราจึงเริ่มคิดว่าจะทำไลเซ่นส์โบรกเกอร์ เพราะก่อนหน้านี้มีเอ็กเชนจ์เปิดขึ้นเยอะมากแล้ว”
กวิน เชื่อว่าไม่ช้าก็เร็วอย่างไรบล็อกเชนต้องเข้ามามีผลต่อการดำเนินชีวิตปกติแน่นอน โดยประเมินว่าเงินดิจิตอลหรือCryptocurrency จะต้องเข้ามเกี่ยวข้องกับเงินบาทมากขึ้น แต่ถึงอย่างไรการใช้เงินบาทก็จะยังไม่หมดไป ดังนั้นการนำเงินบาทเข้าไปในสินทรัพย์ดิจิทัลต้องง่าย ปลอดภัย เชื่อถือได้ และโปร่งใสBitazza จึงคิดที่จะเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาดนี้
ทั้งนี้ใบอนุญาตBroker กับExchange มีบริการที่ต่างกันExchange จะช่วยจับคู่ผู้ซื้อและผู้ขายบนแพลตฟอร์มของตัวเอง ในขณะที่Broker จะช่วยส่งคำสั่งซื้อขายไปหาExchange หลายๆที่ทั่วโลกที่ให้ราคาดีที่สุด ทำให้เกิดสภาพคล่องสูง
Bitazza จะส่งคำสั่งซื้อขายไปยังExchange ทั้งในไทยและทั่วโลกที่ให้ราคาเสนอที่ดี ปลอดภัย และมีสภาพคล่องสูง โดยสามารถเทรดได้ทั้งคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล โดยได้รับใบอนุญาตจากทางกระทรวงการคลังในเดือนพฤษภาคม2562 และได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจได้ในเดือนธันวาคม2562 ที่ผ่านมา มั่นใจได้ว่า บิทาซซ่า จะดูแลทรัพย์สินของลูกค้าเป็นอย่างดีภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต
ตั้งเป้าพาคนไทยไปถึงสินทรัพย์การลงทุนระดับโลก
เทคโนโลยีบล็อกเชนได้ทำให้พรมแดนการลงทุนและการโอนเงินระหว่างประเทศถูกตัดออกไปBitazza จึงมองเป็นโอกาสที่จะผลักดันให้คนไทยมีโอกาสเปิดโลกการลงทุนให้กว้างขึ้นด้วยการออกไปลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลต่างประเทศ
“ในอนาคตเราอยากที่จะเป็นผู้เล่นในภูมิภาคอาเซียน โกลบอลของเราที่จะทำคือพาลูกค้าไปซื้อขายยังต่างประเทศได้ ซึ่งเรื่องการเงินต้องคล่องตัวกว่านี้ การที่จะไปลงทุนต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย เราจึงคิดอยากจะทำให้เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และเชื่อว่าในอนาคตอาจจะมีโทเคนออกมาเพิ่มขึ้น ในต่างประเทศก็จะมีสินทรัพย์ออกใหม่อีกมากมาย ในฐานะที่เราเป็นโบรกเกอร์ก็สามารถพาลูกค้าไปลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ ๆ ได้ทั่วโลก”
ปัจจุบันBitazza มีพาร์ทเนอร์ต่างชาติที่มาทำงานร่วมกันและอยู่ในต่างประเทศโดยเข้ามาช่วยสนับสนุนในแง่ของระบบงาน
“เราคิดว่าธุรกิจปัจจุบันต้องมีพาร์ทเนอร์ร่วมมือ เพราะโลกเปลี่ยนไปเร็วมาก เราไม่สามารถทำทุกอย่างเพียงคนเดียว ขณะนี้เราเริ่มมองใบอนุญาตต่างประเทศเพื่อที่จะพาลูกค้าไปลงทุนต่างประเทศให้ง่ายขึ้น คิดว่าการไปต่างประเทศจะเริ่มขึ้นในปี2563 เพราะเรามี ก.ล.ต. ที่มีความชัดเจน เอกสารที่เราทำจะเป็นสิ่งที่ไปต่อยอดกับประเทศอื่น ๆ ได้ง่าย ขณะเดียวกันเราก็ไม่ปิดกั้นลูกค้าต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในไทยด้วย”
มีUtility Token ใช้ในระบบของตัวเอง“BTZ"
บิทาซซ่ายังมีUtility Token ของตัวเองชื่อBTZ เพื่อใช้ภายในระบบของบิทาซซ่าเอง โดยจะมีการจัดอันดับผู้ใช้งานให้อยู่ในระดับต่างๆหรือ เลเวล(Levels) ตามจำนวนBTZ ที่มีอยู่ ยิ่งเลื่อนระดับสูงก็จะได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้น
โดยระดับของผู้ใช้งานจะเริ่มตั้งแต่ระดับBronze ไปจนถึงSilver,Gold,Platinum,Dimond และสูงสุดคือEmerald
สิทธิประโยชน์มีตั้งแต่ส่วนลดค่าธรรมเนียมการซื้อขาย อัตราการสะสมแต้ม อัตราส่วนแบ่งรายได้ของผู้ที่เชิญชวนมาใช้งาน(Referral Fee) สิทธิ์ในการโหวตคะแนนเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม ยิ่งสะสมBTZ มากขึ้น เลเวลของผู้ใช้งานของบิทาซซ่าจะเลื่อนขั้นขึ้นเรื่อยๆ
ลูกค้าสามารถใช้BTZ เพื่อเป็นส่วนลด50% ของค่าธรรมเนียมในการซื้อขายแลกเปลี่ยนในช่วงหนึ่งปีแรกของการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของบิทาซซ่า ในปีที่สอง ผู้ที่ถือBTZ จะได้รับส่วนลด35% จากนั้น20% ในปีที่สาม และ10% จากปีที่สี่เป็นต้นไป
ทั้งนี้การจะได้รับโทเคนBTZ จะต้องทำการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลภายในแพลตฟอร์มโดยเลือกที่จะปิดรับสิทธิการรับส่วนลดค่าธรรมเนียมการเทรดเอาไว้ แต่ระหว่างนี้จนถึง2 พฤษภาคม ทางบิทาซซ่าได้เปิดให้ลูกค้าเทรดฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม
อีกหนึ่งข่าวดีคือเร็วๆนี้ทางBitazza จะนำโทเคนBTZ ไปลิสต์ในศูนย์ซื้อขายหรือExchange เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนโทเคนกันได้
ตั้งเป้าทำให้คนไทยถือบิทคอยน์ในสัดส่วน1% ของคนทั้งโลก
กวิน เล่าว่า ไทยคนรู้จักสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น แต่ยังไม่ค่อยเข้าใจแท้จริง คนใหม่ที่เข้ามายังมีสิ่งคาใจอยู่เยอะ เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจต้องให้ความรู้คนเหล่านี้ว่ามันมีวิธีทำงานอย่างไร และทำไมมันถึงมีราคา และควรเก็บอย่างไร เอาไปใช้ได้ที่ไหน
“อุตสาหกรรมนี้ต้องมีการให้ความรู้อีกเยอะ จึงจะสามารถทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลมีความแมสมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันต่างประเทศเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น และคิดว่ามันจะเข้ามาในประเทศในอีกไม่ช้าและเมื่อเข้ามาเมื่อไรคนไทยจะตามไม่ทัน” บล็อกเชนจะเปลี่ยนโลกอีกเยอะ เพราะจะเพิ่มโอกาสให้คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เช่นการลงทุนในต่างประเทศเป็นเรื่องง่ายขึ้น โอกาสไม่ไปกระจุกตัวในคนรวยเท่านั้น ทำให้เกิดความยุติธรรมในการลงทุนมากขึ้น มองไปข้างหน้า เราต้องทำให้ระบบการเงินเข้าถึงง่าย เกิดความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมได้ ถึงจะสร้างทุกอย่างและต่อยอดได้
ขณะที่เป้าหมายของบริษัทคือทำให้คนไทยถือบิทคอยน์ในสัดส่วน1% ของคนทั้งโลก จะทำให้เรากลายเป็นศูนย์กลางที่จะทำอะไรในอุตสาหกรรมนี้ต่อไปได้อีกมาก
ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง : QE ยาแรงนอกตำราที่เป็นทั้งเทวาและซาตาน