“2561 มอเตอร์ไซค์ครองเมือง” ขี่ตามอำเภอใจยังไงก็ได้หรือ?
“2561 มอเตอร์ไซค์ครองเมือง” ขี่ตามอำเภอใจยังไงก็ได้หรือ?
เคยหงุดหงิดใจกับมอเตอร์ไซค์ที่ขับสวนเลนมาหรือไม่? หรือเคยอารมณ์เสียกับมอเตอร์ไซค์ที่อยู่ๆ ก็ปาดมาหรือเปล่า? ถ้าใช่… เบื้องหลังการกระทำเหล่านั้นที่ทำให้เราหัวร้อน คือการบอกว่า “มอเตอร์ไซค์” คือสิ่งที่สะท้อนการทำตามอำเภอใจของคนไทยหรือไม่!
เกริ่นตรงนี้ก่อนว่าไม่ใช่มอเตอร์ไซค์ “ทุกคัน” เป็นผู้ร้ายบนท้องถนน และไม่ใช่มอเตอร์ไซค์เพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่ไม่เคารพกฎจราจร (ในบ้านเรา…ยวดยานอื่นก็ไม่ปฏิบัติตนดีกว่าสักเท่าใดนัก) หากแต่พาหนะสองล้อนี้มักจะง่ายต่อการสังเกตมากกว่าเท่านั้นเอง
ในแทบทุกจังหวัด เมือง อำเภอ ตำบล มอเตอร์ไซค์แทบจะมีนับไม่ถ้วน บ่งชี้ถึงปัญหาการจราจรและการออกแบบการเชื่อมต่อการคมนาคมที่ไม่ใคร่จะสมบูรณ์นักในประเทศไทย
ที่เห็นได้ชัดอย่างกรุงเทพฯ ที่อุดมไปด้วยตรอกซอกซอย ที่ขนส่งมวลชนเข้าไม่ค่อยถึง รวมทั้งการจราจรที่อัดแน่นบนถนนส่งผลให้มอเตอร์ไซค์ที่มีความสามารถในการลัดเลาะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่ยังไม่รวมถึงราคาค่างวดที่ถูกกว่ารถยนต์เป็นไหนๆ ทำให้ดาวน์ง่ายและสะดวกซื้อ
ปัญหาการทำตามอำเภอใจของมอเตอร์ไซค์ไทยจึงเริ่มอุบัติขึ้นอย่างช้าๆ และตกตะกอนกลายมาเป็นปัญหาหลัก เริ่มตั้งแต่การขับสวนเลน การขับขี่บนทางเท้า การปาดซ้ายปาดขวา หรือแม้กระทั่งการผ่าไฟแดงแบบหน้าซื่อๆ ก็ตามที(พฤติกรรมที่แม้แต่ผู้รักษากฎหมายบางคนยังทำ)
สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงอะไร…
ทำอะไรตามใจคือไทยแท้หรือไม่…!
แน่นอนว่าตัวอย่างที่ยกมาอาจจะเหมือนแค่ปัญหาที่เพียงแต่สร้างความรำคาญใจ เหมือนยุงที่บินตอมหู แต่หากมองลึกลงไปกว่านั้น นี่คือปัญหาที่หยั่งรากลึกลงไปถึงระดับการนึกคิดและความรับผิดชอบต่อส่วนรวมและสังคมที่บ้านเราจะขาดๆ เกินๆ และต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควรที่จะสร้างมาตรฐานการเรียนรู้นี้เสียใหม่
การทำอะไรตามใจไม่ใช่เรื่องผิด แต่ที่ผิดคือทำตามใจแล้วไปเดือดร้อนคนอื่น…
การทำตามอำเภอใจของมอเตอร์ไซค์คือตัวอย่างของปัญหาที่เริ่มต้นจากเรื่องง่ายๆ คือ “อยากไปถึงที่หมายเร็ว” โดยไม่คำนึงถึงการริดรอนสิทธิ์ชาวบ้าน เช่น การไปเบียดเบียนพื้นผิวทางเท้า แม้กระทั่งการขับสวนเลนเพื่อสร้างทางลัดให้ตัวเอง โดยไม่สนรถในทางหลักว่าต้องคอยมานั่งระแวดระวังไม่ให้ชนเข้า หรืออยากจะจอดตรงนี้ก็จอด โดยไม่สนใจว่าจะขวางทางใครไหม
นี่คือการเอาตัวเองเป็นที่ตั้งโดยไม่สนคนอื่นหรือไม่?
ถ้าใช่…และสร้างความรำคาญใจให้กับผู้ใช้ถนนหนทางแล้วไซร้ เราต้องเริ่มจากการปลูกฝังจิตสำนึกสาธารณะและการรู้จักเคารพกฎเกณฑ์กันเสียแล้ว ก่อนที่มันจะกลายเป็นปัญหาคาราคาซังที่ขยายใหญ่โตไปมากกว่านี้