โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยพบซากไดโนเสาร์กินเนื้อสายพันธุ์ใหม่ของโลกที่โคราช เป็นตัวที่ 12 ในประเทศ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 27 พ.ค. 2564 เวลา 04.04 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 02.52 น.
ภาพร่างโมเดลจากการประกอบซากโครงกระดูกไดโนเสาร์กินเนื้อสายพันธุ์ใหม่ของโลกที่พบในนครราชสีมา (ภาพจาก ดร. ดวงสุดา โชคเฉลิมวงศ์ / PLOS ONE, 2019)

แหล่งข้อมูลทางวิชาการชื่อดังเผยแพร่ผลการศึกษาของนักวิชาการไทยและคณะทำงานทั้งในประเทศและจากญี่ปุ่น ที่ค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์กินเนื้อสายพันธุ์ใหม่ของโลกซึ่งถูกพบในพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย โดยในรายงานระบุชื่อสายพันธุ์ใหม่เรียบร้อยแล้ว และมีคำว่า “สยาม” รวมอยู่ด้วย ขณะที่ไทยเตรียมแถลงข่าวการค้นพบอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

PLOS ONE วารสารวิชาการแบบเปิด เผยแพร่รายงานการศึกษาเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2562 (ตามเวลาท้องถิ่น) ในรายงานการศึกษาระบุชื่อผู้วิจัย อาทิ ดร.ดวงสุดา โชคเฉลิมวงศ์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และคณะทำงาน ซึ่งค้นพบซากไดโนเสาร์กินเนื้อสายพันธุ์ใหม่ของโลก ที่ขุดค้นได้จากหินยุคครีเทเชียสยุคแรก ในประเทศไทย การขุดค้นอยู่ในช่วงระหว่างปีค.ศ. 2551-2556 เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือกันกับพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟูกุอิ ประเทศญี่ปุ่น

รายงานข่าวยังอธิบายเพิ่มเติมว่า เดิมทีแล้ว ไม่บ่อยนักที่จะพบซากไดโนเสาร์จากยุคหิน Mesozoic ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อย่างไรก็ตาม รายงานจากวารสารวิชาการดังกล่าวระบุว่า ซากฟอสซิลกระดูกของไดโนเสาร์นักล่าซึ่งเป็นที่รู้จักในกลุ่ม “สัตว์เลื้อยคลานที่มีฟันแบบฉลาม” ถูกพบในหินอายุ 115 ล้านปีใกล้กับย่าน “Ban Saphan” (อาจหมายถึงบ้านสะพานหิน ในอ.เมือง ของนครราชสีมา) โครงกระดูกที่ค้นพบมีตั้งแต่ชิ้นส่วนกะโหลก, แขน, ขา, สะโพก จากไดโนเสาร์อย่างน้อย 4 ตัว

ทีมงานติดต่อไปยังดร.ดวงสุดา นักวิจัยเปิดเผยในเบื้องต้น ยืนยันว่าเป็นการค้นพบไดโนเสาร์กินเนื้อสายพันธุ์ใหม่ของโลกจริง และเป็นซากไดโนเสาร์ตัวที่ 12 ซึ่งพบในไทย การค้นพบซากครั้งนี้เป็นการขุดค้นจากแหล่งเดียวกับครั้งที่ค้นพบซากไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ในชื่อสกุล “สิรินธรน่า” ชื่อชนิดว่า “โคราชเอนซิส” และได้แถลงข่าวไปเมื่อปีพ.ศ. 2559 ซึ่งนักวิจัยยืนยันว่าการค้นพบครั้งล่าสุดนี้เป็นคนละสกุลกับ “สิรินธรน่า”

ทีมนักวิจัยจะแถลงข่าวรายละเอียดอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการค้นพบครั้งประวัติศาสตร์ครั้งล่าสุดในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้

(หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปศึกษาจากวารสารวิชาการแบบเปิด PLOS ONE แหล่งเผยแพร่ผลการศึกษาเบื้องต้น)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...