โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ขาไก่ซุปเปอร์” มาจากไหน? ทำไมเรียก "ซุปเปอร์" มีฉบับ "ของแท้" จริงหรือ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 09 ส.ค. 2567 เวลา 19.26 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2567 เวลา 23.20 น.

ผมรู้จัก “ขาไก่ซุปเปอร์” ครั้งแรก ๆ เมื่อราว 20 กว่าปีที่แล้ว ที่ร้านข้าวต้มริมถนนราชดําเนินกลาง และย่านบางลําพู เขตพระนคร กรุงเทพฯ เช่น ร้านสกายไฮ ร้านโจ๊กโภชนา แล้วก็เหมือนกรณีอื่น ๆ หรือเหมือน คนอื่น ๆ คือเมื่อเรามี “รักแรกลิ้ม” อยู่ตรงนั้น ก็เป็นอันจําติดฝังใจว่ารสชาติอร่อยของอาหารสํารับนั้น ๆ ควรเป็นอย่างนั้น ๆ ไม่ใช่อย่างอื่น

ขาไก่ซุปเปอร์ของผมจึงมีลักษณะไม่เหมือนต้มยําธรรมดาทั่ว ๆ ไป ซึ่งก็เป็นเพราะทั้ง 2 ร้านที่ว่า เขามีวิธีปรุงเฉพาะแบบของเขา มันทําให้ขา (ตีน) ไก่ในชามเปลนั้นเปื่อยนุ่ม จนเราดูดดุนกินเนื้อกินเอ็นข้อไก่นั้นได้หมดจดในปากอย่างง่ายดาย หนัง ขาไก่มีสีคล้ำ เช่นเดียวกับน้ำซุปที่ถึงจะรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ดจัด ด้วยน้ำมะนาวบีบสด เกลือ พริกขี้หนูสวน สับหยาบ กับทั้งหอมกลิ่นใบผักชีหั่น คล้ายต้มยําแบบครัวไทย หากซุปนั้นกลับมีลักษณะแน่น ๆ และมีรสมีกลิ่นอะไรอีกชุดหนึ่งซึมแทรกอยู่ให้รู้สึกแตกต่าง อย่างที่ผมจดจําออกแต่แรก

ผมถามพี่ชายเจ้าพนักงานร้านหนึ่ง เขาแอบบอกเคล็ดลับให้อย่างยิ้มแย้มว่า การปรุงรสเค็มให้ปรุงด้วยซีอิ๊วญี่ปุ่น แถมยกขวดมาให้ดูให้ดมด้วย ส่วนอีกร้านหนึ่งผมไม่คุ้นเคย จึงทําได้เพียงลอบสังเกตว่า เขาเอา “ขยะ” อะไรจากหม้อซุปเปอร์ไปทิ้งในถัง ก็พบว่าเป็นพวกข่า ตะไคร้ ใบ มะกรูดนั่นเอง

เมื่อได้รู้ดังนั้น ประกอบกับลองเดา ๆ กลิ่นน้ำซุปที่เฝ้ากินมานานหลายปี ผมก็คิดว่า “ขาไก่ซุปเปอร์” แบบที่ผมชอบ น่าจะเป็นซุปเปรี้ยวที่พ่อครัวต้มเดี่ยวขาไก่ในหม้อน้ำที่ปรุงด้วยกระเทียมและชุดตุ๋นสมุนไพรจีนแบบน้ำใส โดยอาจผสมเครื่องพะโล้บางตัว เช่น อบเชย โป๊ยกั้ก ได้บ้าง รวมกับสมุนไพรสดแบบครัวไทย คือข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ปรุงรสเค็มด้วยเกลือและซีอิ๊วโชหยุของญี่ปุ่น ส่วนรสหวานซึ่งแต่ละร้านมีระดับมากน้อยต่างกันนั้น ใช้น้ำตาลปีกเคี้ยวทําน้ำตาลไหม้ (caramel)

เมื่อเคี่ยวนานจนขาไก่เริ่มเปื่อย โปรตีนคอลลาเจนในเอ็นข้อไก่จะละลายออกมาผสมในซุปนี่เองที่ทําให้น้ำซุปแน่น ข้น และถึงกับกลายเป็นวุ้นอ่อน ๆ ถ้าหากวางทิ้งไว้ในที่อากาศเย็น

เมื่อเปื่อยได้ที่ ปรุงรสเค็มหวานพอดีแล้ว ก็ตักเฉพาะน้ำซุปและขาไก่ ร้อน ๆ ใส่ชามเปลที่หั่นผักชี สับพริกขี้หนูสวน และบีบมะนาวใส่เตรียมไว้

ทั้งหมดนี้ก็ทําให้ได้ซุปเปรี้ยวร้อน ๆ ที่มีรสเผ็ดพริกขี้หนู เค็มโชหยุอ่อน ๆ หวานหอมน้ำตาลไหม้ ทั้งมีกลิ่นสมุนไพรแบบไทยและจีนประสมปนกันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น

แต่สิ่งที่เรียกว่าขาไก่ซุปเปอร์ หรือซุปเปอร์ขาไก่ ย่อมไม่ได้มีเพียงแบบเดียว

ขาไก่ซุปเปอร์

ผมเคยกินหลายร้านที่อ้างว่า เป็น “ของแท้” ซึ่งก็มีหน้าตาต่าง ๆ กันไปนะครับ บางร้านเน้นใส่น้ำตาลไหม้มาก จนน้ำซุปสีเข้มคล้ำ รสหวานจ๋อยนําหน้ารสอื่น ๆ

บางร้านน้ำใสแจ๋ว มีลักษณะเหมือนต้มยําขาไก่ธรรมดา ๆ ทุกประการ แล้วเจ้าของร้านยังบอกว่า เขาต้องเปลี่ยนน้ำต้มในตอนท้ายด้วย โดยเทน้ำต้มขาไก่ทิ้งไป เติมน้ำซุปโครงไก่เข้าไปแทน ทั้งนี้ก็เพื่อให้น้ำซุปใส ไม่ข้นแน่นด้วยเจลาติน เห็นไหมครับว่ามีความต่างของจิตวิญญาณกันคนละขั้วกับสูตรที่ผมเล่ามาเลยแหละ

แถมส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้ผมเห็นเขาใส่พริกขี้หนูแดงทุบทั้งเม็ดแทนพริกขี้หนูสวนหั่น ซึ่งทําให้รสเผ็ดแสบปากตามรสพริกพันธุ์ดัดแปลงนี้นําโด่งล้ำหน้ามาในชามเลยทีเดียว

คงไม่มีสูตรไหนผิดหรือถูกหรอกครับ แต่ถ้าถามว่า จะเอากันจริง ๆ สักครั้งไม่ได้หรือ ว่า “ของดั้งเดิม” นั้น เป็นแบบไหน

หากอยากรู้ถึงเพียงนั้น ก็ต้องสืบล่ะครับว่าใครเป็นคนแรก ๆ ที่เรียกสํารับนี้ว่า “ขาไก่ซุปเปอร์”

แล้วเขาไปเรียกจากที่ไหนมา

ทำไมเรียกขาไก่ “ซุปเปอร์”

เรื่องเล่าทํานองนี้อาจมีหลายเรื่องได้นะครับ ตามประสาสิ่งที่เกิดมานานจนลืม ๆ กันไปแล้ว แต่มีเรื่องหนึ่งที่ คุณพุทธชาติ หงสกุล กรุณาเล่าให้ผมฟังเมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่าเหตุนั้นเกิดเพราะมีคนไปกินต้มยําขาไก่ของร้านข้าวต้มไม่มีชื่อในซอยร่วมศิริมิตร ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อราว 40-50 ปีที่แล้ว ตรงข้ามร้านที่ว่า มี “โรงแรมซุปเปอร์” ตั้งอยู่ เลยพลอยเรียกว่าขาไก่ซุปเปอร์ไปด้วย แล้วกลายเป็นคําเรียกติดปากต่อ ๆ กันมา กระทั่งกลายเป็นชื่อสํารับนี้ไป

ถ้าเรื่องนี้เป็นปฐมเหตุของขาไก่ซุปเปอร์จริง ก็แสดงว่านามของกับข้าวกับแกล้มสํารับนี้อายุไม่มากนัก เพียงไม่กี่สิบปีเท่านั้นเอง แล้วถ้าใครในคณะผู้เล่ายังพอจําได้ว่า “ขาไก่” ในร้านข้าวต้มนิรนามหน้าโรงแรมซุปเปอร์นั้นปรุงแบบใด ในแง่หนึ่งก็อาจนับเนื่องนิยามนั้นเป็นสํารับดั้งเดิมของขาไก่ซุปเปอร์ยุคแรก ๆ ได้อยู่หรอกกระมัง

ที่ผมกล่าวเป็นเงื่อนงําว่า “ในแง่หนึ่ง” ก็เพราะว่ามีคนเคยทําอะไรแบบนี้มาก่อนหน้านั้นแล้วน่ะซีครับ หนึ่งในบรรดาคนเหล่านั้น ผมเดาว่าก็คงจะคือคนจีนเจ้าของร้านข้าวมันไก่นั่นเอง

เพราะมันมีสูตรข้าวมันไก่ที่ตําราอาหารชุดประจําวัน (พ.ศ. 2503) ของ คุณจิตต์สมาน โกมลฐิติ ให้สูตรไว้อย่างละเอียด เธอบอกตอนท้ายด้วยว่า

“กระดูก (ไก่) ที่เลาะออกใส่ลงในหม้อ..ส่วนขาแยกไปต้มยําเสียด้วย ยกหม้อไก่ขึ้นตั้งเคี่ยวต่อไปให้เปื่อย ล้างตะไคร้ทุบใส่ลงท่อนหนึ่ง ฉีกใบมะกรูดใส่ด้วยหนึ่งใบ รีบยกลง เคี่ยวนานกลิ่นตะไคร้ใบมะกรูดจะออกมากไป บุบพริกขี้หนูใส่ลงในชามใหญ่ บีบมะนาว 1 ซีก ใส่น้ำปลาดี 1 ช้อน หวาน เทน้ำต้มไก่ใส่ชาม แล้วเลือกตักชิ้นไก่ใส่ลงให้พอดี ชิมดูให้มีรสเปรี้ยวเค็มค่อนข้างจัด โรยใบผักชี รับประทานควบกับข้าวมันไก่”

ข้าวมันไก่หลายร้านในตัวเมืองนครปฐม รวมทั้งข้าวมันไก่เจ๊หงษ์ หน้าเวทีมวยสยามที่อ้อมน้อยนั้น ก็ยังมีสูตรน้ำซุปที่ว่านี้ให้ลูกค้าเลือกสั่งอยู่จนทุกวันนี้

ก็ถ้าเรื่องมันเป็นแบบนี้แล้ว จะบอกว่าใครเป็นเจ้าของสูตร “ขาไก่ซุปเปอร์” ดีล่ะครับ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : เนื้อหานี้คัดจาก“ที่มาที่ไปของ ‘ขาไก่ซุปเปอร์’” เขียนโดย กฤช เหลือลมัย ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับตุลาคม 2561 [เว้นวรรคคำ ปรับย่อหน้าใหม่ และเน้นคำเพิ่มเติมโดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม]

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 กันยายน 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ขาไก่ซุปเปอร์” มาจากไหน? ทำไมเรียก “ซุปเปอร์” มีฉบับ “ของแท้” จริงหรือ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...