แก่ไปใครจะเลี้ยง? วางแผนให้ดี คิดให้รอบ ครอบครัวและตัวเองสบาย
SET ตลาดหลักทรัพย์ฯ
อัพเดต 18 พ.ย. 2563 เวลา 23.50 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2563 เวลา 23.50 น. • ให้เงินทำงานผ่านกองทุนรวมหากวันนี้คุณอายุ 40 ปี ลองหลับตาแล้วมองกลับไปดูตัวเองในวันที่เราอายุ 30 ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ในเวลานั้นคุณอาจได้ยิน ได้ฟัง และเคยได้อ่านเรื่องราวของการเกษียณอายุมาบ้าง แต่คงยังคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว หากแต่ในวันนั้น เรายังมีความสุขอยู่กับหน้าที่การงานที่กำลังเติบโต มีความสุขอยู่กับรายได้ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีความสุขไปกับชีวิตในสังคม มีความสุขกับการได้มาซึ่งทรัพย์สินต่าง ๆ เพื่อเสริมฐานะไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ รวมถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งของใช้ฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็น เช่น กระเป๋าแบรนด์เนม เครื่องสำอาง นาฬิกา ที่ทำให้เรารู้สึกดี จนอาจทำให้ใครหลายคนมองข้ามเรื่องการเก็บเงินเพื่อการเกษียณไป ในวันนี้ วันที่คุณอยู่ในวัย 40+ มีทุกอย่างตามความฝันที่เคย “อยากมี” และ “อยากได้” หากแต่ยังไม่เคยเก็บเงินเพื่อการเกษียณและเริ่มคิดว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิต ไม่ว่าคุณจะมีเงินเก็บหรือไม่มีเงินเก็บ บทความนี้จะเป็นอีกหนึ่งคู่มือที่จะทำให้เราได้เกษียณอย่างมีคุณภาพไปพร้อม ๆ กัน
“เกษียณคุณภาพ”
เกษียณคุณภาพ คือ การที่เราสามารถเกษียณจากหน้าที่การงานประจำได้ โดยที่มีเงินสำรองเพียงพอสำหรับการเลี้ยงดูตัวเองไปจนเสียชีวิต หากแต่จำนวนเงินที่ต้องใช้ในการเลี้ยงชีพนั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้ชีวิตหลังเกษียณที่คุณเลือกเอง จริง ๆ แล้วการเกษียณนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับอายุ การเกษียณคือการที่เราหลุดจากบ่วงของงานประจำ ภาระ หน้าที่ และออกไปใช้ชีวิตตามความฝัน ทำสิ่งที่อยากทำตามความต้องการส่วนบุคคล
ซึ่งแน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องอายุ 60 ก่อนถึงจะเกษียณได้ แต่บริษัทส่วนใหญ่นั้นบังคับให้เราเกษียณเมื่ออายุ 60 ไม่ได้เพราะเราหมดภาระ หน้าที่ จากงานประจำ แต่อาจเป็นเพราะเรา “แก่” เกินไปสำหรับการทำงาน หรืออาจเป็นเพราะเราทำงานมานานมากแล้วจึงถึงเวลาที่ให้เราไปใช้ชีวิตตามความต้องการ เพียงแต่อาจลืมถามเราว่า “พร้อม” แล้วหรือยังสำหรับการขาดรายได้หลังวัยเกษียณ
“อายุ 40+ แล้ว… แต่ยังไม่ได้เริ่มวางแผนการเกษียณต้องทำอย่างไร?”
หากคุณเริ่มตั้งแต่วันนี้ก็ยังไม่สายเกินไป เพียงแต่ “การเริ่มต้น” นั้นไม่เคยเป็นเรื่องง่าย สำหรับผู้ที่เริ่มต้นวางแผนการเกษียณนั้นจำเป็นต้องตอบคำถามให้ได้ก่อน2 ข้อ เพราะทั้ง 2 คำถามต่อไปนี้จะเป็นตัวกำหนดเป้าหมายทางการเงินสำหรับวัยเกษียณของคุณ
ข้อที่ 1 “คุณคาดว่าจะเสียชีวิตเมื่ออายุเท่าไหร่?”
หลายคนอาจคิดว่าเป็นคำถามที่ตอบแล้วเหมือนกับแช่งตัวเอง หลายคนอาจคิดว่าจะทราบได้อย่างไร หลายคนตอบไม่ได้เพราะคำถามนี้เกี่ยวข้องกับอีกหลายเรื่อง เช่น อุบัติเหตุ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงการแพทย์ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ซึ่งสาเหตุเหล่านี้อาจทำให้เรามีอายุยืนขึ้น การสำรวจล่าสุดพบว่าคนไทยมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 77 ปีและผู้ชายมีอายุเฉลี่ยน้อยกว่าผู้หญิง [Ref1] แน่นอนว่าบางคนอาจมีอายุยาวกว่าค่าเฉลี่ยจากฐานะหรือโอกาสที่ดีกว่าซึ่งแตกต่างกับสำหรับแต่ละบุคคล เพื่อตอบคำถามในข้อแรกนี้โดยคำนึงถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การเสียชีวิตอาจอยู่ในช่วงประมาณ 80 ปี และนี่เป็นทั้งข่าวดีและข่าวร้าย ถึงแม้คุณจะอายุยืนขึ้น แต่คุณก็ต้องเก็บเงินมากขึ้นด้วยเช่นกัน
ข้อที่ 2 “คุณต้องการใช้เงินเดือนละเท่าไหร่หลังอายุ 60?”
อาจดูเหมือนเป็นคำถามง่าย ๆ แต่ตอบได้ไม่ง่ายนัก มีทั้งเรื่องวิถีการดำเนินชีวิต และเรื่องค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวัน การวางแผนเกษียณสามารถแบ่งได้เป็น 2 ระยะ คือ 1) ระยะเก็บ คือช่วงเวลาที่เรายังมีรายได้อยู่และเก็บเงินส่วนหนึ่งเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเกษียณ
2) ระยะใช้ คือระยะหลังจากวันเลี้ยงส่งที่เราจะไม่มีรายได้เข้ามาแต่มีรายจ่ายที่ต้องใช้เพื่อการดำรงชีวิตต่อไป สำหรับคนที่โชคดี สังคมไทยเป็นสังคมที่เกื้อกูล บุตรมักตอบแทนคุณพ่อคุณแม่โดยการมอบรายได้ประจำให้ แต่ก็ยังมีอีกจำนวนมากที่จำเป็นต้องพึ่งพาตัวเองสำหรับชีวิตหลังเกษียณ
“ใช้เงินเดือนละเท่าไหร่ใครเป็นคนกำหนด?”
ค่าใช้จ่ายในช่วงวัยหลังเกษียณ (post-retirement expenses) อาจมีค่าใช้จ่ายบางอย่างลดลง เช่น ค่าเดินทาง ค่าภาษีสังคม และอาจมีรายจ่ายบางอย่างที่มากขึ้น เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าประกันสุขภาพ/ชีวิต ซึ่งแต่ละคนเพิ่มลดไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับแต่ละปัจเจกบุคคล สำหรับเงินที่ต้องใช้หลังการเกษียณจะมีสูตรง่าย ๆ ที่มักนิยมใช้กันคือ ครึ่งหนึ่งของเงินเดือนสุดท้าย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแนวทางการใช้ชีวิต ที่ต้องการของแต่ละคน โดยทั่วไปมักแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 - “สายสุข”ลักษณะการใช้ชีวิตของสายสุขเน้นความสุขกายสบายใจ ใช้ชีวิตแบบพอเพียง อยู่บ้านพักผ่อนบ้าง เข้าวัดทำบุญบ้าง
เมื่อตอนเด็ก ๆ เรามักไม่ค่อยคิดถึงเรื่องการเข้าวัดทำบุญ อาจจะเพราะมีเรื่องอื่นที่น่าสนใจกว่า ท่ามกลางความวุ่นวายของโลกปัจจุบันอาจทำให้ใครหลายคนเริ่มตั้งใจเข้าวัดทำบุญปฏิบัติธรรมเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ โดยทั่วไปสายสุขไม่ต้องใช้เงินเยอะเน้นที่การปฏิบัติและบริจาค ทำให้เงินที่ต้องใช้อาจไม่ได้สูงมาก รูปแบบการใช้ชีวิตของสายสุข อาจต้องการใช้เงินเดือนละ 20,000 – 25,000 บาท
กลุ่มที่ 2 - “สายสนุก”ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย สังสรรค์กับเพื่อนฝูงบ้าง ท่องเที่ยวในประเทศบ้าง ท่องเที่ยวต่างประเทศบ้าง
ในช่วงชีวิตวัยทำงานอาจมีภาระหน้าที่ต้องดูแลครอบครัว การใช้จ่ายส่วนตัวและท่องเที่ยวอาจทำได้ไม่มากนัก เกษียณทั้งทีอยากออกไปดูโลกกว้างบ้าง สนุกสนานกับเพื่อนฝูงบ้าง จึงทำให้ใช้เงินเยอะกว่ากลุ่มแรก หากมีการเก็บเงินที่ดีพอ การใช้เงินหลังเกษียณ 40,000 – 45,000 บาทเป็นไปได้และไม่มากไปสำหรับคนในกลุ่มนี้
กลุ่มที่ 3 - “สายสบาย”เต็มที่กับชีวิต ใช้ชีวิตอิสระ ทำงานมาทั้งชีวิต ขอใช้ชีวิตเต็มที่ มีความสะดวกสบายสไตล์คนมีฐานะ
เกษียณทั้งทีต้องดูดีและสบาย อาจเป็นความคิดในใจของคนกลุ่มนี้ หลังจากการเกษียณต้องการที่จะออกไปท่องเที่ยว กิน ดื่ม สังสรรค์ ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่แต่ก็ไม่ได้ฟุ่มเฟือยจนเกินไป อาจแบ่งเงินเก็บไว้ให้ลูกหลานบ้างในวันที่จากไป เงินใช้ต่อเดือนหลังเกษียณอาจสูงถึงเดือนละ 60,000 – 65,000 บาท
การแบ่งชีวิตหลังเกษียณเป็น 3 กลุ่มเพื่อให้เห็นภาพของการใช้เงินและใช้ชีวิต ลองสำรวจตัวคุณดูว่าต้องการใช้ชีวิตแบบไหนและต้องการรายได้หลังเกษียณเดือนละเท่าไร่ หลังจากเลือกได้แล้ว สำหรับการเกษียณ สายสุขต้องการ 5.6 ล้าน สายสนุกต้องการ 8.3 ล้าน และสายสบายต้องการเงิน 12 ล้าน แล้ววันนี้คุณพร้อมหรือยังสำหรับการเกษียณ
“เก็บเงินเกษียณเดือนละ 20,000”
หลังจากได้เป้าหมายในใจแล้วลืมความคิดที่ว่า “เป็นไปไม่ได้” ไปก่อน จำนวนเงินข้างต้นคือเงินที่เราต้องการ หากเก็บได้มากกว่าชีวิตเราก็ดีขึ้น หากเก็บได้น้อยกว่าชีวิตเราก็ต้องด้อยลงตาม เงินจำนวนมากไม่ใช่ว่าจะเก็บในวันเดียว หลายคนอาจมีเงินเก็บไว้อยู่บางส่วนแล้วนับว่าเป็นตัวช่วยที่ดี นอกจากเงินที่ใช้ในช่วงวัยเกษียณถึงเสียชีวิต เราอาจเตรียมเงินเก็บไว้ให้ลูกหลานตั้งตัวในอนาคต แต่ก็มีคนจำนวนมากที่ยังไม่ได้วางแผนการเกษียณเลย หากวันนี้คุณอยู่ในช่วงอายุ 40 เริ่มต้นวันนี้ยังไม่สายเกินไป
คุณยังอยู่ในระยะเก็บเงิน แสดงว่ายังมีรายได้เข้ามา ควรแบ่งสันปันส่วนรายได้ที่เข้ามาอย่างเหมาะสม ทั้งการใช้จ่ายในปัจจุบัน เงินฉุกเฉิน และเงินเก็บเพื่อการเกษียณ ในวันที่อายุ 40 รายได้ของแต่ละคนไม่เท่ากัน รายได้เยอะควรเก็บเยอะ รายได้น้อยควรเก็บน้อย ถ้าเริ่มเก็บก็แสดงว่าคุณได้เริ่มแล้ว ตัวอย่างถัดไปอาจตรงกับใครหลายคน
สมมุติว่าปัจจุบันอายุ 40 รายได้เดือนละ 80,000 บาท เก็บเงินเพื่อการเกษียณ 25% ของรายได้คิดเป็นเงิน 20,000 บาท คนที่เก็บเงินอย่างเดียวแล้วนำไปฝากธนาคาร ในวันที่เกษียณคุณจะมีเงิน 6 ล้านบาท แต่หากนำเงินนั้นไปบริหารจัดการด้านลงทุน อาจทำให้เงินก้อนนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านบาท หรือเท่าตัวเลยทีเดียว
“เงิน… อย่าแค่เก็บ… ต้องบริหารด้วย…”
การบริหารเงินเป็นด่านที่ 2 สำหรับผู้ที่ผ่านขั้นตอนการปลดหนี้มาได้ เรื่องของการบริหารเงินนั้นอาจแตกต่างกันตามแต่ละบุคคลและข้อจำกัดส่วนตัว บางคนอาจซื้อคอนโดไว้หลายห้องและปล่อยเช่าเพื่อสร้างกระแสเงินสดให้กลับมาเป็นรายได้ ซึ่งต้องใช้เงินก้อนและอาจเป็นข้อจำกัดของใครหลายคน การบริหารเงินที่เหมาะสมกับคนส่วนใหญ่คือ การลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีในระยะยาวและมีสภาพคล่องดี กองทุนรวมเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมากในการนำมาจัดพอร์ตเกษียณ เนื่องจากมีสภาพคล่องสูงสามารถแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นยังเป็นเครื่องมือที่เราสามารถกระจายการลงทุนไปได้ในหลายสินทรัพย์และหลายประเทศ รวมถึงสะดวกต่อการติดตามราคาและมีหน่วยงานภาครัฐดูแลธุรกิจจัดการกองทุนอย่างใกล้ชิด
ก่อนไปถึงเรื่องการลงทุนเราควรหาผลตอบแทนที่คาดหวังหรือการกำหนดผลตอบแทน เพราะผลตอบแทนเป็นตัวกำหนดแผนการลงทุน ซึ่งผลตอบแทนที่เหมาะสมในแต่ละช่วงต้องคำนึงถึงความเสี่ยงด้วยเช่นกัน โดยแบ่งผลตอบแทนจากการลงทุนออกเป็น 3 ช่วงให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป
ช่วงที่ 1 – ช่วงหาผลตอบแทนช่วงอายุ 40-55 ปี ควรเลือกแผนการลงทุนที่เน้นผลตอบแทนดีเป็นหลัก ซึ่งผลตอบแทนที่สูงจำเป็นต้องมาพร้อมกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ตลาดหุ้นไทยเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ทางการเงินที่ให้ผลตอบแทนดี 10 ปีของการลงทุนหุ้นไทย (2551-2560) ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนถึง 11.61% ต่อปี [Ref2] หากแต่การลงทุนที่ดีจำเป็นต้องกระจายความเสี่ยงของการลงทุนไปในหลายสินทรัพย์หรือที่เรียกว่าการจัดพอร์ตลงทุนนั่นเอง ช่วงหาผลตอบแทนอาจคาดหวังผลตอบแทนระยะยาวที่ 8-10% ต่อปี
ช่วงที่ 2 – ช่วงเตรียมตัวผู้ที่เก็บเงินเพื่อการเกษียณคงไม่อยากเห็นเงินเก็บลดลงมาก ๆ ในช่วงที่เข้าใกล้วัยเกษียณ ช่วงก่อนเกษียณ 5 ปี หรือช่วงอายุ 56-60 ควรเน้นที่การเตรียมตัวเข้าสู่วันเกษียณ หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นมาอาจทำให้เงินที่เก็บออมมาหลายสิบปีไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจไว้ การเตรียมตัวคือการลดความเสี่ยงจากการลงทุนและผลตอบแทนที่คาดหวังลงมา เช่นอาจลดความเสี่ยงลงมาจากเดิมทำให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 6-8% ต่อปี
ช่วงที่ 3 – ช่วงป้องกันหลายคนอาจถามว่าจะต้องป้องกันอะไร สิ่งหนึ่งที่เป็นศัตรูของการลงทุนมาโดยตลอดคือเงินเฟ้อ แม้ว่าปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ข้าวของเครื่องใช้ไม่ได้แพงขึ้นมากนัก เราอาจเห็นตัวอย่างประเทศที่มีเงินเฟ้อสูงตามหน้าข่าว แต่สำหรับในประเทศไทยนั้นอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยย้อนหลังอยู่ที่ประมาณ 3% [Ref3] ซึ่งในช่วงป้องกันนี้หมายถึงป้องกันไม่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุนต่ำกว่าเงินเฟ้อ เพราะหากได้ผลกำไรต่ำกว่าเงินเฟ้อแล้ว การลงทุนนั้นจำทำให้เราจนลง ดังนั้นผลตอบแทนสำหรับช่วงหลังเกษียณหรือช่วงป้องกันนั้นควรอยู่ที่ประมาณ 3-5% ต่อปี
การบริหารเงินในช่วงที่ 1 และช่วงที่ 2 นี่เองที่จะทำให้เงินเก็บของคุณเพิ่มขึ้นจาก 6 ล้านบาทเป็น 12 ล้านบาทผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน ซึ่งคิดเป็นเงินต้นที่เก็บ 5,040,000 ล้านบาทเท่ากัน สำหรับคนที่นำไปฝากธนาคารที่ดอกเบี้ย 1.5% คุณจะมีเงิน 5,961,019 บาท ในทางกลับกันหากบริหารเงินนั้นคุณจะมีเงินเก็บ 11,952,602 บาท
*ผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถเป็นตัวชี้วัดผลตอบแทนในอนาคต ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาข้อมูลภาษีก่อนตัดสินใจลงทุน
“บริหารเงินอย่างไรให้ได้ผลตอบแทน”
การลงทุนให้ประสบความสำเร็จมีสิ่งสำคัญอยู่ 2 ข้อคือ 1) การลงทุนจำเป็นต้องมาพร้อมกับวินัย การเก็บออมเงินสม่ำเสมอหรือ Dollar-Cost-Average (DCA) เป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายในการลงทุนได้ 2) หาผลตอบแทนที่เหมาะสมและจัดพอร์ตการลงทุน
โดยทั่วไปการบริหารเงินมักใช้การจัดพอร์ตการลงทุนผ่านสินทรัพย์ 3 ชนิดในการลงทุนคือ หุ้น ตราสารหนี้ และเงินสด โดยลงทุนหุ้นเพื่อหาผลตอบแทนสูง ๆ แต่ก็มีความเสี่ยงด้วยเช่นเดียวกัน ลงทุนตราสารหนี้เพื่อให้ชนะเงินเฟ้อ และลงทุนในเงินสดเพื่อเป็นเงินฉุกเฉินสำหรับวันที่จำเป็น
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา (ในช่วงปี 2551 – 2560) ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทน 11.61% ตราสารหนี้ที่เป็นพันธบัตรรัฐบาลไทยให้ผลตอบแทน 5.15% และกองทุนตลาดเงิน (money market fund) ที่เป็นตัวแทนของเงินสดให้ผลตอบแทน 1.5% [Ref2]
วิธีการจัดพอร์ตอย่างง่ายตามแต่ละช่วงข้างต้น
- ช่วงหาผลตอบแทน ตั้งเป้าผลตอบแทน 8-10% ต่อปี อาจมีการลงทุนในหุ้นสูงถึง 50% ของพอร์ต พันธบัตร 40% และกองทุนรวมตลาดเงิน 10%
- ช่วงเตรียมตัว ตั้งเป้าผลตอบแทน 6-8% ต่อปี ลดความเสี่ยงของหุ้นลงมาเหลือ 30% พันธบัตร 40% และลงทุนในกองทุนตลาดเงินเพื่อความปลอดภัยของเงินต้นเพิ่มเป็น 30%
- ช่วงป้องกัน ตั้งเป้าผลตอบแทน 3-5% เน้นความปลอดภัยของเงินต้น ลงทุนกองทุนรวมตลาดเงิน 70% พันธบัตร 23% และลงทุนในตลาดหุ้นเพียง 7%
“ข้อสรุปของการเก็บเงินเกษียณเดือนละ 20,000 บาท”
หากวันนี้คุณไม่มีเงินก้อน เริ่มเก็บเงินเพื่อการเกษียณตอนอายุ 40 ปี แบ่งเก็บเงินเดือนละ 20,000 บาท ลงทุนได้ 8% ในช่วงอายุ 40-55 ลงทุนได้ 6% ในช่วงอายุ 56-60 และยังคงลงทุนต่อหลังเกษียณได้ผลตอบแทน 3% ต่อปี
กลุ่มที 1 – สายสุข อายุ 60 ใช้เงินหลังเกษียณเดือนละ 25,000 บาท เสียชีวิตอายุ 80 มีเงินเหลือเก็บไว้ให้ลูกหลาน 13.3 ล้านบาท
กลุ่มที 2 - สายสนุก อายุ 60 ใช้เงินหลังเกษียณเดือนละ 45,000 บาท เสียชีวิตอายุ 80 มีเงินเหลือเก็บไว้ให้ลูกหลาน 6.6 ล้านบาท
กลุ่มที 3 - สายสบาย อายุ 60 ใช้เงินหลังเกษียณเดือนละ 65,000 บาท เสียชีวิตอายุ 80 มีเงินเหลือเก็บไว้ให้ลูกหลาน 70 บาท
จะเห็นว่าในบางกลุ่มจะมีเงินที่เหลือจากการลงทุน สำหรับผู้ที่วางแผนเกษียณบางคนอาจนำเงินที่เหลือเก็บไว้ให้ลูกหลานสร้างเนื้อสร้างตัวในอนาคต หรือบางคนอาจอยากเปลี่ยนกลุ่มเพื่อคุณภาพชีวิตหลังเกษียณที่ดีขึ้น
สำหรับคนที่ยังไม่เคยจัดพอร์ต ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นเรื่องยากเกินไปจนทำไม่ได้ ตลาดกองทุนรวมในประเทศไทยพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีกองทุนเกิดใหม่จำนวนมาก เราสามารถเลือกจัดพอร์ตโดยใช้กองทุนรวมในประเทศไทยที่มีนโยบายการลงทุนตามสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ที่เราต้องการได้ เช่น แผนการลงทุนในช่วงหาผลตอบแทน ถ้าไม่เชี่ยวชาญการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและตลาดหุ้น สามารถใช้กองทุนตราสารหนี้ กองทุนรวมผสม และกองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทยแทนได้เช่นกัน
สุดท้ายต้องกลับมาสำรวจความพร้อมของตัวคุณเองในปัจจุบันว่าพร้อมแค่ไหนสำหรับการวางแผนเพื่อการเกษียณ ได้เริ่มลงมือทำแล้วหรือยัง เรื่องที่ไกลตัวบางครั้งอาจใกล้จนแก้ไขอะไรไม่ได้ จงเลือกรูปแบบในการใช้ชีวิตที่ต้องการในวันที่คุณยังเลือกได้ หากไม่เลือกและไม่เริ่มอาจสายเกินไปจนเงินก้อนสุดท้ายเป็นตัวกำหนดชีวิตบั้นปลายของคุณ วางให้ดี คิดให้รอบ ครอบครัวและตัวเองสบาย
Reference
Ref1: http://www.fap.or.th/upload/9414/VR9pMweHc9.pdf
Ref2: https://www.facebook.com/set.or.th/photos/a.177703174974/10151015049474975/?type=3&theater