โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"เจ้าจอมพิศว์" ใน ร.5 สตรีชาววังคนแรก ๆ ในสยามที่ชอบเลี้ยงสุนัขเป็นชีวิตจิตใจ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 21 ก.พ. เวลา 09.31 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. เวลา 06.30 น.
เจ้าจอมพิศว์ เจ้าจอมในรัชกาลที่ 5

เจ้าจอมพิศว์ ในรัชกาลที่ 5 สตรีชาววังคนแรก ๆ ในสยามที่ชอบเลี้ยงสุนัขเป็นชีวิตจิตใจ

“เจ้าจอมพิศว์” อีกหนึ่งเจ้าจอมใน “รัชกาลที่ 5” ที่น้อยคนจะรู้จัก นอกจากท่านจะเป็นผู้ถวายงานรับใช้ในพระราชสำนักฝ่ายในแล้ว ท่านยังเป็นคนที่ขึ้นชื่อเรื่องรักสัตว์มากคนหนึ่ง โดยเฉพาะ “สุนัข” และเป็นบุคคลแรก ๆ ของไทยที่สั่งซื้อสัตว์พันธุ์แปลกใหม่เข้ามาเลี้ยง

“คุณพิศว์” เป็นธิดาของเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) และท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ (สกุลเดิมชูโต) เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2413 เมื่อครั้งอายุ 13 ปี ได้ติดตามบิดาที่เข้าไปรับราชการในพระราชสำนักเสมอ ทำให้ท่านได้เข้าเฝ้าใกล้ชิดรัชกาลที่ 5 และคุ้นเคยกับข้าราชสำนักทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายใน

เมื่อคราวงานพระราชพิธีโสกันต์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจันทราสรัทวาร รัชกาลที่ 5 มีพระราชประสงค์ให้คุณพิศว์ทำหน้าที่เป็นนางเชิญมยุรฉัตร เข้ากระบวนแห่ในงานพระราชพิธีนั้น และทรงมีพระราชกระแสขอต่อเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ ท่านจึงได้ให้ท่านผู้หญิงเปลี่ยนนำคุณพิศว์เข้าเฝ้าถวายตัวรับราชการฝ่ายในนับแต่นั้น

เจ้าจอมพิศว์ อาศัยอยู่ที่ตำหนัก เจ้าจอมมารดาแพ (เจ้าคุณพระประยูรวงศ์) ซึ่งนับเป็นญาติในตระกูลบุนนาคที่ได้เข้ามาถวายงานรับใช้รัชกาลที่ 5 เช่นกัน

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล ทรงเล่าถึงเจ้าจอมพิศว์ว่า ท่านเป็นคนไม่ถือตัว แม้จะถูกคนรุ่นลูกรุ่นหลานหยอกล้อแซวเล่นบ้าง ท่านกลับชื่นชอบ เพราะท่านเป็นคนชอบสนุกขบขัน เช่นเมื่อพวกหลาน ๆ ล้อเลียนคิ้วของท่านว่าเขียนไม่เท่ากัน ระดับเปลี่ยนขึ้น ๆ ลง ๆ ตลอดเวลา เจ้าจอมพิศว์ก็ไม่โกรธ ท่านเป็นคนใจดี รักใครรักจริง

เจ้าจอมพิศว์ ผู้รักสุนัขเป็นชีวิตจิตใจ

เจ้าจอมพิศว์เป็นคนรักสุนัขมาก หากได้พบสุนัขของผู้อื่นก็มักขอมาเลี้ยงไว้เอง

ครั้งหนึ่ง พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล นึกสนุกว่าในบ้านของพระองค์มีสุนัขพันธุ์ผสมสองตัว แต่เป็นที่รำคาญใจ จึงแกล้งหลอกเจ้าจอมพิศว์ว่า สุนัขสองตัวนี้เป็นพันธุ์ใหม่ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ พระองค์ก็บรรยายสรรพคุณต่าง ๆ จนเจ้าจอมพิศว์อยากได้ขึ้นมา พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคลก็ทรงทำท่าหวง ไม่ยอมยกให้โดยง่าย นั่นยิ่งทำให้เจ้าจอมพิศว์อยากได้มาเลี้ยงมากขึ้นไปอีก จนสุดท้ายพระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคลก็ยกสุนัขทั้งสองตัวให้ ซึ่งผลประโยชน์ตกเป็นของพระองค์ เพราะ“ในที่สุดข้าพเจ้าก็กำจัดความรำคาญได้สมประสงค์”

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ ทรงเล่าถึงเจ้าจอมพิศว์ว่า “ผมยังจำได้ว่า นอกจากท่านจะเป็นคนรักเด็กแล้ว ท่านยังเป็นคนรักสัตว์อย่างจับจิตจับใจ สิ่งที่ท่านชอบที่สุดได้แก่ สุนัข ท่านเลี้ยงสารพัดชนิดตั้งแต่หมาไทยไปจนถึงหมาเทศราคาแพง ๆ บางครั้งผมก็ขอท่านไปเลี้ยง บางครั้งท่านก็เอาของผมไป…

นอกจากสัตว์สี่เท้าดังกล่าวแล้ว คุณทวดยังชอบเลี้ยงนก ท่านมีนกแปลก ๆ โดยเฉพาะนกแก้ว นกขุนทอง ผมจำได้ว่าวันหนึ่งที่ให้มาเรียกผมไปหา และท่านอวดให้ดูนกตัวใหม่ของท่าน มันเป็นนกแก้วพันธุ์ ‘มากัว’ ซึ่งเป็นนกมาจากอเมริกาใต้ ขนสีสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เท่าที่ผมจำได้ดูเหมือนจะเป็นนก ‘มากัว’ ตัวแรกที่มีในประเทศไทย เพราะท่านสั่งมาเป็นพิเศษ ท่านตื่นเต้นและรักมันมาก”

หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล ได้เขียนถึงสุนัขของเจ้าจอมพิศว์ จากคำบอกเล่าของหม่อมเจ้าจงจิตรถนอม ดิศกุล ที่ครั้งหนึ่งทรงคุ้นเคยกันดีเมื่ออยู่ในพระบรมมหาราชวังว่า เมื่อสุนัขของรัชกาลที่ 5 คลอดลูกมาหลายตัว พระองค์จึงพระราชทานนามสุนัขตัวหนึ่งชื่อ “เนล” (Nail) แก่เจ้าจอมพิศว์ ซึ่งท่านเลี้ยงสุนัขตัวนี้ด้วยความเก่งกาจ“…สอนให้ไปซื้อขนมก็ได้ ด้วยส่งอัฐให้คาบไปนั่งจ้องขนมที่ตัวจะซื้ออยู่ตรงหน้า จนผู้ขายเข้าใจและหยิบให้จึงจะคายอัฐนั้นให้ผู้ขาย แล้วคาบห่อขนมกลับมา”

หม่อมเจ้ารัชนีพัฒน์ รัชนี ทรงอธิบายว่า เจ้าจอมพิศว์รักสัตว์มาก อาจเป็นเพราะท่านไม่มีบุตรธิดาก็เป็นได้ ท่านรักสุนัขมาก เมื่อทราบว่าสุนัขในบ้านของหม่อมเจ้ารัชนีพัฒน์ท้องเมื่อใด เจ้าจอมพิศว์จะขอจับจองลูกสุนัขเอาไว้ก่อน บางครั้งท่านก็มาช่วยทำคลอดเองก็มี และจะต้องเลือกเอาลูกสุนัขไปเลี้ยงก่อนใคร ๆ

เมื่อเจ้าจอมพิศว์มาประทับอยู่นอกพระบรมมหาราชวัง ท่านก็เลี้ยงสัตว์จำนวนมากหลากประเภท สุนัขของเจ้าจอมพิศว์มีหลายพันธุ์ เช่น แด็กซันด์ (ดัชชุน) เยอรมันเชพเพิร์ดหรืออัลเซเชียน บูลมาสทิฟฟ์ บ็อกเซอร์ เกรตเดน และพันธุ์อื่น ๆ อีกหลายพันธุ์ ท่านมักตั้งชื่อสุนัขของท่านอย่างเลอเลิศ เช่น พันธุ์ดาว งามตา ไม่ตาย เป็นต้น ส่วนนกก็มีหลายพันธุ์ เช่น นกแก้ว นกกระตั้ว นกขุนทอง นกยูง นกกระเรียน นกหงษ์หยก นอกจากนี้ยังมีลิง ค่าง ชะนี และปลาสวยงาม

ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

เจ้าจอมพิศว์มีความเชี่ยวชาญเรื่องอาหารและเป็นที่โปรดปรานของรัชกาลที่ 5 อยู่ไม่น้อย ดังที่พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคลเล่าว่า เจ้าจอมพิศว์ขึ้นชื่อเรื่องต้มหมูแฮมได้อย่างเอร็ดอร่อยมาก แม้มีกรรมวิธีที่ยุ่งยาก เนื่องจากในสมัยก่อนหมูแฮมนำเข้าจากต่างประเทศจะมีรสชาติเค็มมาก หากนำมาต้มก็ลดความเค็มได้ไม่มาก หากจะแช่หรือต้มให้ความเค็มลดลง เนื้อจะเปื่อยหรือรสชาติจืดชืด

แต่เจ้าจอมพิศว์สามารถทำหมูแฮมได้เค็มอย่างที่ต้องการ ทั้งเนื้อยังอร่อยและหอมชวนรับประทาน ซึ่งกรรมวิธีของท่านไม่มีสูตรตายตัว ท่านเล่าว่าได้กรรมวิธีการทำหมูแฮมมาจากรัชกาลที่ 5 พระราชทานให้ท่าน “เรื่องต้มหมูแฮมจึงเป็นสิ่งที่ทวดพิศว์ภูมิใจมากที่สุด”

เนื่องจากเจ้าจอมพิศว์ได้รับความรู้ความสามารถด้านอาหารจากท่านผู้หญิงเปลี่ยน ผู้เป็นมารดา ซึ่งเป็นผู้เขียน “ตำราแม่ครัวหัวป่าก์” ทำให้เจ้าจอมพิศว์ได้เรียนรู้การทำน้ำพริกหลากหลายแบบ ท่านจึงขึ้นชื่อในการดัดแปลงทำน้ำพริกหลายรสชาติ ทั้งยังมีฝีมือการแกะสลักผักและผลไม้อย่างวิจิตร

เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ เล่าว่า เจ้าจอมพิศว์ เป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากรัชกาลที่ 5 ให้มีหน้าที่เชิญพระแสงข้างที่ตามเสด็จฯ ในเขตพระราชฐานชั้นใน อันเป็นธรรมเนียมโบราณราชประเพณี

นอกจากนี้ เจ้าจอมพิศว์ถือเป็น “เจ้าจอมอยู่งาน” (เจ้าจอมที่ไม่มีพระราชโอรสหรือพระราชธิดา) ที่ได้รับพระราชทานพระเกียรติยศเหนือเจ้าจอมคนอื่น ๆ เพราะท่านได้รับพระราชทาน “หีบหมากทองคำลงยา” อันเป็นเกียรติยศสำหรับเจ้าจอมมารดา รวมทั้งยังได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตติยจุลจอมเกล้า เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 5 ชั้นที่ 3 และเข็มพระบรมรูปอักษรพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ทองคำฝังเพชร จึงนับได้ว่าท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากรัชกาลที่ 5 อย่างสูงยิ่ง

เจ้าจอมพิศว์ถวายงานสนองเบื้องพระยุคคลบาทรัชกาลที่ 5 จวบจนสิ้นรัชกาล ท่านยังคงอยู่ในพระบรมมหาราชวังต่อไป แต่เมื่อเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ ผู้เป็นบิดาเริ่มชราภาพลง รัชกาลที่ 6 ทรงพระเมตตาเห็นว่าไม่มีผู้ใดจะช่วยดูแลปรนนิบัติ เพราะบุตรธิดาคนอื่นมีครอบครัวของตัวเองกันหมดแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าจอมพิศว์กลับไปอยู่บ้านเพื่อดูแลบิดา แต่มิได้ลาออกจากการเป็นข้าราชสำนักฝ่ายใน

เจ้าจอมพิศว์ ถึงแก่อนิจกรรมที่จังหวัดนครราชสีมาด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2508 สิริอายุ 95 ปี

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค), เจ้าพระยา. (2514). คำกลอนของเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค). พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ เจ้าจอมพิศว์ (พิศว์ บุนนาค) ในรัชกาลที่ 5 ณ เมรุวัดประยุรวงศาวาส วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์พระจันทร์.

เล็ก พงษ์สมัครไทย. (กรกฎาคม, 2545). เจ้าจอมพิศว์ (บุนนาค) ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. ศิลปวัฒนธรรม. ปีที่ 23 (ฉบับที่ 9) : หน้า 54-57.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 กันยายน 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เจ้าจอมพิศว์” ใน ร.5 สตรีชาววังคนแรก ๆ ในสยามที่ชอบเลี้ยงสุนัขเป็นชีวิตจิตใจ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...