โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

การใช้ด้วงงวงควบคุมจำนวนผักตบชวา

รักบ้านเกิด

อัพเดต 20 พ.ย. 2563 เวลา 08.09 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2563 เวลา 08.09 น. • รักบ้านเกิด.คอม

โดยปกติผักตบชวาจะสามารถขยายพันธุ์และเจริญเติบโตได้เป็น 2 เท่าภายในเวลา 2 สัปดาห์ แต่จากการทำลายของด้วงงวงผักตบชวาจะช่วยลดการขยายพันธุ์ของผักตบชวาได้ ในแหล่งน้ำหนึ่งๆ ถ้ามีด้วงงวงผักตบชวาคอยควบคุมอยู่ด้วงงวงสามารถลดปริมาณผักตบชวาในแหล่งน้ำนั้นจาก 90 % ของพื้นที่ให้เหลือเพียง 25 % ภายในระยะเวลา 5-6 ปี

Plant/2376_1.jpg

ผักตบชวา Eichhornia crassipes (Martius)solm-Laubach เป็นวัชพืชน้ำประเภทข้ามปี จัดอยู่ในวงศ์ Pontederiaceae มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ผักตบชวาถูกนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.2439 ผักตบชวาสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในประเทศไทย ได้เป็นอย่างดีจึงมีการเจริญเติบโตแพร่ขยายพันธุ์ออกไปอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นวัชพืชน้ำที่สำคัญของประเทศไทย ในปัจจุบันจะพบการแพร่กระจายของผักตบชวาในแหล่งน้ำต่างๆ ทั่วทุกภาค ของประเทศไทย ก่อให้เกิดปัญหาต่อแหล่งน้ำ ทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำได้อย่างเต็มที่ ซึ่งมีผลต่อระบบนิเวศน์ของแหล่งน้ำ รวมไปถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยอีกด้วย

 

ด้วงงวงผักตบชวา Neochetina spp. (Coleoptera: Curculionidae) ประกอบด้วยด้วงงวงผักตบชวาลายแต้ม Neochetina ecihhorniae Werner และด้วงงวงผักตบชวาลายบั้ง Neochetina bruchi Hustache ถูกนำเข้ามาใช้ประโยชน์ในการควบคุมผักตบชวาโดยชีววิธีตั้งแต่ปี 2520 และ 2533 จากประเทศสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียตามลำดับ ได้ทำการปลดปล่อยเพื่อใช้ในการควบคุมผักตบชวาในทุกพื้นที่ที่มีการระบาดทั่วประเทศมาตั้งแต่ปี 2522 และ 2534 ด้วงงวงผักตบชวาเป็นด้วงงวงขนาดกลางในวงศ์เคอร์คิวลิโอนิดี้(Family Curculionidae) ซึ่งส่วนปากจะยื่นยาวออกมาคล้ายงวงจึงได้ถูกเรียกชื่อเป็นด้วงงวง (weevils) มีชีวิตอยู่แบบกึ่งบกกึ่งน้ำ

 

Plant/2376_2.jpg

วงจรชีวิตของด้วงงวงผักตบชวา
- ระยะเวลาเจริญเติบโต
- ระยะไข่ 6-9 วัน
- ระยะตัวหนอน 45-50 วัน
- ระยะดักแด้ 14-16 วัน
- ระยะตัวเต็มวัย : ตัวผู้ 62-75 วัน
- ตัวเมีย 48-70 วัน
รวม 113-150 วัน
ชีพจักรและลักษณะทางชีววิทยา ของด้วงงวงผักตบชวา
 

ไข่ : มีลักษณะกลมรี มีขนาดความยาวสูงสุด 0.44 0.04 มิลลิเมตร และความกว้าง 0.865 0.06 มิลลิเมตร ไข่จะมีสีขาวแต่จะเหลืองเมื่อใกล้ฟักออกเป็นตัวหนอน

 

หนอน : หนอนระยะที่ 1 มีขนาดเล็ก หัวกระโหลกกว้าง 0.25 0.03 มิลลิเมตร หนอนด้วงงวงผักตบชวาเมื่อฟักออกจากไข่จะเจาะกินลงไปในก้านใบผักตบชวาจนกระทั่ง ถึงเหง้า

 

ดักแด้ : ด้วงงวงผักตบชวาจะเข้าดักแด้ที่รากของต้นผักตบชวาที่มีชีวิต เท่านั้น หนอนก่อนเข้าดักแด้จะเข้าทำแผลที่รากแขนงและดึงเอารากฝอยที่อยู่รอบๆ มาทำเป็นปลอกหุ้มตัว มีลักษณะเป็นกลมๆหนอนจะเข้าดักแด้ภายในปลอกนี้

 

ตัวเต็มวัย : มีสีน้ำตาลเข้ม ตัวเมียมีขนาดความยาว 4.22 0.22 มิลลิเมตร ส่วนกว้างตรง pronotum 2.225 0.15 มิลลิเมตร ตัวผู้มีขนาดความยาว 3.7 1.32 มิลลิเมตร ส่วนกว้างตรงpronotum1.833 1.32 มิลลิเมตร ตัวผู้มีงวง (rostrum) ที่สั้นและโค้งน้อยกว่าตัวเมียและมีตุ่มตรงด้านล่างของ งวงมากกว่าตัวเมียตัวเต็มวัยจะออกหากินและผสมพันธุ์พร้อมทั้งวางไข่ในเวลากลางคืนในตอนกลางวันจะพบตัวเต็มวัยตามซอกก้านใบหรือตามโคนใบ

 

Plant/2376_3.jpg

ลักษณะการทำลายของด้วงงวงผักตบชวา
 

ด้วงงวงตัวเต็มวัยจะกัดกินเนื้อเยื่อบนใบเป็นรูปสี่เหลี่ยม จนถึงกลมเป็นจุดๆ พบได้ทั้งด้านบนและด้านล่างของใบ รวมทั้งตามก้านของผักตบชวาด้วย ปกติด้วงชนิดนี้จะกัดกินผักตบชวาในเวลากลางคืน ส่วนกลางวันจะซ่อนตัวอยู่ตามซอกใบใกล้กับระดับน้ำ โดยเฉพาะใบอ่อนที่ยังไม่คลี่ตัวหนอนจะชอนไชและกัดกินเนื้อเยื่อภายในก้านใบ ถ้ามีการทำลายของด้วงงวงมากใบจะแสดงอาการเหี่ยวเฉา ก้านใบและเหง้าฉีกขาดเป็นแผลให้เชื้อแบคทีเรียเข้าทำลาย ซึ่งทำให้เกิดอาการเน่าตายในที่สุด

 

Plant/2376_4.jpg

ผลของการควบคุมโดยด้วงงวงผักตบชวา
โดยปกติผักตบชวาจะสามารถขยายพันธุ์และเจริญเติบโตได้เป็น 2 เท่าภายในเวลา 2 สัปดาห์ แต่จากการทำลายของด้วงงวงผักตบชวาจะช่วยลดการขยายพันธุ์ของผักตบชวาได้ในแหล่งน้ำหนึ่งๆ ถ้ามีด้วงงวงผักตบชวาคอยควบคุมอยู่ด้วงงวงสามารถลดปริมาณผักตบชวาในแหล่งน้ำนั้นจาก 90 % ของพื้นที่ให้เหลือเพียง 25 % ภายในระยะเวลา 5-6 ปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...