โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หลังน้ำลดควร “ล้างบ้านทำความสะอาดกำจัดเชื้อรา” ให้ถูกหลัก ลดความเสี่ยงแหล่งสะสมและแพร่กระจายเชื้อโรค

JS100 - Post&Share

อัพเดต 09 ธ.ค. 2563 เวลา 09.22 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2563 เวลา 09.15 น. • JS100:จส.100
หลังน้ำลดควร “ล้างบ้านทำความสะอาดกำจัดเชื้อรา” ให้ถูกหลัก ลดความเสี่ยงแหล่งสะสมและแพร่กระจายเชื้อโรค

            สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในขณะนี้บางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย หลายๆ คนเริ่มกลับเข้าไปทำความสะอาดบ้าน ที่พักอาศัย เก็บกวาดสิ่งสกปรกต่างๆ เพื่อให้สามารถกลับเข้าไปอยู่ได้อย่างปลอดภัย โดยในช่วงน้ำท่วมแน่นอนว่าน้ำจะพัดพาสิ่งสกปรกมาจากทุกสารทิศ ทั้ง โคลนตม ขยะ วัสดุ สิ่งของต่างๆ ส่งผลให้เกิดการหมักหมม อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการระบาดของโรคได้ การล้างบ้านให้สะอาดปลอดภัยตามหลักสุขาภิบาลจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น แต่ทว่าต้องปฏิบัติอย่างไร? เรื่องนี้ให้กรมอนามัยเป็นผู้อธิบาย ลดความเสี่ยงแหล่งสะสมและแพร่กระจายเชื้อโรค

            สิ่งที่ควรทำก่อนเข้าทำความสะอาดภายในบ้านหลังน้ำลด
            จริง ๆ แล้วก่อนเข้าไปทำความสะอาดภายในบ้านจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสำรวจตรวจสอบความเสียหาย โดยเฉพาะการรั่วของกระแสไฟฟ้า หากไม่แน่ใจให้รีบปรึกษาจากช่างไฟฟ้าทันที หลังจากนั้นให้เปิดประตู หน้าต่างทิ้งไว้ เพื่อให้อากาศและลมถ่ายเทเอาความชื้นออกไป พร้อมตรวจสอบความแข็งแรงของบ้าน เช่น ประตู หน้าต่าง และเพดาน เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างของบ้านมีความมั่นคงแข็งแรง ส่วนเครื่องใช้ เครื่องเรือน เครื่องนอน และเฟอร์นิเจอร์ ควรทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคด้วยการนำไปตากแดด

            3 ขั้นตอนทำความสะอาดเชื้อราในบ้านหลังน้ำลด
            โดยการกำจัดเชื้อราในบ้านที่เกิดจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน เช่น เชื้อราบนเฟอร์นิเจอร์ไม้ เพดาน ผนังบ้าน หรือบริเวณพื้นผิววัสดุที่ขึ้นรามีสภาพแห้ง และรามีลักษณะฟูเห็นเส้นใยโผล่ออกมา สามารถทำได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่
           1. พื้นผิววัสดุที่พบเชื้อรา ให้ใช้กระดาษทิชชูแผ่นหนา ขนาดใหญ่หรือกระดาษหนังสือพิมพ์พรมน้ำพอชื้นๆ เช็ดบนพื้นผิวนั้นไปในทางเดียวกัน กระดาษที่ใช้แล้วนั้นต้องรวบรวมใส่ถุง มัดปากถุงให้แน่น นำไปทิ้งในถังขยะที่ปิดมิดชิด
            2. ใช้กระดาษทิชชูแผ่นหนาขนาดใหญ่หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ชุบน้ำที่ผสมสบู่หรือน้ำยาล้างจาน เช็ดซ้ำในจุดเดิมอีกครั้ง
           3. ให้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อรา เช่น น้ำส้มสายชู 5 – 7% หรือแอลกอฮอล์ความเข้มข้น 60 – 90% เช็ดทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อรา
            สำหรับเชื้อราบนที่นอนหรือฟูกที่มีร่องรอยหรือกลิ่นอับชื้น ให้กำจัดเชื้อราโดยเริ่มจากใช้น้ำยาฆ่าเชื้อฉีดพรมให้ทั่วที่นอนหรือใช้แอลกอฮอล์ล้างแผลผสมน้ำอุ่น เช็ดร่องรอยเชื้อราบนที่นอน จากนั้นนำที่นอนไปตากแดดจัดๆ เมื่อที่นอนแห้งสนิท ให้ดูดฝุ่นที่นอนทั้ง 2 ด้านอีกครั้ง และหากพบร่องรอยเชื้อราจำนวนมากจนยากกำจัดได้  ไม่ควรนำที่นอนหรือฟูกดังกล่าวมาใช้

            โดยก่อนทำความสะอาดบ้านและกำจัดเชื้อราแนะนำให้สวมหน้ากาก ถุงมือยาง และรองเท้าบูททุกครั้ง เพื่อป้องกันการได้รับเชื้อราเข้าสู่ร่างกาย ทั้งนี้ หลังจากล้างทำความสะอาดบ้านและกำจัดเชื้อรา ควรอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดทันทีเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยที่ดี

 

ข้อมูล : กรมอนามัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...