โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

แม็คโคร-ท็อปส์-ซีพี เฟรชมาร์ท คว้าตำแหน่ง "ซูเปอร์มาร์เก็ต" รับผิดชอบสังคมสูงสุด

Positioningmag

อัพเดต 18 พ.ย. 2563 เวลา 14.04 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2563 เวลา 12.44 น.

3 ภาคีภาคประชาชนจัดทำแคมเปญ "ผู้บริโภคที่รัก" วัดระดับนโยบายของ "ซูเปอร์มาร์เก็ต" ในไทยว่ามีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากน้อยแค่ไหน ผลจากการตรวจสอบพบว่า"แม็คโคร-ท็อปส์-ซีพี เฟรชมาร์ท" ได้คะแนนสูงสุด ส่วนอีก 5 แห่งได้คะแนนลดหลั่นกันลงไป ไปจนถึงไม่มีคะแนนเลย

แคมเปญ"ผู้บริโภคที่รัก" จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (ก่อนหน้านี้ใช้ชื่อว่า "ซูเปอร์มาร์เก็ตที่รัก") โดยความร่วมมือของภาคี 3 ฝ่าย ได้แก่ เครือข่ายกินเปลี่ยนโลก, มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และองค์การ OXFAM ประเทศไทย เพื่อวัดผลการดำเนินงานของซูเปอร์มาร์เก็ตในไทย มุ่งหวังผลักดันให้อาหารที่ขายในซูเปอร์ฯ ดีตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง คือเป็นอาหารที่ผลิตอย่างเป็นธรรมกับเกษตรกร ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และรับผิดชอบผู้บริโภค ครั้งนี้แคมเปญผู้บริโภคที่รักสำรวจการดำเนินงานแยกเป็น3 มิติ รวมทั้งหมดมีคะแนนเต็ม 24 คะแนน คือ 1) ความรับผิดชอบต่อสวัสดิการผู้บริโภค เช่น ความปลอดภัยของอาหาร ส่วนประกอบและที่มาของอาหาร กลไกการรับเรื่องร้องเรียน 2) ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับคู่ค้า เช่น การส่งเสริมอาหารยั่งยืน การใช้ยาและสารเคมี การบริหารจัดการน้ำ 3) ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของห้างค้าปลีก เช่น บรรจุภัณฑ์พลาสติก การจัดการน้ำทิ้ง ความสัมพันธ์กับชุมชน แคมเปญได้ ตรวจสอบซูเปอร์ฯ ทั้งหมด 8 รายใหญ่ของไทย คือ เทสโก้ โลตัส (2,000 สาขา), บิ๊กซี (996 สาขา) ซีพี เฟรชมาร์ท (610 สาขา),เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล - ท็อปส์และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ (225 สาขา), แม็คโคร (129 สาขา), วิลล่า มาร์เก็ต (47 สาขา),ฟู้ดแลนด์ (30 สาขา) และ กูร์เมต์ มาร์เก็ต (17 สาขา) -- *ข้อมูลจำนวนสาขาจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา ปี 2562 ทั้งหมดดำเนินการตรวจสอบระหว่างเดือนตุลาคม 2562 - เมษายน 2563 โดยวัดผลจากการประกาศแนวนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นสาธารณะในช่องทางใดๆ ก็ได้ เช่น รายงานประจำปี โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ของบริษัท เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของซูเปอร์มาร์เก็ตในการทำตามสัญญา สรุปการสำรวจพบว่า "แม็คโคร" "เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล - ท็อปส์และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์" และ "ซีพี เฟรชมาร์ท" เป็นแบรนด์ที่ได้รับคะแนนสูงที่สุดคือ 9 คะแนนเท่ากัน รองลงมาคือ เทสโก้ โลตัส 3 คะแนน กูร์เมต์ มาร์เก็ต 2 คะแนน ส่วนบิ๊กซี วิลล่า มาร์เก็ตและฟู้ดแลนด์ ไม่มีคะแนน (ตามอินโฟกราฟิกด้านล่าง) ทั้งนี้ ทางแคมเปญชี้แจงคะแนนของบิ๊กซีเพิ่มเติมว่า หลังจากปิดรอบสำรวจในเดือนเมษายนไป บิ๊กซีเริ่มออกนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ทำให้เชื่อว่าปี 2564 จะได้เห็นคะแนนของบิ๊กซีที่ดีขึ้น

เร่งพัฒนา "กลไกการร้องเรียน" ให้เป็นธรรม

"จิดาภา มีเพียร" เจ้าหน้าที่ฝ่ายการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนองค์การ OXFAM ประเทศไทย กล่าวว่า ในกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตแถวหน้าที่มีนโยบายเพื่อรับผิดชอบต่อสังคมนั้น มีสิ่งที่ซูเปอร์มาร์เก็ตไทยเริ่มทำให้เป็นรูปธรรมแล้ว เช่น การแสดงข้อมูลส่วนประกอบ แหล่งที่มาของสินค้าที่จำหน่าย การรับประกันความสดใหม่ของสินค้า มีนโยบายอาหารปลอดภัยในกลุ่มเนื้อสัตว์ งดใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก ส่วนสิ่งที่ยังต้องปรับปรุงเร่งด่วน เช่น กลไกการร้องเรียนและเยียวยาผู้บริโภค การเปิดเผยข้อมูลสารตกค้างโดยเฉพาะในกลุ่มผักผลไม้ การพัฒนากลไกการตรวจสอบย้อนกลับสินค้า เป็นต้น และโดยภาพรวมแล้ว แม้แต่กลุ่มแถวหน้าก็ยังมีความรับผิดชอบค่อนข้างน้อยจากคะแนนที่ได้ 9 จาก 24 คะแนน

ความสำคัญจำเป็นนั้น แคมเปญดูจะเน้นหนักว่าควรพัฒนาด้านสิทธิผู้บริโภคที่เป็นเรื่องใกล้ตัว เช่น "กลไกการร้องเรียนและเยียวยา" ส่วนนี้ "ทัศนีย์ แน่นอุดร" ผู้จัดการสำนักงาน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค อธิบายว่า การร้องเรียนของผู้บริโภคในไทยยังติดต่อร้องเรียนและรับการเยียวยาได้ยาก เมื่อพบสินค้าที่ซื้อมาบริโภคแล้วมีปัญหา "ผู้บริโภคไทยจะมองเรื่องมูลค่าสินค้าเป็นหลัก เมื่อสินค้าราคาไม่แพงมาก หากกลไกร้องเรียนยุ่งยาก เขามักจะไม่ผลักดันต่อ" ทัศนีย์กล่าว "จากประสบการณ์ที่เราทำงานกับผู้บริโภคมา เมื่อติดต่อร้องเรียนไปที่ซูเปอร์ฯ เรื่องจะถูกโยนไปมาระหว่างแผนก และไม่มีหลักการชัดเจนว่าจะเยียวยาในกรณีไหน เป็นมูลค่าเท่าใด และใช้เวลามากน้อยแค่ไหน"

ต้องตรวจสอบย้อนกลับได้-ดูแลเรื่องสารตกค้าง

ส่วนในแง่ "การตรวจสอบย้อนกลับ" หมายถึงตัวสินค้ามี QR CODE ที่สามารถสแกนและทราบได้ว่าสินค้าผลิตและบรรจุจากแหล่งใด ซึ่งในงานแถลงครั้งนี้มีการสุ่มซื้อสินค้าจากซูเปอร์ฯ ต่างๆ มาทดลองให้เห็นว่าอาหารจากห้างฯ ตรวจสอบย้อนกลับได้หรือไม่ ผลปรากฏว่ามี 3 เจ้าที่มี QR CODE บนฉลากและใช้ได้จริง คือแม็คโคร-สินค้า 'ข่าอ่อน' ตรวจย้อนได้ทั้งแหล่งผลิตและโรงคัดบรรจุ, ท็อปส์-สินค้า 'ตะไคร้' ตรวจสอบทราบชื่อเกษตรกรและโรงคัดบรรจุ และ เทสโก้ โลตัส-สินค้า 'มะกรูด' ตรวจย้อนได้เฉพาะโรงคัดบรรจุ ไม่ระบุชื่อแหล่งผลิต

ต่อประเด็นนี้ "ปรกชล อู๋ทรัพย์" ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) กล่าวว่า QR CODE บอกแหล่งผลิตสินค้าเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคสบายใจ เพราะทราบว่าอาหารที่ทานมาจากไหน และมีมาตรฐานหรือไม่ ทั้งนี้หนึ่งในดัชนีชี้วัดครั้งนี้ที่ไม่มีซูเปอร์ฯ รายใดได้คะแนนเลยคือ "การใช้ยาและสารเคมี" เป็นประเด็นที่ Thai-PAN ขอฝากให้ซูเปอร์ฯ ซึ่งเป็นตัวกลางในการจัดหาสินค้าจากเกษตรกร พัฒนาให้ดีขึ้น เพราะสารเคมีตกค้างเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ต้องอาศัยความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานของผู้จำหน่ายเท่านั้น การขับเคลื่อนของแคมเปญไม่ได้จบลงเพียงแค่นี้ จิดาภาจาก OXFAM กล่าวว่า โครงการได้ทาบทามซูเปอร์มาร์เก็ตให้มาร่วมทำแคมเปญกับโครงการแล้ว แคมเปญดังกล่าวจะเป็นการจัดทำ"ไกด์ไลน์" ให้กับระบบตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) เพื่อให้มีมาตรฐานเดียวกันของทุกซูเปอร์ฯ ว่าผู้บริโภคควรได้รับข้อมูลอะไรบ้าง โดยมีซูเปอร์ฯ ให้ความสนใจแล้ว 4 แห่ง คาดว่าจะเริ่มได้ในปี 2564 และหวังว่าไกด์ไลน์นี้จะเป็นตัวอย่างให้กับซูเปอร์ฯ อื่นๆ รวมถึงขยายวงไปจนถึงร้านสะดวกซื้อในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...