โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘วันตรุษจีน’ เรื่องน่ารู้ ‘วันไหว้-จ่าย-เที่ยว’ ทำยังไงเสริมมงคลรับปีใหม่

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 ม.ค. 2563 เวลา 04.48 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2563 เวลา 04.44 น. • The Bangkok Insight

วันตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีนนั้น ในปีนี้ตรงกับวันที่ 25 มกราคม แต่ก่อนที่จะถึงวันนั้น ลูกหลานชาวจีนทั้งหลายมีเรื่องที่ต้องให้ทำกันมากมาย ซึ่งตามประเพณีที่ทำกันมายาวนานกว่า 4,000 ปีแล้วนั้น ก่อนที่จะฉลองวันตรุษจีนนั้น จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสียก่อน เพราะมีความเชื่อกันอยู่มากมายสำหรับเทศกาลนี้

วันสำคัญในช่วงตรุษจีนนี้ มีหลักๆ อยู่ 3 วันด้วยกัน คือ วันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว

*ปฏิทินวันตรุษจีน 2563 *

  • วันจ่าย วันที่ 23 มกราคม
  • วันไหว้ วันที่ 24 มกราคม
  • วันเที่ยว วันที่ 25 มกราคม

*วันจ่าย (ตื่อเส็ก) *

วันที่ต้องไปหาซื้ออาหาร ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ มาเตรียมพร้อมไว้ก่อน เพราะว่าวันไหว้จะเป็นวันที่ร้านค้าต่างๆ จะหยุดยาวในช่วงเทศกาลตรุษจีน

วันไหว้

วันไหว้ของเทศกาลตรุษจีนนั้นจะเป็นวันที่มีการไหว้เทพเจ้าต่างๆ ด้วยอาหาร ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ ฯลฯ ตามธรรมเนียมปฏิบัติขอพรไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภหรือบรรพบุรุษ

วันเที่ยว (ชิวอิก)

วันที่คนจีนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่ที่สวยงามสีแดงสดใส จะออกเดินทางไปเป็นครอบครัวเพื่อไปไหว้ขอพรผู้ใหญ่ หรือพากันท่องเที่ยว ถือว่า วันนี้เป็นวันแห่งสิริมงคล และงดทำบาปทั้งปวง

อาหารไหว้

วันฉลองตรุษจีน อาหารจะถูกรับประทานมากกว่าวันอื่นๆ ของปี ซึ่งอาหารแต่ละชนิดที่นิยมนำมาไหว้ หรือรับประทานกันในวันนี้ ล้วนแต่ต้องเลือกเฉพาะอาหารที่มีความหมายถึงเรื่องที่เป็นมงคลเท่านั้น

  • เม็ดบัว หมายถึง การมีลูกหลานที่เป็นชาย
  • เกาลัด หมายถึง เงิน
  • สาหร่ายดำ หมายถึง ความร่ำรวย เพราะออกเสียงคล้ายกับคำว่า จี๊ ในภาษาจีนที่แปลว่าเงิน และสื่อถึงความมั่งคั่งร่ำรวย
  • เต้าหู้หมักที่ทำจากถั่วแห้ง หมายถึง เต็มไปด้วยความร่ำรวย และ ความสุข โดยเต้าหู้ที่ทำจากถั่วสดนั้นจะไม่นำมารวมกับอาหารในวันนี้เนื่องจากสีขาวซึ่งเป็นสีแห่งโชคร้าย สำหรับปีใหม่และหมายถึงการไว้ทุกข์
  • หน่อไม้  ชื่อออกเสียงคล้าย คำอวยพรให้ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสุข
  • ปลาทั้งตัว เป็นตัวแทนแห่งการอยู่ร่วมกัน และความอุดมสมบรูณ์ เหลือกินเหลือใช้ เนื่องจากคนจีนแต้จิ๋ว เรียกปลาว่า ฮื้อ พ้องกับคำมงคลที่ว่า อู่ ฮื้อ อู่ ชื้ง แปลว่า ให้เหลือกินเหลือใช้
  • ไก่ทั้งตัว หมายถึง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ยศ ความสง่างาม
    โดยไก่มีมงคล 2 ประการคือ หงอนไก่เพราะมีลักษณะคล้ายหมวกของขุนนาง สื่อความหมายมงคลถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และไก่ขันตรงเวลาทุกเช้าสะท้อนถึงการรู้หน้าที่ของตน
  • เป็ด หมายถึง สิ่งที่บริสุทธิ์ ความสะอาด ความสามารถอันหลากหลาย
  • หมู หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ มีกินมีใช้ตลอดทั้งปี
  • บะหมี่ยาวหรือหมี่ซั่ว หรือฉางโซ่วเมี่ยน ตามชื่อหมายถึง อายุยืนยาว (ไม่ควรตัดเนื่องจากหมายถึงชีวิตที่ยืนยาว)

ขนมไหว้

  • ขนมเข่ง หมายถึง ความหวานชื่น ราบรื่นในชีวิต ความหวานชื่นอันสมบูรณ์
  • ขนมเทียน หมายถึง ขนมที่มีความหวานชื่น ราบรื่น รูปลักษณ์เป็นกรวยแหลมมีลักษณะเป็นมงคลเหมือนเจดีย์
  • ขนมไข่ หมายถึง ความเจริญเติบโต
  • ขนมถ้วยฟู หมายถึง เพิ่มความรุ่งเรือง เฟื่องฟู
  • ซาลาเปา หรือ หมั่นโถว หมายถึง ไหว้เพื่อให้เปาไช้ ห่อโชค ห่อลาภ
  • จันอับ (จั๋งอั๊บ) หมายถึง เพิ่มพูน มีความสุขตลอดไป ใประกอบด้วยขนม 5 อย่าง คือ
    เต้ายิ้งปัง คือ ขนมถั่วตัด
    มั่วปัง คือ ขนมงาตัด
    ซกซา คือ ถั่วเคลือบน้ำตาล
    กวยแฉะ คือ ฟักเชื่อม
    โหงวจ๊งปัง คือ ขนมข้าวพอง

ผลไม้ไหว้ 

  • กล้วย หมายถึง กวักโชคลาภ มีลูกหลาน มีวงศ์วานว่านเครือสืบสกุล
  • แอปเปิ้ล หมายถึง ความสันติสุข สันติภาพ
  • สาลี่ หมายถึง รักษาคุณงามความดี รักษาโชคลาภเงินทองไม่ให้เสื่อมหาย (สาลี่ไม่นิยมนำมาไหว้บรรพบุรุษ และวิญญาณไร้ญาติ)
  • ส้มสีทอง หมายถึง มหาสิริมงคล โชคดี ประสปแต่สิ่งดีๆ
  • องุ่น หมายถึง ความเพิ่มพูน ความเจริญงอกงาม และการมีอายุยืนนาน

สิ่งที่ควรทำในวันตรุษจีน

  • ไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และไหว้วิญญาณไม่มีญาติ โดยช่วงเช้า (07.00-08.00 น.) ควรไหว้เจ้าในบ้าน หรือ "ตี่จูเอี้ย" และช่วงสาย (09.00-12.00 น.) ไหว้บรรพบุรุษให้เรียบร้อย หลังจากนั้นในช่วงบ่าย (13.00-15.00 น.) จึงไหว้วิญญาณไม่มีญาติ
  • ทำพิธีรับไฉ่ซิงเอี้ย ไฉ่ซิงเอี้ยเป็นเทพพิทักษ์ทรัพย์ หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ส่วนใหญ่จะทำพิธีระหว่างหลังเที่ยงคืนของวันซาจั๊บ จนถึงก่อนตี 1
  • ติดตุ๊ยเลี้ยง หรือคำอวยพรปีใหม่ ชาวจีนนิยมประดับป้ายคำอวยพร ซึ่งจะเขียนด้วยตัวอักษร 7 ตัว เป็นคำกลอน ส่วนมากจะอวยพรให้ทำมาค้าขึ้น มั่งมีเงินทอง โดยนำมาติดตามสองข้างประตูบ้าน และต้องมีอีก 1 แผ่นสำหรับติดทางขวางตรงกลางทางเข้า-ออก แผ่นนี้จะต้องเขียนคำว่า "ชุก ยิบ เผ่ง อัง" ซึ่งมีความหมายว่า เข้า-ออกโดยปลอดภัย
  • กินเจมื้อเช้า เป็นมื้อแรกของปีใหม่ ในวันขึ้นปีใหม่จีน คนจีนจะกินเจมื้อแรกของปี เพราะเชื่อกันว่าจะได้บุญเหมือนกับกินเจตลอดทั้งปี
  • เลือกใส่เสื้อผ้าใหม่สีสันสดใส เปรียบได้กับเสริมความสว่างสดใสและความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต โดยเฉพาะสีแดงเป็นสีที่เป็นมงคลและนิยมมากที่สุด
  • อวยพรผู้ใหญ่ ด้วยส้ม 4 ผล ตามประเพณีของชาวจีน ในวันตรุษจีนทุกคนจะนำส้ม 4 ผล ไปกราบขอพรผู้ใหญ่ ซึ่งเจ้าของบ้านนั้นก็จะต้องรับส้มมา 2 ผล และนำส้มที่ตัวเองเตรียมไว้วางคืนลง 2 ผล พร้อมกับเตรียมเมล็ดแตงโมย้อมสีแดงไว้ 1 พาน และสมอจีนไว้รับแขกที่มาอวยพรด้วย
  • รับอั่งเปา วันตรุษจีนเป็นวันที่จะได้รับซองแดง พร้อมเงินขวัญถุงจากผู้ใหญ่ เพื่อให้โชคดีตลอดทั้งปี
  • รวมญาติกินเกี๊ยว วันตรุษจีนถือเป็นวันรวมญาติของชาวจีน โดยทุกคนจะเดินทางมาร่วมโต๊ะกินเกี๊ยวในวันซาจั๊บมื้อสุดท้ายก่อนขึ้นปีใหม่ ที่เป็น "เกี๊ยว" ก็เพราะว่าลักษณะของเกี๊ยวเหมือนกับเงินของจีน จึงมีความหมายว่า ให้มั่งมีเงินทอง

การไหว้ไฉ่ซิงเอี้ยในวันตรุษจีน 2563

ชาวจีนเชื่อว่าเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ จะเสด็จมายังโลกมนุษย์เพียงปีละครั้ง คือ วันตรุษจีน ดังนั้นเมื่อเข้าสู่วันตรุษจีน ชาวจีนแต่โบราณจะทำการตั้งโต๊ะบูชาไฉ่ซิงเอี้ย เพื่อเสริมสิริมงคลรับปีนักษัตรใหม่ โดยแต่ละปีก็จะมีทิศที่เทพเจ้าองค์นี้เสด็จลงมาแตกต่างกันไป

สำหรับตรุษจีน 2563 ผู้ที่จะไหว้เทพไฉ่ซิงเอี้ยให้ตั้งโต๊ะบูชาหันหาทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศที่ท่านเสด็จผ่าน โดยเริ่มไหว้ในยามแรกของปี คือคืนวันที่ 24 มกราคม เวลา 23.00-01.00 น.

แต่มีข้อห้ามคือ ห้ามผู้ที่เกิดปีมะเมีย ซึ่งเป็นปีชงในปี 2563 ไหว้เป็นคนแรก (หากในบ้านมีแต่คนเกิดปีมะเมียทั้งหมด แนะนำให้ใช้ฤกษ์ไหว้เวลา 03.00-05.00 น. ของวันที่ 25 มกราคม แทน)

ทั้งนี้ ให้จัดของบูชา ประกอบด้วย ป้ายชื่อหรือองค์ไฉ่ซิงเอี้ย เทียนแดง 1 คู่ น้ำเปล่า น้ำชา 5 ที่ อี๊แดง หรือสาคูแดง เจฉ่าย 5 ชนิด ฟองเต้าหู้, วุ้นเส้น, เห็ดหูหนูดำหรือเห็ดหอม, เห็ดหูหนูขาว และดอกไม้จีน บางท่านอาจมีผลไม้ เพ้า ชุดกระดาษเงิน-กระดาษทอง และของตามกำลังศรัทธา

15 วันแห่งการฉลองตรุษจีน

  • วันแรกของปีใหม่ เป็นการต้อนรับเทวดาแห่งสวรรค์และโลก หลายคนงดทานเนื้อ ในวันนี้ด้วยความเชื่อที่ว่าจะเป็นการต่ออายุและนำมาซึ่งความสุขในชีวิตให้กับตน
  • วันที่สอง ชาวจีนจะไหว้บรรพชนและเทวดาทั้งหลาย และจะดีเป็นพิเศษกับสุนัข เลี้ยงดูให้ข้าวอาบ น้ำให้แก่มัน ด้วยเชื่อว่า วันที่สองนี้เป็นวันที่สุนัขเกิด
  • วันที่สามและสี่ เป็นวันของบุตรเขยที่จะต้องทำความเคารพแก่พ่อตาแม่ยายของตน
  • วันที่ห้า เรียกว่า พูวู ซึ่งวันนี้ทุกคนจะอยู่กับบ้านเพื่อต้อนรับการมาเยือน ของเทพเจ้าแห่งความร่ำรวย ในวันนี้จะไม่มีใครไปเยี่ยมใครเพราะจะถือว่าเป็นการนำโชคร้าย มาแก่ทั้งสองฝ่าย
  • วันที่หก- วันที่สิบ ชาวจีนจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องเพื่อนฝูงของ ครอบครัว และไปวัดสวดมนต์เพื่อความร่ำรวยและความสุข
  • วันที่เจ็ด ของตุรุษจีนเป็นวันที่ชาวนานำเอาผลผลิตของตนออกมา ชาวนาเหล่านี้จะทำน้ำที่ทำมาจากผักเจ็ดชนิดเพื่อฉลองวันนี้ วันที่เจ็ดถือเป็นวันเกิด ของมนุษย์ในวันนี้อาหารจะเป็น หมี่ซั่วกินเพื่อชีวิตที่ยาวนานและปลาดิบเพื่อความสำเร็จ
  • วันที่แปด ชาวฟูเจียน จะมีการทานอาหารร่วมกันกับครอบครอบอีกครั้ง และเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนทุกคนจะสวดมนต์ของพรจาก เทียนกง เทพแห่งสวรรค์
  • วันที่เก้า จะสวดมนต์ไหว้และถวายอาหารแก่ เง็กเซียนฮ่องเต้
  • วันที่สิบ - วันที่สิบสอง เป็นวันของเพื่อนและญาติๆ ซึ่งควรเชื้อเชิญมาทานอาหารเย็น
  • วันที่สิบสามถือเป็นวันที่ควรทานข้าวธรรมดากับผักดอง  ถือเป็นการชำระล้างร่างกาย หลังจากที่ทานอาหารอุดมไปด้วยความมันมาหลายวัน
  • วันที่สิบสี่ เป็นวันเตรียมงานฉลองโคมไฟ
  • วันที่สิบห้า คืนฉลองโคมไฟ

ความเชื่อโชคลางในวันตรุษจีน

ทุกคนจะไม่พูดคำหยาบหรือพูดคำที่ไม่เป็นมงคล ความหมายเป็นนัย และคำว่า สี่ ซึ่งออกเสียงคล้ายความตายก็จะต้องไม่พูดออกมา ต้องไม่มีการพูดถึงความตายหรือการใกล้ตาย และเรื่องผีสางเป็นเรื่องที่ต้องห้าม

เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในปีเก่าๆ ก็จะไม่เอามาพูดถึง ซึ่งการพูดควรมีแต่เรื่องอนาคต และทุกอย่างที่ดีกับปีใหม่และการเริ่มต้นใหม่

นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อกันว่า หากร้องไห้ในวันปีใหม่ ก็จะมีเรื่องเสียใจไปตลอดปี ดังนั้นแม้แต่เด็กดื้อที่ปฏิบัติตัวไม่ดีผู้ใหญ่ก็จะทน และไม่ตีสั่งสอน

สำหรับคนที่เชื่อโชคลางมากๆ ก่อนออกจากบ้านเพื่อไปเยี่ยมเยียนเพื่อนหรือญาติ อาจมีการเชิญซินแส เพื่อหาฤกษ์ที่เหมาะสมในการออกจากบ้านและทางที่จะไปเพื่อ เป็นความเป็นสิริมงคล  ทั้งบุคคลแรกที่พบ และคำพูดที่ได้ยินคำแรกของปี ก็มีความหมายสำคัญมาก ถือว่าจะส่งให้มีผลได้ตลอดทั้งปี การได้ยินนกร้องเพลงหรือเห็นนกสีแดงหรือนกนางแอ่น ถือเป็นโชคดีธรรมเนียมมาแต่เก่าก่อน เป็นการแสดงถึงความเป็นครอบครัวและเอกลักษณ์ของตน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...