โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เส้นทางรักเจ้าหญิงสี่ พระธิดาในพระเจ้าธีบอ ผู้เป็นใหญ่ในบ้านและขัดแย้งกับพี่น้อง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 มี.ค. 2568 เวลา 02.49 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. 2568 เวลา 11.19 น.
(จากซ้ายไปขวา) เจ้าหญิงสี่, เจ้าหญิงใหญ่, เจ้าหญิงสาม และเจ้าหญิงสอง ภาพถ่ายหลังพิธีเจาะหูปี 1914 (เอื้อเฟื้อภาพโดยเจ้าชายต่อพญากะเล) ภาพจากหนังสือ ราชันผู้พลัดแผ่นดิน เมื่อพม่าเสียเมือง

เปิดเส้นทางรักเจ้าหญิงสี่ พระธิดาในพระเจ้าธีบอ ผู้เป็นใหญ่ในบ้านและขัดแย้งกับพี่น้อง

ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษ พระเจ้าธีบอ กษัตริย์พม่าซึ่งถูกเนรเทศจากแผ่นดินพม่า พร้อมทั้งพระราชินีศุภยาลัต พระธิดาอีก 4 พระองค์ (จากลูกทั้งหมด 7 คน ซึ่งเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว 3 คน) พำนักที่เมืองรัตนคีรี ประเทศอินเดีย ภายใต้จักรวรรดินิยมอังกฤษ และผู้ติดตามรับใช้อีกจำนวนหนึ่ง ไม่เพียงเป็นช่วงเวลาที่พระเจ้าธีบอเผชิญทุกข์ทรมานจากสภาพบ้านเมือง แต่ยังมีความขัดแย้งภายในราชวงศ์ก่อตัวขึ้นท่ามกลางพระธิดาทั้ง 4 ของพระเจ้าธีบอ

ข้อมูลจากการศึกษาของสุดาห์ ชาห์ นักวิชาการที่สืบค้นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ทั้งช่วงก่อนและหลังเนรเทศ อ้างอิงสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นว่าเจ้าหญิงสี่ เป็นผู้มีอิทธิพลที่สุดในบ้าน เพราะเป็นที่รักของพระเจ้าธีบอ และมีความสามารถด้านภาษาอังกฤษ ต่างจากเจ้าหญิงสามพระองค์ที่ไม่มีความสามารถด้านภาษาอังกฤษ

ส่วนเจ้าหญิงใหญ่ พอจะกล่าวได้ว่าเป็นผู้มีมลทินในแบบที่ราชวงศ์ไม่อาจยอมรับได้ เพราะเจ้าหญิงมีลูกสาวที่เกิดจากชายที่ไม่มีเหมาะสม ขณะที่เจ้าหญิงสองก็ถือว่าเป็นผู้ที่พระมารดาโปรดปรานน้อยที่สุด และทนทุกข์อยู่ในบ้าน เพราะขัดแย้งกับน้องสาวที่กีดกันทางรักของเธอกับหลานชายของเลขานุการพระเจ้าธีบอ อีกทั้งเธอมักถูกทำให้อับอายจากพระบิดาที่เข้าข้างเจ้าหญิงสี่

ถึงท้ายที่สุด เจ้าหญิงสองสุดจะทนต่อความทุกข์ทรมานใจจึงหนีออกจากบ้านไปกับขิ่นหม่องลัต ผู้เป็นเลขานุการหนุ่มของพระเจ้าธีบอ และทั้งสองได้แต่งงานกันด้วยความช่วยเหลือจากอังกฤษ แต่ครอบครัวเธอไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง

สำหรับเจ้าหญิงสามนั้น ชาห์ เล่าว่า พระองค์เป็นผู้เปราะบาง เจ็บป่วยง่ายแต่กลับเป็นที่โปรดปรานยิ่งของพระมารดา อย่างไรก็ตาม เธอถูกครอบงำ (ทางความคิดและพฤติกรรม) โดยเจ้าหญิงสี่

ส่วนเจ้าหญิงสี่ที่จะกล่าวถึงนั้น พระองค์เป็นผู้ทะนงในศักดิ์ศรีเหมือนพระบิดา และเชื่อมั่นในสายเลือดกษัตริย์ที่จะต้องสมรสกับบุรุษที่เป็นเชื้อสายกษัตริย์เท่านั้น รวมทั้งพี่สาวเธอทุกคนด้วย เธอไม่เห็นด้วยกับเจ้าหญิงสองที่แต่งงานกับชายผู้ต่ำต้อยกว่า และเป็นเหตุให้ทั้งสองขัดแย้งกัน

เรื่องราวพลิกผันอีกครั้งของราชวงศ์เกิดหลังช่วงกลางเดือนธันวาคมปี 1916 อันเป็นช่วงเวลาที่ความโศกเศร้าเข้ามาเยือนราชวงศ์กษัตริย์ เมื่อ “พระเจ้าธีบอ” สิ้นพระชนม์ก่อนจะถึงวันคล้ายวันประสูติปีที่ 58 ของพระองค์ไม่กี่สัปดาห์ สาเหตุของการสิ้นพระชนม์ถูกระบุในบันทึกของรัฐบาลว่า “หัวใจและไตทำงานล้มเหลว”

เป็นที่น่าเสียใจที่พระเจ้าธีบอสิ้นพระชนม์ก่อนวันที่ราชวงศ์รอคอยจะมาถึง ในเดือนเมษายนปี 1919 ทางการอังกฤษในอินเดียได้อนุญาตให้ครอบครัวกษัตริย์กลับคืนสู่แผ่นดินแม่ แต่พระศพของพระเจ้าธีบอ ที่พระนางศุภยาลัตประสงค์จะนำกลับไปยังพม่าด้วย แต่รัฐบาลอังกฤษในอินเดียไม่ยินยอม

การกลับคืนสู่แผ่นดินแม่ครั้งนี้แม้จะเป็นที่ต้องการของราชวงศ์ แต่เจ้าหญิงใหญ่กลับไม่ได้ยินดีเลยแม้แต่น้อย เธอต้องการที่จะอยู่ที่รัตนคีรี เพราะเธอมีคนรักเป็นสามัญชนฮินดูอยู่ที่นี่ ที่สำคัญชายผู้นี้มีภรรยาและบุตรแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้พระนางศุภยาลัตกับเจ้าหญิงสี่ก็ไม่ยินดียิ่งนัก

การกลับมายังแผ่นดินพม่า รัฐบาลอังกฤษในอินเดียจัดให้ราชวงศ์อยู่ที่เมืองย่างกุ้ง พระนางศุภยาลัตหลังจากโศกเศร้ากับการจากไปของพระเจ้าธีบอ เมื่อกลับมายังพม่าพระนางก็เบิกบานขึ้น มีผู้คนพากันมาเข้าเฝ้าสนทนากับพระนางอยู่เป็นประจำ ทั้งนี้ เจ้าหญิงสี่จะเป็นผู้คอยให้คำปรึกษาพระนาง และเป็นผู้จัดแจงเรื่องในบ้านทั้งหมด

แม้เจ้าหญิงสี่จะกีดกันความรักของเจ้าหญิงใหญ่ และเจ้าหญิงสอง โดยเหตุที่ทั้งสองเลือกชายที่ต่ำต้อยกว่า แต่ก็ใช่ว่าเจ้าหญิงสี่จะไม่มีความรัก ความรักของเธอเริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่ครั้งยังอยู่ที่เมืองรัตนคีรี ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่พระเจ้าธีบอสิ้นพระชนม์

บุรุษผู้พิชิตใจเจ้าหญิงผู้ทนงในศักดิ์ศรีผู้นี้ได้คือ “โก่โก่นาย”

ย้อนกลับไปในช่วงที่พระเจ้าธีบอสิ้นพระชนม์ “โกโก่นาย” เป็นพระสงฆ์ซึ่งพำนักอยู่ในเมืองมัทราส และได้ยินเรื่องความเดือดร้อนที่ราชวงศ์ประสบหลังการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าธีบอ (พระ) โก่โก่นาย เขียนจดหมายถึงเจ้าหญิงสี่ว่า

“โปรดอย่ากังวล พม่าทั้งแผ่นดินอยู่เคียงข้างท่าน อาตมาอยู่ที่มัทราสและพร้อมให้ความช่วยเหลือทุกประการที่ท่านต้องการ”

จดหมายนี้แป็นฉบับแรกในจำนวนจดหมายอีกมากมายหลายฉบับระหว่างโก่โก่นายกับเจ้าหญิงสี่ ต่อมา (พระ) โก่โก่นาย เดินทางมายังเมืองรัตนคีรีอย่างกะทันหัน และเข้าไปวังเจ้าอันเป็นที่ประทับของราชวงศ์พระนางศุภยาลัตจึงนิมนต์พระโก่โก่นายจำวัดที่เรือนพักในอาณาเขตวังเจ้า

พระโก่โก่นายฉันภัตตาหารเช้าและเพลในวังเจ้าทุกๆ วัน หลังจากฉันอาหารเพลแล้วครอบครัวจะกรวดน้ำตามประเพณี อูตานส่วย นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ราชวงศ์คองบอง เล่าไว้ว่า

“…วันหนึ่งที่กำลังกรวดน้ำ พระโก่โก่นายนั่งอยู่บนแท่นที่ยกสูงกว่าพื้น 12 นิ้ว น้ำที่เจ้าหญิงเทลงขันทองคำนั้นไหลล้นออกมาราวปาฏิหาริย์…(น้ำที่ไหลล้น)ไหลตรงไปยังเบื้องหน้าพระโก่โก่นาย…อีกครั้งหนึ่งลมพัดผ้าคลุมไหล่ของเจ้าหญิงสี่ไปพันอยู่รอบเท้าพระโก่โก่นาย พระนางศุภยาลัตสังเกตเห็นปรากฏการณ์เหล่านี้และคิดว่าเป็นลางบอกเหตุเช่นเดียวกับเจ้าหญิงสี่ เป็นไปได้ที่นิยายรักของเจ้าหญิงสี่และโก่โก่นายได้เริ่มขึ้นในช่วงเวลานี้ แม้ว่าเขาจะยังอยู่ในสมณเพศ”

เมื่อครอบครัวกษัตริย์กลับมาแผ่นดินพม่าได้เพียง 1 ปี เจ้าหญิงสี่สมรสกับโก่โก่นาย ที่ลาสิกขาเรียบร้อยแล้วด้วยความรัก พิธีแต่งงานจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 1920 พระนางศุภลัตก็โปรดปรานโก่โก่นาย และมองว่าหลังจากที่พม่าถูกยึดครอง เจ้าหญิงพม่าหลายคนแต่งงานกับพระสงฆ์ มุมมองของผู้คนเวลานั้น พระสงฆ์เป็นชนชั้นที่ได้รับการศึกษาและได้รับความเคารพอย่างสูงจากประชาชน ยิ่งกว่านั้นคือพระสงฆ์ถูกนับเป็นเสรีชนไม่ใช่ทาส นอกจากนี้ โก่โก่นาย พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เขาเป็นเสาหลักที่เข้มแข็งในช่วงสุดท้ายของครอบครัวกษัตริย์ในรัตนคีรี

เจ้าหญิงสี่กับโก่โก่นาย พำนักอยู่กับพระนางศุภยาลัตราวหนึ่งปี ในปี 1921 ทั้งสองย้ายไปอยู่บ้านเช่าหลังใหม่ของตัวเอง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของพระนางศุภยาลัต

เจ็ดปีแรกในชีวิตหลังแต่งงานของเจ้าหญิงสี่นั้น สุดาห์ ชาห์ เปรียบเทียบว่า ในด้านหนึ่งคล้ายกับเจ็ดปีแรกของชีวิตสมรสของพระมารดาอย่างเด่นชัด คือตั้งครรภ์เกือบตลอด ระยะเวลาที่ว่านั้นเจ้าหญิงได้ลูกชาย 4 คน ลูกสาว 2 คน

เจ้าหญิงสี่พำนักอยู่ที่เมืองย่างกุ้ง ดูแลลูกๆ ที่เพิ่มจำนวนขึ้น อยู่ข้างๆ พระมารดาเมื่อมีผู้มาเข้าเฝ้า และให้คำปรึกษาพระมารดาในทุกๆ เรื่องตราบจนพระนางสิ้นพระชนม์

เจ้าหญิงสี่ ถึงแก่กรรมเมื่อเดือนมีนาคม 1936 ก่อนวันครบรอบวันคล้ายวันประสูติปีที่ 49 ไม่กี่เดือน สาเหตุการเสียชีวิตไม่เคยมีข้อสรุปยืนยันอย่างแน่ชัด เจ้าชายต่อพญากะเล โอรสของเจ้าหญิงคาดว่า มารดาเสียชีวิตด้วยโรคฝีดาษ แต่ก็มีคนในครอบครัวคัดค้านสาเหตุข้างต้น

ข้อสันนิษฐานอื่นมีทั้งเรื่องโรคปอดบวม เนื่องจากพิจารณากิจกรรมของเจ้าหญิงสี่ที่ถึงแก่กรรมหนึ่งสัปดาห์หรือก่อนหน้านั้น เจ้าชายต่อพญาเล่าว่า มารดาสระผมตอนบ่ายและนั่งผึ่งผมที่ระเบียงซึ่งลมแรงมาก และอาจจับไข้ แต่ไม่ได้รักษาจริงจัง กระทั่งสองวันหลังสระผม มารดามีไข้สูงและต้องนอนพักบนเตียง

รัฐบาลส่งโถดินเผาบรรจุอวัยวะภายในของเจ้าหญิงสี่ไปตรวจพิสูจน์ในห้องแล็บ แต่ไม่พบร่องรอยยาพิษ เจ้าหญิงสามที่ไม่ได้พบหน้าน้องสาวมาหลายปีก็เดินทางมาเคารพศพน้องสาวด้วย เธอยังรับรู้เรื่องน้องสาวไม่มีความสุขในชีวิตสมรส และกล่าวหาโก่โก่นายว่ามีส่วนในการตายของเจ้าหญิงสี่

เจ้าหญิงสี่ถูกฝังที่เมาะละแหม่ง เนื่องจากรัฐบาลไม่อนุญาตให้นำร่างเจ้าหญิงสี่ไปที่มัณฑะเลย์

เจ้าหญิงสี่ไม่เพียงมีบทบาทสำคัญในบ้านของพระนางศุภยาลัตเท่านั้น แต่ยังแผ่ขยายถึงบรรดาราชนิกุลและนักชาตินิยมพม่าที่มีปฏิสัมพันธ์กับเธอ และหลายคนก็เห็นว่าเธอ “ทรงอิทธิพลและเป็นผู้ทะนง”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ชาห์ สุดา. ราชันผู้พลัดแผ่นดิน เมื่อพม่าเสียเมือง. พิมพ์ครั้งที่ 12. กรุงเทพฯ : มติชน, 2561. สุภัตรา ภูมิประภาส, แปล.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 มกราคม 2563

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เส้นทางรักเจ้าหญิงสี่ พระธิดาในพระเจ้าธีบอ ผู้เป็นใหญ่ในบ้านและขัดแย้งกับพี่น้อง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...