โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะเวลาหาโหราศาตร์จีน ผ่านนาฬิกา Blancpain (บลองแปง) รุ่นปฏิทินจีนโบราณ

The MATTER

อัพเดต 18 ธ.ค. 2562 เวลา 08.01 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 23.00 น. • Branded Content

ลองมองปฏิทินจีนบนผนัง อีกไม่กี่วัน ‘ตรุษจีน’ ก็จะวนมาบรรจบอีกครั้ง ลูกหลานชาวจีนคงเตรียมที่จะกลับไปรวมตัวกับญาติพี่น้องเพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่ ขอพรจากผู้หลักผู้ใหญ่ให้ชีวิตการงานรุ่งโรจน์เป็นมงคลตลอดปี หรือไม่ก็ออกเที่ยวพักผ่อนเพื่อชาร์ตพลังให้พร้อมสำหรับปีใหม่กันแล้ว

แต่เคยสงสัยกันหรือเปล่าว่า ทำไมตรุษจีนหรือวันเฉลิมฉลองปีใหม่ของคนจีนนั้น ถึงไม่เคยซ้ำวันกันเลยในแต่ละปี ไม่เห็นเหมือนปีใหม่แบบสากลเลย

หากเป็นสมัยก่อนก็คงชวนทุกท่านพินิจตัวหนังสือ ตัวเลข และสัญลักษณ์บนปฏิทินจีนสีแดงเพื่ออธิบายให้เห็นถึงการนับวันเวลาแบบจีนอันซับซ้อน ทว่าปัจจุบันทำได้ง่ายกว่านั้นเพียงยกข้อมือ เพราะแบรนด์ Blancpain (บลองแปง) นาฬิกาสัญชาติสวิสฯ ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกนั้นผลิตนาฬิกาข้อมือซึ่งสามารถบอกวันเวลาแบบจีนโบราณ พร้อมแสดงเวลาระบบสากลบนหน้าปัดเดียวกันได้แล้วเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวของโลก

สายน้ำไม่คอยท่า วันเวลาไม่คอยใคร เชิญทุกท่านอ่านบทความนี้เพื่อทำความเข้าใจวิธีคำนวณวันเวลาแบบจีนโบราณ พร้อมกับทำความรู้จักนาฬิการุ่น Traditional Chinese Calendar ได้เลย

ตามตำนานกล่าวขานกันว่า ในสมัยราชวงศ์เซี่ย ราชวงศ์ลำดับแรกในยุคประวัติศาสตร์จีน มีการคิดค้นปฏิทินจันทรคติขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ในทางการเกษตร เรียกว่า ‘ปฏิทินหนงลี่’ หรือปฏิทินการเกษตร ด้วยความเชื่อว่ามนุษย์มีความเชื่อมโยงกับสวรรค์ผ่านทางสภาพดินฟ้าอากาศ จึงคิดค้นปฏิทินนี้ขึ้นเพื่อถอดสารที่สวรรค์ได้แจ้งมา โดยแบ่งช่วงเวลาออกเป็น 4 ฤดูกาลในช่วงแรกเริ่ม

แต่ต่อมาภายหลังก็พบว่าข้อมูลที่ได้นั้น ยังละเอียดไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก และทำปศุสัตว์ พวกเขาต้องการรู้มากกว่านั้น จึงสังเกตและจดบันทึกความเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในบริเวณแม่น้ำเหลือง อันเป็นศูนย์กลางการปกครองของจีน ทำให้ราวแปดร้อยปีต่อมา ระบบ 4 ฤดูกาล 24 ช่วงการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศก็เกิดขึ้น ก่อนที่บลองแปงจะพัฒนานาฬิการุ่น Traditional Chinese Calendar ที่บรรจุระบบวันเดือนปีแบบจันทรคติไว้บนหน้าปัดเดียวกันในอีกหลายพันปีต่อมา

เมื่อใช้วิธีนับวันคืนแบบจันทรคติ พระจันทร์จึงเป็นองค์ประกอบหลักในการแบ่งเดือน เริ่มต้นเดือนเมื่อพระจันทร์เสี้ยวปรากฏ และคืนก่อนหน้าพระจันทร์เสี้ยวจะปรากฏตัวใหม่อีกครั้งคือวันสุดท้ายของเดือน

หนึ่งเดือนในแบบจันทรคติจึงมีราวๆ 29 วันครึ่ง และหนึ่งปีมีเพียง 354-355 วัน คลาดจากเวลาที่โลกหมุนรอบตัวเองประมาณ 11 วัน เป็นที่มาของ ‘เดือนอธิกมาส’ หรือเดือนที่เพิ่มขึ้นในปีจันทรคติ โดยจะเพิ่มเข้าไป 1 เดือนในทุกๆ 2-3 ปี รวมแล้วจะเพิ่ม 7 เดือนในรอบ 19 ปี ด้วยเหตุนี้วันตรุษจีนในแต่ละปีจึงไม่ตรงกัน

แม้ยากที่จะจำได้ว่าเดือนไหนคือเดือนอธิกมาส แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะบลองแปงออกแบบให้บนหน้าปัดนาฬิการุ่น Traditional Chinese Calendar สามารถแสดงวันเดือนปีเป็นอักษรจีนพร้อมเครื่องหมายระบุเดือนอธิกมาสตามหลักปฏิทินจีนโบราณ และอยู่ ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา

หากใครเคยดูหนังจีนก็คงจะเคยได้ยินคำว่า ‘ชั่วยาม’ กันมาบ้าง มันเป็นหน่วยวัดเวลาที่เกิดจาก ‘นาฬิกาแดด’ ในสมัยนั้นซึ่งแบ่งออกเป็น 12 ช่อง ทำให้ 1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง

นอกจากนาฬิกาแดดแล้ว จีนยังมีระบบการนับเวลาแบบนาฬิกาน้ำ หรือ ‘โล่วหู’ ซึ่งมีลักษณะคล้ายถังน้ำที่ปล่อยให้น้ำหยดลงมาใส่ภาชนะรองรับเรื่อยๆ โดยที่ภาชนะจะมีเส้นขีดไว้ทั้งหมด 100 ขีด ซึ่งเท่ากับ 1 วันนั่นเอง (1 ขีด = 15 นาที) อีกหนึ่งวิธียอดฮิตในหนังจีนก็คือการนับเวลาแบบหนึ่งก้านธูป อันที่จริงมันก็ไม่แม่นยำนัก เพราะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม และความสั้นยาวของธูปด้วย แต่ถ้าว่าตามที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ 1 ก้านธูปจะเท่ากับ 1 ชั่วโมง

จากวิธีแบ่งชั่วยามและชื่อเรียกที่ซับซ้อนเหล่านั้น บลองแปงได้นำความซับซ้อนมาไว้บนหน้าปัดนาฬิกา ณ ตำแหน่งเวลา 12 นาฬิกา แสดงระบบชั่วยาม และสัญลักษณ์ปีนักษัตรซึ่งผสานการนับ 12 ชั่วยามเข้ากับระบบ 24 ชั่วโมงผ่านตัวอักษรที่มีการกำกับเอาไว้ให้อ่านได้ง่าย

ยังจำ 24 ช่วงการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่เล่าไปตอนแรกได้ไหม

ก็อย่างที่เห็น ระบบวันและเวลาของจีนนั้นผูกพันกับดวงจันทร์เป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากเราจะแบ่งเดือนจากรูปร่างของดวงจันทร์แล้ว มันยังสัมพันธ์กับ 24 ช่วงเวลาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หรือจะเรียกว่า 24 ฤดูกาลก็คงไม่ผิดนัก เพราะในปฏิทินการเกษตรนั้นสามารถบอกความเปลี่ยนแปลงทางอากาศได้อย่างละเอียด ทำให้ชาวเกษตรกรและชาวจีนทั่วไปในยุคนั้นยึดถือระบบนี้ในการดำรงชีวิต และวางแผนการเพาะปลูก

แม้ว่าในความเป็นจริงจะมีความคลาดเคลื่อน เนื่องจากแผ่นดินจีนมีความกว้างใหญ่ไพศาล สภาพอากาศจึงแตกต่างกันออกไปบ้าง แต่สำหรับนาฬิการุ่น Traditional Chinese Calendar ที่มีระบบป้องกันการตั้งค่าเวลาผิดพลาด เราจึงมั่นใจได้ว่าวันเวลาที่แสดงบนหน้าปัดจะแม่นยำสม่ำเสมอเหมือนวันแรกที่ใส่

รู้หรือเปล่าว่าทำไมนักษัตรถึงมีแค่ 12 ปี คำตอบนั้นต้องย้อนกลับไปที่หน่วยเวลาที่ใหญ่ที่สุดของจีนคือ มหายุค (epoch) ซึ่งมีระยะเวลายาวนาน 3,600 ปี แบ่งเป็น 60 วงรอบ (cycle) วงรอบละ 60 ปี ในแต่ละวงรอบ 60 ปี จะแบ่งเป็น 5 รอบ (Great Years) รอบละ 12 ปี จึงมีการกำหนดชื่อนักษัตรลงไปประจำในแต่ละปี โดยในบางตำราก็บอกว่าเป็นไปเพื่อความสะดวกในการจดจำ บ้างก็ว่าเป็นการเลือกสัตว์จากการกำเนิดและข่มกันตามกฎเบญจธาตุ (ไฟ ดิน ทอง น้ำ ไม้)

เมื่อปฏิทินจีนไม่ได้บอกแค่วันเดือนปี บลองแปงจึงนำการนับปีนักษัตร ธาตุทั้ง 5 และวงสัญลักษณ์อนุกรมทั้งสิบ ซึ่งเป็นเครื่องบ่งบอกว่าแต่ละปีนักษัตรนั้นตรงกับธาตุใด ตามกิ่งฟ้า 10 ราศี (terrestrial branches) และระบบวัฏจักร 60 ปี ที่เปรียบเสมือนแก่นของวัฒนธรรมจีน มาแสดงไว้บนหน้าปัดอย่างครบถ้วน

หยิน-หยาง และธาตุทั้ง 5 เกี่ยวข้องกับระบบวันเวลาของจีนมากๆ โดยในแผนภูมิจักรราศีจะแบ่งปีนักษัตรทั้ง 12 เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งเป็นปีหยิน อีกกลุ่มหนึ่งเป็นปีหยาง โดยในทุกปีนักษัตรจะมีธาตุใดธาตุหนึ่งเป็นองค์ประกอบร่วมในปีนั้นด้วย เช่น ปีชวดธาตุน้ำ เมื่อครบรอบ 12 ปีกลับมาที่ปีชวดอีกครั้ง ก็จะเปลี่ยนเป็นปีชวดดิน หรือธาตุอื่นๆ ที่ไม่ซ้ำกัน

เมื่อเราอายุครบ 60 ปี หรือที่คนจีนเรียกว่าแซยิด จึงมักมีการจัดเฉลิมฉลอง เพราะเราได้ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านทุกปีนักษัตรครบทุกธาตุแล้วนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าบนหน้าปัดนาฬิการุ่นปฏิทินจีนโบราณก็สามารถบอกธาตุในปีนั้น ๆ ด้วยแผนภูมิสวรรค์อักษรทั้งสิบ ภายใต้ธาตุทั้งห้า ราวกับนำปฏิทินจีน 60 ปีบนฝาผนังมาไว้บนข้อมือ

หลังจากเรียนรู้ระบบการนับวันเดือนปีและเวลาของจีนที่แสนซับซ้อนแล้ว เราก็คงจะเข้าได้ว่าทำไมปฏิทินจีนสีแดงบนผนังของเรานั้นต้องมีตัวเลข ตัวหนังสือ หรือสัญลักษณ์เต็มไปหมด รวมถึงคงเข้าใจมากขึ้นด้วยว่าทำไม ‘ตรุษจีน’ จึงไม่เคยซ้ำวันเดิมเลย

แต่ก็ใช่ว่าเรื่องเหล่านี้จะผูกโยงเข้ากับโหราศาสตร์เพียงอย่างเดียว หากมันยังนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันของเราได้เช่นเดียวกับที่เกษตรกรชาวจีนสมัยก่อนใช้ 24 ช่วงการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในการจัดการเพราะปลูก หรือเลี้ยงสัตว์ แม้ว่าพวกเราจะใช้ชีวิตในเมือง ไม่ได้ทำการเกษตรก็ตาม แต่การรู้เวลาและมีข้อมูลอยู่ในมือก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราเตรียมตัวรับมือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ไม่พลาดที่จะพกร่ม หรือใส่เสื้อแขนยาว ให้เหมาะสมกับอากาศในแต่ละวัน

ยิ่งมีทั้งเวลาและข้อมูลรวมอยู่บนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือด้วยแล้ว ชีวิตของเราก็จะสะดวกขึ้นไม่น้อย

เรารู้ดีว่ามันคงไม่สะดวกนักถ้าเราจะพกปฏิทินจีนไปด้วยทุกที่ เห็นจะมีแต่นาฬิกาข้อมือเท่านั้นที่จะตอบโจทย์ เราจึงขอแนะนำให้รู้จักกับ ‘Blancpain นาฬิกาสัญชาติสวิสฯ ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก รุ่น Traditional Chinese Calendar’ บลองแปงนาฬิกาข้อมือรุ่นพิเศษ รุ่นแรกและรุ่นเดียวในโลกที่ขับเคลื่อนตามระบบปฏิทินจีนโบราณไปพร้อมๆ กับระบบสากล โดยเดอะ แมนูแฟคเจอร์ (The Manufacture) สำนักประดิษฐ์นวัตกรรมเรือนเวลาของบลองแปงคิดค้นและใช้เวลาในการรังสรรค์เรือนเวลาด้วยศิลปะขั้นสูง (haute horlogerie) กว่า 5 ปี

นาฬิกาบลองแปงรุ่นปฏิทินจีนโบราณนั้นสามารถแสดงระบบวันเวลาของจีนและสากลได้ครบถ้วนบนหน้าปัดเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเวลาชั่วยาม สัญลักษณ์ปีนักษัตร ธาตุทั้ง 5 เดือนอธิกมาส และข้างขึ้นข้างแรม ซึ่งเป็นระบบหัวใจหลักที่ทำให้กลไกการคำนวณเดือนของนาฬิการุ่นนี้เป็นไปตามแบบจันทรคติ

นาฬิกาบลองแปงรุ่นปฏิทินจีนโบราณนั้นมี 2 รุ่น ประกอบไปด้วยรุ่นปกติที่ทำจากวัสดุเรดโกลด์ และรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันทำจากวัสดุแพลทินัมโดยจะมีรูปแกะสลักนักษัตรประจำปีนั้นๆ ณ บริเวณตุ้มเหวี่ยงที่มองเห็นได้จากด้านหลังของตัวเรือน สามารถหาซื้อได้แล้วที่ตัวแทนจำหน่ายหรือบูติกของบลองแปง ข้อมูลเพิ่มเติม www.blancpain.com

สุดท้ายนี้ก็ขอให้ทุกคนคิดหวังสิ่งใดก็สมปรารถนา มีแต่ความสุขมั่งคั่ง โชคดี ร่ำรวยตลอดปี ซินเจิ้งหยูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ

Content by Teeraphat Janejai

Illustration by Visansaya Loisawai

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...