โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

โควิด: สายการบินญี่ปุ่น ทดลองประตูห้องน้ำ ใช้ “ข้อศอก” ดันล็อก เปิด-ปิดแทน “มือ”

Khaosod

อัพเดต 24 ส.ค. 2563 เวลา 02.12 น. • เผยแพร่ 23 ส.ค. 2563 เวลา 07.15 น.
ALL NIPPON AIRWAYS CO LTD AND JAMCO CORPORATION

โควิด: สายการบินญี่ปุ่นทดลองประตูห้องน้ำ - บีบีซี และ เอ็นเอชเค รายงานว่า สายการบิน โควิด (ANA) ของญี่ปุ่น กำลังทดลองขั้นต้นลูกบิดแบบใหม่ของประตูห้องน้ำบนเครื่องบิน ที่ใช้ข้อศอกเพียงข้างเดียวเพื่อเปิด-ปิดประตู เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้มือ ตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อท่ามกลางการระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019

ALL NIPPON AIRWAYS CO LTD AND JAMCO CORPORATION

ลูกบิดแบบใหม่อยู่ระหว่างการทดลองที่ห้องรับรองที่ท่าอากาศยานนานาชาติฮาเนดะของกรุงโตเกียวมาตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน และสายการบินขอให้ผู้โดยสารทดลองใช้งานจนถึงเดือนสิงหาคม เพื่อรวบรวมข้อมูลก่อนตัดสินใจจะเปลี่ยนลูกบิดประตูห้องน้ำบนเครื่องบินหรือไม่

ใช้ข้อศอกดันหมุดกลมเพื่อปลดล็อกก่อน / ALL NIPPON AIRWAYS CO LTD AND JAMCO CORPORATION

ผู้ใช้งานจะใช้ข้อศอกข้าวเดียวเลื่อนหมุดกลมเพื่อล็อกหรือปลดล็อกประตูจากข้างใน ส่วนพลาสติกอีกอันดันเพื่อผลักเปิดประตู แทนการใช้มือหมุนคันโยกหรือลูกบิดแบบเดิม

ใช้ข้อศอกดันพลาสติดอีกอันเพื่อเปิดประตูห้องน้ำจากข้างใน ALL NIPPON AIRWAYS CO LTD AND JAMCO CORPORATION

ANA ระบุว่า เครื่องบินบางลำมีการติดตั้งก๊อกน้ำเซ็นเซอร์ในห้องน้ำแล้ว จึงตัดสินใจต้องการทำให้ประตูห้องน้ำเปิด-ปิดไม่ต้องใช้มือ ทีแรกลองใช้เท้าเปิด แต่ตัดสินใจล้มความคิดนี้ไปเนื่องด้วยเหตุผลความปลอดภัย เช่น เครื่องบินตกหลุมอากาศ และ ผู้โดยสารอาจสูญเสียการทรงตัว

ผลการสำรวจอุตสาหกรรมเผยว่า มากกว่าร้อยละ 70 ของผู้ตอบแบบสอบถามกังวลโอกาสติดเชื้อเมื่อใช้ที่นั่งหรือห้องน้ำเครื่องบิน บางคนไม่ชอบจับลูกบิดประตูห้องน้ำหลังล้างมือในห้องน้ำแล้ว จึงต้องใช้เจลฆ่าเชื้อเช็ดมือซ้ำอีกที

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่า ลูกบิดแบบใหม่จะต้องผ่านกฎระเบียบและมาตรฐานการเดินอากาศ ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...