โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวมสูตรน้ำหมักชีวภาพเพื่อนาข้าวปลอดศัตรูพืช

รักบ้านเกิด

อัพเดต 03 ส.ค. 2563 เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. 2563 เวลา 09.40 น. • รักบ้านเกิด.คอม

เป็นที่ทราบกันดีว่า การใช้สารเคมีในการเกษตรส่งผลเสียต่อสุขภาพของทั้งผู้ปลูกและผู้บริโภค รวมถึงดิน น้ำและสภาพแวดล้อมโดยรวมของไร่นาด้วย เว็บไซต์รักบ้านเกิดจึงสรรหาสูตรน้ำหมักสมุนไพรเพื่อปราบศัตรูพืชมาให้เกษตรกรทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นผู้ปลูกข้าวหรือพืชชนิดอื่นๆ ลองนำไปใช้เพื่อทดแทนการใช้สารเคมี ในบทความนี้ เราขอรวบรวมสูตร "น้ำหมักสมุนไพรเพื่อปราบศัตรูพืชในนาข้าว" จากเกษตรกรท่านต่างๆที่ทีมงานได้ลงพื้นที่ไปสัมภาษณ์เก็บข้อมูล โดย แต่ละสูตรเป็นสูตรที่เกษตรกรท่านนั้นๆได้ทำและทดลองใช้เองแล้วเห็นผลจริงมาแล้ว

Hilight-Kaset/104_1_รวมสูตรสมุนไพร.jpg

สูตรที่ 1"สูตรน้ำหมักสมุนไพรรสขมที่ใช้ได้กับทั้งพืชผักและนาข้าว" โดยคุณไพศาล ผาจันดา จากจังหวัดขอนแก่น
วัสดุอุปกรณ์
1. ถังขนาดบรรจุ 25 ลิตร
2. เมล็ดสะเดา 1 กิโลกรัม
3. กิ่งบอระเพ็ด 2 กิโลกรัม
4. กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
5. น้ำ 20 ลิตร
** พืชที่มีรสขมสามารถนำมาทำได้ทุกชนิด**
ขั้นตอนและวิธีการทำ
1.สับกิ่งบอระเพ็ดและเมล็ดสะเดาที่เตรียมไว้ให้ละเอียด
2.นำกิ่งบอระเพ็ดและเมล็ดสะเดาที่สับละเอียดแล้วมาผสมกับน้ำ 20 ลิตร
3.นำกากน้ำตาลมาเทผสมและคนให้เข้ากัน ปิดฝาทิ้งไว้ 3 วัน จึงสามารถนำมาใช้ได้
วิธีการใช้
นำน้ำหมักที่กรองเอากากออกแล้วมาผสมน้ำ ในอัตราส่วนน้ำหมัก 1 ลิตร ผสมน้ำ 10 ลิตร แล้วนำไปฉีดพ่นพืชผัก หรือ นาข้าว สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะสามารถป้องกันและลดจำนวนแมลง เช่น เพลี้ยอ่อน แมลงวันผลไม้ หนอนใยผัก หนอนกินใบ หนอนกระทู้ผัก ได้

Hilight-Kaset/104_2_7998_2_(Medium).jpeg

สูตรที่ 2 "สูตรน้ำหมักสมุนไพรป้องกันกำจัดหนอนและตั๊กแตนในนาข้าว" โดยคุณคำใหม่ บริบาล จากจังหวัดศรีสะเกษ
ประโยชน์ของน้ำหมักสมุนไพรสูตรนี้
- ใช้เป็นสารป้องกันและกำจัดศัตรูข้าว เช่น หนอนกระทู้ หนอนกอ ตั๊กแตนปาทังก้า และตั๊กแตนทั่วไป เป็นต้น
- เป็นฮอร์โมนบำรุงข้าว ทำให้ต้นข้าวแข็งแรง ต้านทานโรคและแมลงศัตรู
- ช่วยประหยัดต้นทุน เพราะลงทุนซื้อวัตถุดิบมาทำน้ำหมักสมุนไพร ประมาณ ครั้งละ 100 บาท สามารถใช้ได้กับที่นามากกว่า 50 ไร่
วัสดุอุปกรณ์
1. สมุนไพรชนิดต่างๆ ประกอบด้วย ว่านน้ำ, ข่าแก่, ว่านไฟ, เมล็ดสะเดา, หนอนตายหยาก, ขมิ้นชัน และพริกสด รวมกันให้ได้ 30 กิโลกรัม
2. กากน้ำตาล 10 กิโลกรัม
3. รำ 1 กิโลกรัม
4. น้ำ 20 ลิตร
5. สารเร่ง พด.7 1 ซอง (25 กรัม)
วิธีทำ
1. สับ/ทุบหรือตำพืชสมุนไพรทั้งหมดให้ละเอียด
2. นำพืชสมุนไพร, รำ และกากน้ำตาลใส่ลงในถังหมัก ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
3. ละลายสารเร่ง พด.7 ในน้ำ 20 ลิตร ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที
4. เทสารละลายสารเร่ง พด.7 (ข้อ 3.)ลงในถังหมัก คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง
5. ปิดฝาแต่ไม่ต้องสนิท ตั้งไว้ในที่ร่ม
6. เปิดฝาถังคนทุกวัน วันละ 1ครั้ง จนครบ 21 วัน จึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
วิธีใช้
ผสมน้ำหมักชีวภาพ 1 ส่วนกับน้ำ 500 ส่วน หรือ 4 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 20 ลิตร จากนั้นนำไปฉีดพ่นให้ทั่ว โดยเฉพาะที่ใบและลำต้น ประมาณ 5-7 วันต่อครั้งเพื่อกำจัด หรือ 10-15 วันต่อครั้งเพื่อป้องกัน

Hilight-Kaset/104_3_EADN7605_(Medium).JPG

สูตรที่ 3 "น้ำหมักสมุนไพรสูตรบำรุงและป้องกันโรคและแมลงศัตรูข้าวช่วงหน้าฝน" โดยคุณคำมี ศุภสร จากจังหวัดอำนาจเจริญ
ประโยชน์ของน้ำหมักชนิดนี้
- เป็นฮอร์โมนบำรุงข้าวช่วงเจริญเติบโตทางลำต้น ทำให้ข้าวแตกกอดี ต้นข้าวแข็งแรง ทั้งราก ลำต้น และใบ
- ช่วยบำรุงข้าวช่วงสร้างเมล็ด ทำให้ข้าวเต็มเมล็ด น้ำหนักดี เมล็ดไม่ลีบ
- เป็นสารสมุนไพรป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูข้าว โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากเชื้อราซึ่งมักเกิดในช่วงฤดูฝน และแมลงศัตรูข้าว เช่น เพลี้ย บั่ว หนอน เป็นต้น
- ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเน้นการใช้วัตถุดิบที่หาง่ายในท้องถิ่น
วัสดุอุปกรณ์
1. พืชสมุนไพรชนิดต่างๆ เช่น ตะไคร้หอม, ใบมะกรูด, บอระเพ็ด, ใบชะพลู, ใบยูคาลิปตัส, หัวข่า, หัวมันสำปะหลัง รวมกันให้ได้ 1 กิโลกรัม
2. ผลไม้สุก เช่น มะม่วง, มะละกอ, ฟักทองแก่จัด, กล้วยน้ำว้า รวมกันให้ได้ 1 กิโลกรัม
3. น้ำหมักชีวภาพเข้มข้น เช่น น้ำEM, น้ำหมักหอยเชอรี่,น้ำหมักเศษปลา จำนวน 1 ลิตร (เลือกใช้น้ำหมักชนิดเดียว)
4. กากน้ำตาล จำนวน 1 กิโลกรัม
5. น้ำสะอาด 10 ลิตร
วิธีการทำ
1. นำพืชสมุนไพรทั้งหมดมาหั่น/สับเป็นชิ้นเล็กๆ
2. หั่น/สับผลไม้สุกทั้งหมดพอหยาบ
3. นำพืชสมุนไพรและผลไม้สุกที่สับแล้ว มาผสมเข้ากับกากน้ำตาล และน้ำหมักชีวภาพเข้มข้นที่เตรียมไว้ โดยให้คลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดในภาชนะให้เข้ากันดีก่อน จากนั้นจึงนำไปเทลงในถังหมัก (ถังพลาสติกทึบแสง มีฝาปิดสนิท) ปิดฝาให้สนิท นำไปตั้งทิ้งไว้ในร่มเป็นเวลา 7 วัน
4. เมื่อครบ 7 วัน ให้เติมน้ำสะอาดลงไปในส่วนผสมอีก 10 ลิตร จากนั้นปิดฝาถังให้สนิท หมักต่อไปอีกจนครบ 1 เดือน โดยช่วงที่หมักให้เปิดฝาถังคนทุกๆ 7 วัน
5. หลังจากครบ 1 เดือน ให้เปิดฝาถังดูจะพบว่ามีฝ้าสีขาวเกิดขึ้นบนผิวน้ำ แสดงว่าน้ำหมักสมุนไพรสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้แล้ว แต่ถ้าไม่มีฝ้าสีขาวเกิดขึ้น แสดงว่ากระบวนการหมักยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ให้เติมกากน้ำตาลลงไปอีก 1-2 กิโลกรัม แล้วหมักต่อจนกว่าจะเกิดฝ้าสีขาว จึงจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้
การนำไปใช้
ใช้หัวเชื้อน้ำหมักสมุนไพรที่ได้ 3 ช้อนโต๊ะ ผสม กากน้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ และน้ำสะอาด 20 ลิตร คนให้เข้ากัน จากนั้นสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที
- นำไปฉีดพ่นเพื่อบำรุงต้นข้าวทุกๆ 15 วัน ในตอนเช้า หรือ เย็น หรือช่วงแดดอ่อนๆ โดยสามารถใช้ได้ตั้งแต่ระยะต้นกล้า ระยะแตกกอ ระยะสร้างข้อปล้อง แต่ให้หยุดใช้เมื่อข้าวเข้าสู่ระยะออกดอก และฉีดพ่นอีกครั้งเมื่อข้าวอยู่ในระยะน้ำนม
- ในช่วงที่มีปัญหาโรค และแมลงศัตรูข้าว ให้ฉีดพ่นทุกๆ 7 วัน ต่อเนื่องกัน 3 ครั้ง ในตอนเช้าหรือเย็น หรือช่วงแดดอ่อนๆ เพื่อให้ข้าวต้านทานต่อโรค และแมลงศัตรูข้าว
หมายเหตุ
วิธีการทำน้ำหมักหอยเชอรี่ : ใช้หอยเชอรี่ 1 กิโลกรัม+กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม+น้ำสะอาด 10 ลิตร
นำหอยเชอรี่มาทุบพอแตก คลุกเคล้ากับกากน้ำตาล หมักในภาชนะพลาสติก ปิดฝาตั้งไว้ในที่ร่ม 7 วัน จากนั้นเปิดฝาถังเติมน้ำเปล่าลงไปอีก 10 ลิตร ปิดฝาหมักต่ออีก 3 เดือน ก็สามารถนำมาใช้ได้
วิธีการทำน้ำหมักปลา : ใช้เศษปลา 1 กิโลกรัม+กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม+น้ำสะอาด 10 ลิตร
นำเศษปลามาคลุกเคล้ากับกากน้ำตาล หมักในภาชนะพลาสติก ปิดฝาตั้งไว้ในที่ร่ม 7 วัน จากนั้นเปิดฝาถังเติมน้ำเปล่าลงไปอีก 10 ลิตร ปิดฝาหมักต่ออีก 3 เดือน ก็สามารถนำมาใช้ได้

Hilight-Kaset/104_4_29339943_1582439625138214_8872205464805310464_n_(Medium).jpg

สูตรที่ 4 "สูตรน้ำหมักสมุนไพรป้องกันและกำจัดศัตรูข้าวครอบจักรวาล" โดยคุณคำใหม่ บริบาล จากจังหวัดศรีสะเกษ
วัสดุอุปกรณ์
1. สมุนไพรป้องกันกำจัดแมลงและศัตรูข้าว จำนวน 10 กิโลกรัม
2. กากน้ำตาล จำนวน 10 กิโลกรัม
3. สารเร่ง พด.7 จำนวน 1 ซอง
4. น้ำสะอาด จำนวน 10 ลิตร
หมายเหตุ : สมุนไพรป้องกันกำจัดแมลงและศัตรูข้าว ประกอบด้วย ตะไคร้หอม, ขมิ้นชัน, เอื้องหมายนา รวบรวมกันให้ได้ 10 กิโลกรัม
วิธีการทำ
1. สับหรือโขลกสมุนไพรทั้งหมดให้ละเอียด
2. นำสมุนไพรต่างๆที่ละเอียดแล้วมาคลุกเคล้าให้เข้ากันกับกากน้ำตาล ก่อนนำไปใส่ในถังหมัก
3. ละลายสารเร่ง พด.7 กับน้ำ 10 ลิตร พักไว้ประมาณ 10 นาที
4. ผสมสารเร่ง พด.7 (จากข้อ 3.) ลงไปในถังหมักสมุนไพร คนให้เข้ากัน จากนั้นปิดฝาถังให้สนิท
5. หมักส่วนผสมทิ้งไว้ประมาณ 21 คืน ก็สามารถนำไปใช้ได้
วิธีใช้
กรองสมุนไพรหมักเอาเฉพาะน้ำ ประมาณ 5 ช้อนแกง ผสมกับน้ำเปล่า 20 ลิตร นำไปฉีดพ่นในนาข้าวได้ทุกช่วงอายุ (**ยกเว้นช่วงที่ข้าวออกดอกให้หยุดฉีดพ่นน้ำหมักทุกชนิด เพราะจะทำให้ข้าวไม่ติดรวง**) โดยให้ฉีดพ่น ทุกๆ 5-7 วัน ในตอนเช้า หรือเย็น หรือช่วงที่มีปัญหาแมลงและศัตรูข้าวเข้าทำลายในแปลงนา
ประโยชน์
- ใช้ป้องกันและกำจัดเพลี้ย หนอน และแมลงศัตรูข้าวทุกชนิด
- ใช้เป็นฮอร์โมนบำรุงข้าว โดยฉีดบำรุงข้าวเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับต้นข้าวได้ทุกช่วงอายุ โดยให้ใช้ต่อเนื่องกันประมาณ 15-30 วัน

Hilight-Kaset/104_5_รวมรูปน้ำหมัก2.jpg

สูตรที่ 5 "สูตรน้ำหมักสมุนไพรรวม ป้องกันกำจัดโรคเชื้อราและเพลี้ยในนาข้าว" โดยคุณสิงทอง นาชัย จากจังหวัดหนองบัวลำภู
วัสดุอุปกรณ์
1.เปลือกมังคุด
2.เปลือกแค
3.หัวตะไคร้หอม
4.หัวข่าแก่
5.ใบกะเพรา
6.ใบฝรั่ง
7.ใบน้อยหน่า
8.ใบสะเดาแก่
9.กากน้ำตาล 1 กก.
10 น้ำเปล่า 5 ลิตร
วิธีการทำ
1. รวบรวมพืชสมุนไพรตามข้อ 1-8 ในอัตราส่วนเท่าๆกันมารวมกันให้ได้ 30 กิโลกรัม
2. หั่น/สับสมุนไพรทั้งหมดให้เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในถังน้ำหมัก
3. นำกากน้ำตาลไปละลายในน้ำเปล่า 5 ลิตร คนจนเป็นเนื้อเดียวกัน
4. เทกากน้ำตาลในข้อ 3. ลงในถังหมักพืชสมุนไพร ผสมให้เข้ากัน แล้วจึงปิดฝาถังให้สนิท หมักทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน (ยิ่งนานยิ่งมีประสิทธิภาพ) พอครบกำหนดวันแล้วสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เลย
การนำไปใช้
กรองเอาแต่น้ำหมักพืชสมุนไพรในอัตราส่วน 20-30 ซีซี ผสมกับน้ำเปล่า 20 ลิตร นำไปฉีดพ่นในแปลงนาข้าวหรือแปลงพืชผักสวนครัวในช่วงเย็น ทุกๆ 7-10 วัน/ครั้ง สูตรนี้สามารถป้องกันเชื้อราในนาข้าวและยังขับไล่แมลงชนิดต่างๆที่มารบกวนในแปลงเกษตรได้เป็นอย่างดี

Hilight-Kaset/104_6_6828_1_(Medium).jpg

สูตรที่ 6 "สูตรน้ำหมักเปลือกมังคุดและมะกรูดป้องกันกำจัดหอยเชอรี่และปูในนาข้าว" โดยคุณนำพา ขัติกันทา จากจังหวัดเชียงราย
วัสดุอุปกรณ์
1. เปลือกมังคุด 1 กิโลกรัม
2. มะกรูด 1 กิโลกรัม
3. น้ำเปล่า
วิธีทำ
1. หั่นมะกรูดทั้งหมดเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ในภาชนะที่ต้องการใช้หมัก
2. เติมน้ำเปล่าให้พอท่วมมะกรูด ปิดฝา หมักทิ้งไว้ 7 วัน
3. หั่นเปลือกมังคุดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเติมน้ำเปล่าให้พอท่วม ปิดฝา หมักทิ้งไว้ 7 วัน
4. หลักจากแยกหมักทั้งมังคุดและมะกรูด ครบ 7 วันแล้ว ให้เททั้งน้ำหมักมะกรูด และน้ำหมักเปลือกมังคุดผสมกัน 5. คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ก่อนนำไปใช้
วิธีการนำไปใช้
สูตรนี้ให้ใช้ทั้งกาก และน้ำที่หมัก โดยสาดหรือโยนในนาข้าวเป็นจุดๆ ในช่วงตอนเย็น ทุกๆ 5- 7 วัน จะช่วยป้องกันและกำจัดหอยเชอรี่ และปูนาได้เป็นอย่างดี
คุณนำพาแนะนำเพิ่มเติมว่า หากเกษตรกรมีเวลามากพอ อยากให้เกษตรกรเก็บหอยเชอรี่หรือปูนาที่ระบาดมารวมกันให้มากที่สุด จากนั้นนำมาหมักปุ๋ยน้ำอินทรีย์ เกษตรกรจะได้ ปุ๋ยน้ำอินทรีย์ไปใช้บำรุงนาข้าวได้ดีอีกด้วย

Hilight-Kaset/104_7_รวมรูปน้ำหมัก3.jpg

สูตรที่ 7 "สูตรกระเทียมพริกไทยปราบศัตรูพืชในนาข้าว" โดยคุณสุกัญญา เจริญพร จากจังหวัดเชียงราย
วัสดุอุปกรณ์
1. กระเทียม 2 ขีด
2. พริกไทยป่น 1 ขีด
3. พริกป่น 1 ขีด
4. แอลกอฮอล์ล้างแผล70% 900 ซีซี (ประมาณ 2 ขวด)
5. น้ำมันยูคาลิปตัส 10 ซีซี
วิธีทำ
1. ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันในภาชนะ ปิดฝาให้สนิท
2. คนส่วนผสมทุกวัน และหมักไว้ 7 วัน
วิธีใช้
เมื่อครบ 7 วันแล้ว กรองน้ำหมัก เอาแต่น้ำ และนำไปฉีดพ่นในนาข้าวหรือสวนพืชผักในตอนเช้ามืดประมาณ 06.00 น. โดยช่วงแรก อาจฉีดพ่น 3 วันต่อ 1 ครั้งเพื่อเป็นการไล่แมลง ต่อจากนั้นก็ลดลงมาเหลือสัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อเป็นการป้องกันแมลง
หากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพน้ำหมักสูตรนี้ สามารถใช้สูตรกระเทียมพริกไทยนี้ร่วมกับ “สารสกัดยาสูบ”
ซึ่งมีวัตถุดิบและวิธีการทำดังนี้
1. ยาสูบ 1 ขีด
2. แอลกอฮอล์ล้างแผล 250 ซีซี
3. น้ำส้มสายชูกลั่น 5% 250 ซีซี
4. น้ำยาล้างจาน 1 ช้อนแกง
วิธีทำ
1. ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันในภาชนะ ปิดฝาให้สนิท
2. คนส่วนผสมทุกวัน และหมักไว้ 7 วัน
วิธีการใช้
เมื่อครบ 7 วันแล้ว ให้ใช้ในอัตราส่วนดังนี้ น้ำ 20 ลิตร+น้ำหมักกระเทียมพริกไทย 2 ซีซี+ สารสกัดยาสูบ 10 ซีซี ใช้ฉีดพ่นตอนเช้ามืด ประมาณ 06.00 น.ประมาณ 3 วันต่อ 1 ครั้งเพื่อเป็นการไล่แมลง เพลี้ย หนอน เพลี้ยไฟ หลังจากนั้นลดลงมาเหลือสัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อเป็นการป้องกันแมลง

Hilight-Kaset/104_8_WMQM3906_(Medium).JPG

7 สูตรที่คัดสรรมาฝากกันนี้ถือเป็นแค่น้ำจิ้มเท่านั้น ในเว็บไซต์รักบ้านเกิดยังมีสูตรเด็ดเคล็ดลับในการป้องกัน กำจัดศัตรูพืชแบบ "คลีนๆ" อีกหลายสูตร แต่อย่างไรคงต้องขอย้ำกันอีกสักทีว่าต่างพื้นที่ ต่างสภาพแวดล้อมอาจทำให้ผลที่ได้จากการใช้สารชีวภาพเหล่านี้แตกต่างกันไป เกษตรกรทุกท่านจึงควรนำไปทดลองปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตนให้มากที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...