โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Andy Warhol : Pop Art นิทรรศการรวมความพอปอาร์ตสุดจี๊ดของ แอนดี้ วอร์ฮอล

Sarakadee Lite

อัพเดต 23 ส.ค. 2563 เวลา 01.51 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. 2563 เวลา 05.30 น. • เกษศิรินทร์ ผลธรรมปาลิต

ปลุกวงการศิลปะให้กลับมาคึกคักอีกครั้งหลังหยุดชะงักเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กับนิทรรศการ Andy Warhol : Pop Art ของราชางานพอปอาร์ตสุดจี๊ดชาวอเมริกัน แอนดี้ วอร์ฮอล (ค.ศ. 1928 – ค.ศ.1987) ซึ่งภาพชุดกระป๋องซุปแคมป์เบลล์ (Campbell’s Soup) 32 รสชาติที่จัดวางเรียงกันอย่างภาพโฆษณาของเขาสั่นสะเทือนวงการศิลปะทันที่ที่จัดแสดงครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1962 จนเกิดประเด็นถกเถียงถึงเส้นแบ่งระหว่างศิลปะบริสุทธิ์กับศิลปะเชิงพาณิชย์

Andy Warhol

หลังจากต้องเลื่อนจากกำหนดเดิมที่วางไว้ในเดือนพฤษภาคมเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในที่สุดทางริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก สามารถนำผลงานจำนวน 128 ชิ้นจากคอลเล็กชันส่วนตัวของ จันฟรังโก โรซินี (Gianfranco Rosini) นักสะสมผลงานศิลปะชาวอิตาลีมาให้แฟนชาวไทยของวอร์ฮอลได้ชื่นชมกันอย่างเต็มอิ่มที่ RCB Galleria แต่วันที่ 12 สิงหาคม-24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

Andy Warhol

เอาใจสายพอปอาร์ตด้วยการจัดแสดงผลงานไอโคนิกของ วอร์ฮอล ผู้นิยมเอาข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันมาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะแบบพอป ๆเพื่อสะท้อนถึงสังคมทุนนิยมและบริโภคนิยมในยุคอุตสาหกรรมภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่ว่าจะเป็นกระป๋องซุปแคมป์เบลล์พร้อมลายเซ็นในกล่องใสจัดวางเรียงกันเหมือนที่เห็นในซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงภาพพอร์ตเทรตของศิลปินเองในลุคผมสีฟางข้าวและแว่นกรอบใสอันเป็นเอกลักษณ์ และภาพพิมพ์ซิลก์สกรีนรูปพอร์ตเทรตของคนดัง อาทิมาริลิน มอนโร,เอลวิส เพรสลีย์, เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ และอดีตประธานาธิบดีจีน เหมา เจ๋อตุง ด้วยเฉดสีจัดจ้านหรือในลักษณะกลับค่าของสี (Negative) ให้ความรู้สึกแปลกตา

Andy Warhol

ผนังของห้องจัดแสดงขนาด 900 ตารางเมตร ทาสีสันสดใสหลากเฉดไล่เรียงตั้งแต่สีเขียว ชมพู ม่วง เหลือง ฟ้า ส้ม และยังจัดแสดงภาพปกนิตยสารและปกอัลบั้มเพลงที่วอร์ฮอลออกแบบ เช่น ภาพปกนิตยสาร Interview ที่เขาก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1969 และปกอัลบั้มของวง The Velvet Underground ที่เขารับหน้าที่โปรดิวเซอร์ และโซนสุดท้ายที่ล้อมด้วยผนังสีส้มนีออนนำเสนอผลงานภาพพิมพ์ซิลก์สกรีนและงานประติมากรรม เช่น กล่องไม้พิมพ์ซิลก์สกรีนเลียนแบบลังของสบู่แผ่นยี่ห้อบริลโลและกล่องกระดาษเลียนแบบบรรจุภัณฑ์ของซุปมะเขือเทศเคมเบลล์

Andy Warhol

นอกจากจะเป็นศิลปินหัวก้าวหน้าของคริสต์ศตวรรษที่ 20แล้ว วอร์ฮอลยังพ่วงตำแหน่งแฟชั่นไอคอน ช่างภาพ ผู้กำกับภาพยนตร์อินดี้นอกกระแส นักเขียน เจ้าของนิตยสาร และนักสะสมศิลปะ เขาเป็นศิลปินคนแรกๆที่นำเทคนิคซิลก์สกรีนซึ่งเป็นผลผลิตของยุคอุตสาหกรรมมาใช้ในงานศิลปะอย่างเต็มรูปแบบและหยิบจับสินค้ายอดนิยมของชาวอเมริกันในขณะนั้น เช่น โคคา โคล่า, ซุปแคมป์เบลล์ และสบู่บริลโลรวมไปถึงรูปพอร์ตเทรตของเซเลบริตีทั้งหลายมาจัดวางแบบซ้ำๆ ดั่งสินค้าที่ผลิตในโรงงานจึงเข้าถึงผู้คนง่ายและสร้างภาพจำที่เป็นเอกลักษณ์ในผลงานและสร้างตัวตนในโลกศิลปะของเขาด้วย

Andy Warhol

จันฟรังโก โรซินี เจ้าของ Rosini GutmanArt Gallery และเจ้าของผลงานของวอร์ฮอล กว่า 200 ชิ้นที่เขาใช้เวลารวบรวมกว่า 50 ปีมีโอกาสได้พบกับวอร์ฮอลครั้งแรกพร้อมกับ ไลซา มินเนลลิ นักร้อง/นักแสดงชาวอเมริกัน เมื่อปี ค.ศ.1985 ขณะที่ตัวเขาเองยังเป็นวัยรุ่นในนิทรรศการส่วนตัวที่ เคานท์เตส จูเลียนา โรมานี อดามี โดนะ เดลเล โรเซ (Countess Giuliana Romani Adam iDonàdelle Rose) จัดขึ้นที่บ้านพักของเธอในกรุงโรม

การพบกันครั้งนั้นทำให้วอร์ฮอลเป็นศิลปินคนแรกๆ ที่โรซินีซื้อผลงานด้วยเงินของเขาเองเมื่อเขาเปิดแกลเลอรีเกี่ยวกับงานภาพพิมพ์ในวัยเพียง 13 ปี งานแรกในคอลเล็กชันคือชุด “Ladies and Gentlemen” เป็นภาพพิมพ์ซิลก์สกรีน 10 ภาพถ่ายทอดภาพของแดร็กควีนและคนข้ามเพศจากไนต์คลับกรีนวิชวิลเลจ งานชุดนี้ได้นำมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ด้วย

ภาพชุด Ladies and Gentlemen

“ผมเห็นงานชุดนี้ครั้งแรกในนิทรรศการที่จัดที่บ้านพักเคานท์เตส จูเลียนา โรมานี อดามี โดนะ เดลเล โรเซ ที่ผมได้พบวอร์ฮอลครั้งแรกและมีโอกาสได้คุยกับเขา ต่อมาผมจึงซื้องานชุดนี้เพราะเป็นงานภาพพิมพ์ที่ผมสามารถซื้อได้ด้วยเงินของผมเองเพราะราคาถูกกว่างานชุด Drag Queens และนี่ก็เป็นงานที่เยี่ยมยอดด้วย” โรซินี ให้สัมภาษณ์ผ่านทางอีเมลเนื่องจากไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานที่กรุงเทพฯได้

โรซินีเสริมว่า วอร์ฮอลสร้างสรรค์ผลงานชุด “Ladies and Gentlemen” ในช่วงที่ ดิโน เปดริอาลิ (Dino Pedriali) หนึ่งในศิลปินชื่อดังในด้านภาพถ่ายที่ยังคงมีชีวิตอยู่ทำงานกับเขาในฐานะผู้ช่วย และเขายังมีคอลเล็กชันภาพถ่ายจากปี ค.ศ. 1975 จำนวน 28 ชิ้นที่คัดเลือกโดยเปดริอาลิเพื่อบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางที่อิตาลีของวอร์ฮอล

ภาพพอร์ตเทรตของไลซา มินเนลลิ

โรซินีเติบโตมาในครอบครัวที่มั่งคั่งและเป็นอาร์ตดีลเลอร์ทำให้เขามีโอกาสติดตามพ่อและแม่ไปยังสตูดิโอของศิลปินต่างๆ ตั้งแต่อายุ5 ขวบจนซึมซับความหลงใหลในศิลปะ นอกจากงานชุด “Ladies and Gentlemen” เขายังได้ซื้อภาพซิลก์สกรีนรูปพอร์ตเทรตของไลซา มินเนลลิผู้ที่เขาได้เจอครั้งแรกพร้อมกับวอร์ฮอลโดยโรซินีกล่าวถึงงานชิ้นนี้ว่า

“ผมคิดว่าเป็น ‘ชิ้นงานมาสเตอร์พีซอย่างแท้จริง’ ในบรรดาผลงานการสร้างสรรค์ของ แอนดี้ วอร์ฮอล คือผลงานชุดภาพเหมือนที่อุทิศให้กับ ไลซา มินเนลลิ”

ภาพชุด Wild Raspberries

นักสะสมศิลปะตัวยงชาวอิตาลีเสริมว่าในงานนิทรรศการนี้ เขาอยากนำเสนอเส้นทางศิลปินของวอร์ฮอลเริ่มตั้งแต่ผลงานในยุคแรกๆที่เรียกว่า Pre Pop เช่น งานที่ชื่อว่า Gold Book และ Wild Raspberries ที่สร้างสรรค์ในปีค.ศ.1959 ด้วยเทคนิค Blotted Line

“งานชุด Wild Raspberries ที่เป็นภาพประกอบหนังสือทำอาหารและนำมาจัดแสดงในครั้งนี้เป็นชุดที่สมบูรณ์ชุดหนึ่ง การนำเสนอจึงอยากให้เห็นตั้งแต่งานที่เขาทำเป็นภาพประกอบหนังสือ ไล่เรียงมาถึงการใช้สิ่งของต่างๆในชีวิตประจำวันมาสร้างสรรค์งานศิลปะด้วยเทคนิคการพิมพ์จนเกิดเป็นภาพแบบใหม่ รวมไปถึงบทบาทของแอนดี้ในการบุกเบิกรายการในช่องเคเบิลทีวี (ชื่อ Andy Warhol TV) เป็นโปรดิวเซอร์ในวงการเพลงและเป็นคนทำหนังหัวก้าวหน้า จนมาถึงจบที่ภาพ ‘Madonna di Raffaello’ซึ่งใช้เป็นภาพในการ์ดเชิญส่วนตัวในพิธีรำลึกการจากไปของแอนดี้ วอร์ฮอล” โรซินีซึ่งมาเที่ยวที่ประเทศไทยมากกว่า 10 ครั้ง อธิบายถึงรูปแบบการนำเสนอในนิทรรศการ

ภาพถ่าย แอนดี้ วอร์ฮอล กับ โจเซฟ บอยส์

แอนดี้ วอร์ฮอล เกิดที่เมืองฟอเรสต์ รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกาในครอบครัวที่อพยพมาจากประเทศสโลวาเกียซึ่งในตอนนั้นคือส่วนหนึ่งของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีที่ล่มสลายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 และมาตั้งรกรากที่สหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1912 เขาเรียนจบปริญญาตรีด้านวิจิตรศิลป์ที่ Carnegie Institute of Technology และทำงานโฆษณาและงานออกแบบให้กับหลายแบรนด์ เช่น นิตยสาร Glamour, บริษัทผลิตรองเท้าI. Miller, บริษัทเครื่องประดับ Tiffany & Co. และห้างสรรพสินค้า St. Mark’s Place

แอนดี้ วอร์ฮอล

ภาพกระป๋องซุปแคมป์เบลล์ที่เขาเริ่มสร้างสรรค์ในปีค.ศ.1960 ได้กลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของวอร์ฮอล และเป็นภาพที่เขาทำขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายแบบ ทั้งที่เป็นกระป๋องเดี่ยว และการนำภาพกระป๋องมาพิมพ์เรียงกันเป็นแถวนับร้อยใบเลียนแบบการจัดวางบนชั้นวางของในซูเปอร์มาร์เก็ต นี่เป็นการสะท้อนวิถีชีวิตชาวอเมริกันที่ผูกพันอยู่กับอาหารสำเร็จรูปและสอดคล้องกับพฤติกรรมของศิลปินเองที่เขามักกินซุปกระป๋องแทบทุกวันมานานกว่า 20 ปี

ผลงานของเขาจึงสะท้อนสภาวะสังคมของอเมริกาในช่วงการแข่งขันทางการค้าผ่านการโฆษณาทางโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และสิ่งพิมพ์ที่กำลังรุ่งเรืองในขณะนั้น รวมไปถึงเพลงร็อกเพลงพอป และภาพยนตร์ฮอลลีวูด ที่สร้างกระแสพอปคัลเจอร์ไปทั่วโลก

ภาพปกนิตยสาร Interview

วอร์ฮอลยังฝากผลงานศิลปะไว้อีกหลายประเภท เขาก่อตั้งนิตยสารบันเทิงชื่อ Interview ในปี ค.ศ.1969 ที่นำเสนอบทสัมภาษณ์กับเหล่าเซเลบริตีและซูเปอร์สตาร์แบบไม่มีการขัดเกลาและตัดต่อ และในนิทรรศการนี้ผู้ชมจะได้เห็นภาพปกนิตยสาร Interview ที่เขาออกแบบเช่นหน้าปกรูปมาดอนนา, มิกแจ็กเกอร์, ทอม ครูซ, ริชาร์ด เกียร์ และซิลเวสเตอร์ สตอลโลน รวมไปถึงผลงานออกแบบปกนิตยสารอื่น เช่น ปกนิตยสาร Time รูปไมเคิล แจ็คสัน และปกนิตยสาร Playboy ฉบับครบรอบปี ค.ศ. 1986

ปกอัลบั้มแรกของวง The Velvet Underground

นอกจากนี้ในระหว่างปี ค.ศ.1969-1987 วอร์ฮอลยังออกแบบปกอัลบั้มแผ่นเสียงกว่า 60 ปก เช่นปกอัลบั้มแรกของวง The Velvet Underground เป็นรูปกล้วยสีเหลืองบนพื้นสีขาวและปกอัลบั้ม Sticky Fingers ของ The Rolling Stones ที่ออกแบบโดยเครก บรันและวอร์ฮอลเป็นผู้ถ่ายภาพ

เขายังได้ร่วมกับเพื่อนสร้างภาพยนตร์ใต้ดินอยู่หลายเรื่อง อาทิ Sleep ความยาว 6 ชั่วโมง เรื่อง Empire ซึ่งฉายภาพนิ่งของตึกเอ็มไพร์สเตต (Empire State Building) ความยาว 8 ชั่วโมง และThe Chelsea Girl เป็นฉากชีวิตในโรงแรมเชลซีในนิวยอร์ก ในปีค.ศ.1963 เพียงปีเดียวเขาได้สร้างภาพยนตร์ไว้มากกว่า 75 เรื่อง

Two Dollars (Declaration of Independence) signed by Andy Warhol

ในการทำงานของเขาวอร์ฮอลพูดเสมอว่า ศิลปินไม่จำเป็นต้องลงมือทำงานเองทั้งหมด แต่ศิลปินจะเป็นผู้กำหนดความคิดและรูปแบบ ดังนั้นห้องทำงานของเขาจึงมีลักษณะเป็นโรงงานแทนที่จะเป็นห้องทำงานส่วนตัว เขาก่อตั้งสตูดิโอชื่อ The Factory ใน ค.ศ.1962 โดยรวบรวมกลุ่มคนไฟแรงเป็นผู้ช่วยในการผลิตงาน และระหว่าง ค.ศ. 1962-1964 เขาสามารถผลิตงานสร้างสรรค์ได้มากกว่า 2,000 ชิ้น เรียกว่าเป็นการปฏิวัติการทำงานศิลปะเลยก็ว่าได้

แอนดี้ วอร์ฮอล

แต่ภายใต้งานที่สะท้อนระบบทุนนิยม โรซินีเห็นว่าวอร์ฮอลแอบซ่อนความเป็น “ปรมาจารย์แห่งลัทธิเซน” เอาไว้

“แอนดี้มีพรสวรรค์ในการแสดงความเห็นด้วยแนวคิดที่เรียบง่ายเพื่อสื่อสารข้อโต้แย้งที่ลึกซึ้ง ยิ่งไปกว่านั้นวิธีการพูดของเขาสามารถจูงใจผู้คนได้จนราวกับเขาสามารถสะกดจิตให้ผู้คนคล้อยตามเขาผ่านน้ำเสียงทุ้มต่ำน่าฟัง ประกอบกับคำพูดและเรื่องราวอันน่าสนใจที่แอนดี้ชอบเล่าให้คนที่เขาคิดว่าพร้อมที่จะฟังเรื่องราวทางโลกหรือจิตวิญญาณขั้นสูง

“ถึงแม้ผมจะไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับเขามากนัก แต่สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากเขาอย่างมากมาจาก ‘Interview’ ซึ่งผมเชื่อว่าการตั้งคำถามและให้คำตอบเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดและเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง”

แอนดี้ วอร์ฮอล

วอร์ฮอลเสียชีวิตจากอาการแทรกซ้อนในการผ่าตัดที่โรงพยาบาลในนิวยอร์กเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1987 ในวัย 59 ปี หลังจากประสบความสำเร็จในการสั่นสะเทือนวงการเกี่ยวกับประเด็นคุณค่าศิลปะและเส้นแบ่งระหว่างศิลปะชั้นสูงกับพาณิชย์ศิลป์

Fact File

  • นิทรรศการจัดแสดงที่ RCB Galleria ชั้น 2 River City Bangkok ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม-24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563
  • บัตรราคา 400 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 300 บาทสำหรับเด็ก นักเรียน นิสิต/นักศึกษาและผู้สูงอายุ
  • ซื้อบัตรได้ที่https://www.ticketmelon.com/rivercitybangkok/andywarhol หรือที่ RCB Gallery Shop ชั้น 1
  • รายละเอียดเพิ่มเติม: โทร. 0-2237-0077-8 หรือคลิก www.rivercitybangkok.com

อ้างอิง

นิตยสาร สารคดี ฉบับ พฤษภาคม 2546

The post Andy Warhol : Pop Art นิทรรศการรวมความพอปอาร์ตสุดจี๊ดของ แอนดี้ วอร์ฮอล appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...