โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"พัชรินทร์" โฆษกใหม่ พปชร. "บิ๊กป้อมไว้ใจ...ไม่เคยวิ่งขอตำแหน่ง"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 ก.ค. 2563 เวลา 00.17 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2563 เวลา 00.01 น.

สัมภาษณ์พิเศษ ปิยะ สารสุวรรณ

การปรับโครงสร้างกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ทั้งกระบิ ตั้งแต่หัวหน้าและเลขาธิการพรรค เกิดปรากฏการณ์ “แย่งชามข้าว” ในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประยุทธ์ 2/2 นำไปสู่ภาพลักษณ์รัฐบาล “ติดลบ”

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “ดร.ส้ม” พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐโฆษกพรรคหญิงป้ายแดง

ล้างภาพลบ กู้ภาพลักษณ์

“ดร.ส้ม” โฆษกพรรคป้ายแดง เตรียมล้างภาพลบ-กู้ภาพลักษณ์ของพรรคและรัฐบาลประยุทธ์ หลังจากถูกตีตราว่า พรรคพลังประชารัฐมีแต่ความขัดแย้ง-ตั้งกลุ่มก๊วนเพื่อต่อรองตำแหน่ง-แย่งชามข้าวคงต้องใช้เวลาเพื่อสื่อสารให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าใจ พรรคเปิดกว้างทางความคิด แต่อาจมีสมาชิกบางท่านแสดงความเห็นออกไป ทำให้เกิดการตีความผิด

วันนี้พรรคมีโครงสร้างชัดเจนมากขึ้น ข้อมูลที่จะสื่อสารต้องมีการพูดคุยกันก่อนและสื่อสารจากทางเดียว (เน้นเสียง) ผ่านทีมโฆษกพรรคออกไป ทั้งการสื่อสารของคนภายในพรรคและการสื่อสารออกสู่สาธารณะ

วันนี้พรรคจะมีอะไร หรือได้ทำอะไรให้พี่น้องประชาชนบ้าง เราเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลที่สนับสนุนท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อสะท้อนและนำเสนอให้ประชาชนได้เห็น

“ไม่ใช่เป็นการแย่งชามข้าว พรรคน้อมรับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี และพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของท่านนายกฯ เราเชื่อมั่นว่าท่านนายกฯจะหาบุคคลที่เหมาะสมและมาทำงานกู้วิกฤตที่เกิดขึ้นจากผลกระทบโควิด-19 ได้”

ท่านหัวหน้าพรรคให้นโยบายตั้งแต่วันแรกที่ท่านเข้ามารับตำแหน่งคือ ความสามัคคีกลมเกลียว วันนี้ภายในพรรคเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งจะนำพาพรรคสู่การเป็นสถาบันทางการเมืองในระยะยาว ไม่ใช่พรรคการเมืองเฉพาะกิจ

พลิกโฉมทีมโฆษกพรรคน้ำดี

ในยุคที่เธอเป็นหัวหน้าทีมโฆษกพรรค จะเน้นการสื่อสารสิ่งที่เป็นประโยชน์-เสนอแนะรัฐบาลเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน สร้างภาพลักษณ์เชิงบวก

การทำหน้าที่ในตำแหน่งโฆษกพรรค ตั้งเป้าหมายว่า 1.อยากเป็นส่วนหนึ่งในการทำการเมืองให้พัฒนาประเทศมากขึ้น 2.เลิกวาทกรรมที่ทำให้ประเทศบอบช้ำ

ประเทศบอบช้ำมาเยอะแล้ว การสร้างวาทกรรม สร้างความเกลียดชังให้กับประเทศ โดยบิดเบือนข้อมูล ไม่สร้างสรรค์ ปลุกเพียงอารมณ์ขึ้นมา ไม่มีประโยชน์ ควรเอาข้อมูลและเหตุผลมาพูดกัน

รัฐบาลสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับสังคม ฝ่ายค้านเสนอแนะในสิ่งที่มีประโยชน์ ภาคประชาชนแสดงสิทธิหน้าที่ตามกรอบของกฎหมาย ทุกอย่างต้องเริ่มจากตัวเราเอง

แน่นอนบทบาทโฆษกพรรคบางครั้งต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้เห็น สำคัญคือจะทำอย่างไรให้นำเสนอข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ให้ประชาชนเข้าใจ

ส่วนการตอบโต้ประเด็นการเมืองเข้ามาเราก็ต้องชี้แจง แต่ถ้าไม่เป็นสาระสำคัญ ไม่เกิดประโยชน์ ไม่จำเป็นต้องตอบโต้ทุกเรื่อง เพราะสร้างแต่ความบอบช้ำ ไม่ทำให้ประเทศพัฒนา

ไม่ใช่หัวหน้ากลุ่มฟรีแลนซ์

แม้แต่ภายใน 12 ส.ส.ในกลุ่ม กทม.เอง ถูกมองว่ามีการแบ่งก๊วน ทั้งกลุ่ม 6 ส.ส.ดาวฤกษ์ มี “มาดามเดียร์” วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นหัวหน้าก๊วน

สมาชิกมี นายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.เขตหนองจอก นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.เขตคลองเตย-วัฒนา น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.เขตราชเทวี-พญาไท-จตุจักร น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง และ น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.เขตดุสิต-บางซื่อ

“ดร.ส้ม” เธอถูกยกให้เป็น “หัวหน้ามุ้งฟรีแลนซ์” เธอปฏิเสธทันควัน ไม่เป็นความจริงเลย วันแรกของการทำงานในพื้นที่เลือกตั้ง กทม. ที่มีพี่บี (นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์) เป็นประธานยุทธศาสตร์ กทม. เป็นทีมอย่างไรวันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น ส่วนจะมีกลุ่มมีก๊วนอื่นไปตั้งใหม่หรือไม่ ไม่ทราบเจตนา

เธอมีมุมมองการมีกลุ่ม-มีก๊วนในพรรคในความหมายส่วนตัวว่า เราอยู่ กทม. เราทำงานกันมา เราทำงานกันมาด้วยใจ เราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว

ด้วยสภาพพื้นที่มีลักษณะเดียวกัน ย่อมมีการประสานงานกัน หารือกัน ต้องโฟกัสอยู่กับ กทม.เพื่อที่จะผลัดันนโยบายให้คนกรุงเทพฯดีขึ้นคล้าย ๆ กันกับของแต่ละภาค สภาพพื้นที่แต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้น คนไหนจะสนิทกับกลุ่มไหนอย่างไร อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมคล้าย ๆ กัน ดังนั้น มีข้อนโยบายที่ต้องหารือปรึกษาหารือ

ส่วนที่คนข้างนอกมองในแง่ลบว่า การตั้งกลุ่ม-ตั้งก๊วนเพื่อต่อรองตำแหน่งทางการเมือง มากกว่าการทำเพื่อประชาชนนั้น เธอตอบว่า ขึ้นอยู่กับเจตนาของแต่ละบุคคล ส่วนตัวทำงานตรงนี้ ไม่ได้มีนัยอะไร ตั้งใจทำงานให้กับประชาชนจริง ๆ

ไขข้อข้องใจเด็กเส้น-เด็กสร้าง

ทันทีที่ “ดร.ส้ม” รับตำแหน่งโฆษกพรรค เธอถูก “รับน้อง” เป็นเด็กสร้าง-เด็กเส้น ทำให้ได้รับตำแหน่งโฆษกพรรค รวมถึงนั่งเป็นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ-วิสามัญ และอนุฯ กมธ. ตลอดจนที่ปรึกษาในสภาผู้แทนราษฎรหลายคณะ

เธอยืนยันว่า ทุกตำแหน่งไม่เคยวิ่งขอตำแหน่ง รวมถึงตำแหน่งโฆษกพรรคที่ได้มาเพราะผู้ใหญ่ไว้ใจ-เห็นความตั้งใจ

“หัวหน้าพรรคมอบความไว้วางใจให้เรา ผ่านการหารือจาก กก.บห.พรรค ผู้ใหญ่เห็นความตั้งใจของเรา ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทใด ตำแหน่งใด ส้มจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่เคยวิ่งขอตำแหน่ง”

ไม่ใช่เด็กสร้างหรือเด็กเส้นใครแน่นอน อาจจะมีเรื่องของการเมืองภายในพรรคเข้ามาเกี่ยวข้อง เวลาได้รับตำแหน่งอาจจะมีทั้งคนที่ชอบเราและไม่ชอบเรา จึงมีการสร้างกระแสข่าวขึ้นมา พร้อมชี้แจงให้เข้าใจ

“ในการเลือกตั้งในเขต กทม.ที่ผ่านมา เราเหมือนครอบครัวเดียวกัน พี่บี (พุทธิพงษ์) พี่ตั้น (ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ) และผู้ใหญ่หลายคนเห็นความตั้งใจในการทำงานของเรา”

ส่วนที่มีข่าวนั่ง กมธ.คนเดียว 9 คณะไม่ใช่สาระสำคัญ กมธ.ที่ได้เข้าไปนั่งเช่น กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนฯ เรามองว่าสิ่งใดที่เราอยู่แล้วเราทำงานได้ เราสนใจ

พรรคมองเวลาใครตั้งใจทำงานก็ชวนกันมา หรือบางคณะเพื่อน ๆ สมาชิกไม่ได้ให้ความสนใจ ซึ่งพรรคมีสัดส่วนของพรรค ก็ต้องหาคนเข้าไปทำงาน

“ไม่ว่าส้มจะอยู่ กมธ.ไหน ไม่ได้สนใจว่าคณะไหนที่คนอยากจะเข้าไปมีบทบาทเยอะแยะ แต่ส้มสนใจว่าเข้าไปทำงานให้กับส่วนรวมได้มากน้อยแค่ไหน”

“ดร.ส้ม” ปฏิเสธด้วยความมั่นใจว่า ข่าว “วิรัช จัดให้” ไม่เป็นความจริง เพราะการจะให้ใครไปนั่งในคณะอนุฯ กมธ.ใดไม่ใช่เป็นการตัดสินใจของประธานวิป (วิรัช รัตนเศรษฐ)

วันนี้ส้มรับหน้าที่ตรงนี้ มีภาระงาน ไม่ว่าจะเป็น ส.ส.เขต โฟกัสงานสภาและงานพื้นที่ วันนี้ได้รับความไว้วางใจให้เป็นโฆษกพรรค ล้วนเป็นหน้าที่สำคัญและอยู่เหนือกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ที่พยายามโจมตี ดิสเครดิต มีเจตนาอะไร ซึ่งไม่เป็นจริง

คณะอนุฯบางคณะเข้าไปเป็นที่ปรึกษา ไม่ได้รับเงิน เช่น ที่ปรึกษากระบวนการยุติธรรมเกี่ยวกับคดีข่มขืน ซึ่งคณะข่มขืนเป็นเหมือนคณะที่เราเป็นคนปลุกปั้นมากับมือ จึงเป็นภาระที่เราต้องรับผิดชอบด้วย เพื่อเข้าไปติดตามผล

ดร.ส้มบอกถึงทัศนคติของเธอต่อระบบอุปถัมภ์-การมีคอนเน็กชั่นว่า ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้คอนเน็กชั่นนั้นอย่างไร ส้มจะทำตัวเหมือนเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว พร้อมที่จะเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ

มองว่าเป็นประโยชน์จากการอบรมหลักสูตรต่าง ๆ ได้ประสบการณ์จากเพื่อน ๆ พี่ ๆ เป็นการสั่งสมประสบการณ์ทางอ้อม เป็นข้อดีจากการได้รู้จักคนหลาย ๆ คน เช่น พี่บี-พุทธิพงษ์ ทำให้เราไม่ยืนอยู่กับที่ พัฒนาตัวเองต่อไปให้ดียิ่งขึ้น

ชงขึ้นทะเบียนคนพ้นคุก

“ดร.ส้ม” ในฐานะผู้เสนอญัตติตั้ง กมธ.ป้องกันการข่มขืนฯ เนื่องจากก่อนหน้าเธอเป็นอาจารย์ทางด้านอาชญาวิทยา สัมผัสเรื่องผู้หญิง เด็กและเยาวชนมา จึงเห็นปัญหาที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ต้องมาช่วยกันแก้ปัญหา

“วันนี้เราเป็น ส.ส.แล้ว เราอยู่เฉยไม่ได้ เราทำอะไรให้สังคมได้บ้าง เราเห็นว่าการล่วงละเมิดทางเพศ การถูกข่มขืนเป็นหน้าข่าวทุกวัน โทษทุกวันนี้สูงสุดแล้วคือ การประหารชีวิต แต่ทำไมปัญหายังเกิดขึ้น เป็นสิ่งที่เราอยากผลักดัน”

ประการแรก การสร้างสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย ไม่เปิดโอกาสให้เกิดการกระทำความผิด เช่น ติดไฟส่องสว่าง ใช้เทคโนโลยีเพื่อป้องกัน ชุมชนมีส่วนร่วมสอดส่องดูแล

ประการที่สอง การลงทะเบียนผู้กระทำความผิด เริ่มจากผู้กระทำผิดร้ายแรง ความเสี่ยงสูงในการกระทำความผิดซ้ำ เพื่อติดตามคนเหล่านั้นเมื่อกลับไปสู่สังคม ป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

สลายขั้วการเมืองสร้างชาติ

ในฐานะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่-เธอมองการชุมนุมของนักศึกษา-แฟลชม็อบว่า ทุกคนมีสิทธิแสดงออก แต่ต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย วันนี้สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญคือ การช่วยกันกู้วิกฤตโควิด-19 รวมถึงฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล

ไม่อยากให้แบ่งว่าเป็นการเมืองของคนรุ่นเก่าหรือคนรุ่นใหม่ วันนี้อยากเห็นมิติทางการเมืองใหม่ อยากเห็นความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ฝ่ายค้าน รัฐบาล ภาคประชาชนช่วยกันเสนอแนะ ในช่วงวิกฤตเพื่อร่วมกันสร้างประเทศไปด้วยกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...