โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอดรหัส 599 พุทธทาสหัวใจเพชรแห่งเมืองเว้ ภิกษุเวียดนามเผาตัวเอง ประท้วงรัฐบาล

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 19 เม.ย. 2564 เวลา 03.49 น. • เผยแพร่ 19 เม.ย. 2564 เวลา 03.49 น.
A Buddhist monk stands next to a banner with a picture of monk Thich Quang Duc, who set himself on fire on a busy Saigon street corner in 1963, at the at Vietnam Quoc Tu pagoda in Ho Chi Minh City on June 3, 2018. - Vietnam marked the 55th anniversary of the self-immolation of Thich Quang Duc, the monk whose fiery protest came to symbolise the repression of the US-backed South Vietnamese regime against Buddhism. (Photo by Kao NGUYEN / AFP)

พระพุทธศานาเป็นศาสนาที่เกิดจากการตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อกว่า 2,600 ปีที่ผ่านมาและดำรงอยู่เพราะพุทธบริษัท 4 ได้แก่ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา หนึ่งในพระภิกษุผู้ทำหน้าที่สมณทายาทที่ชาวโลกต่างจำภาพของท่านได้ดีซึ่งเผาตนเองจนถึงแก่มรณภาพ เพื่อประท้วงการดำเนินการฟ้องร้องกับผู้นับถือศาสนาพุทธโดยรัฐบาลของประเทศเวียดนามใต้ ซึ่งมีผู้นำชื่อประธานาธิบดี โง ดิ่ญ เสี่ยม (Ngô Đình Diệm) เป็นผู้บริหารอยู่ในช่วงเวลาสมัยนั้น

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ภิกษุเวียดนามเผาตัวเอง ประท้วงการเลือกปฏิบัติทางศาสนาในเวียดนามใต้

พระภิกษุรูปนั้นถูกยกย่องว่าเป็น Thích(ทิก) เพราะเป็นผู้ยอมพลีชีพถวายให้แก่พระพุทธศาสนาในประเทศเวียดนามใต้ ผู้มีนามอุโฆษว่า กว่าง ดึ้ก (Quảng Đức) หรือ ท่านทิก กว่าง ดึ้ก (Thích Quảng Đức)อายุ 73 ปี สมณะผู้ตัดสินใจออกเดินทางจากวัดเทียนมู่ เมืองเว้ ประเทศเวียดนาม พร้อมกับรถยนต์เลขทะเบียน DBA 599 ซึ่งนอกจากจะมีท่านและลูกศิษย์ 2 รูป ติดตามไปด้วยแล้ว ท้ายรถมีถังน้ำมันใหญ่ซึ่งมีปริมาตร 5 แกลลอนอยู่อีกด้วย ในคืนวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2506

เมื่อรถยนต์คันดังกล่าวขับเข้าสู่เมืองไซ่ง่อน (ปัจจุบันคือเมืองโฮจิมินห์) ในวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2506 ท่านทิก กว่าง ดึ้ก ได้เขียนข้อเรียกร้องถึง 6 ข้อ ให้รัฐบาลหยุดทารุณกรรม จากนั้นท่านก็ได้เข้าสู่ขบวนพุทธศาสนิกชนประมาณ 1,000 คน ด้วยความสงบ เพื่อไปสวดมนต์อุทิศส่วนกุศลให้พระภิกษุ สามเณร แม่ชี และพุทธศาสนิกชนที่ถูกเจ้าหน้าที่ขับรถพุ่งชนขบวนผู้ประท้วงเสียชีวิตในวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2506 ที่ผ่านมา (มีพระและนางชีเสียชีวิต 70 คน ชาวพุทธอื่นๆ อีก 30 คน)

จากนั้นขบวนชาวพุทธก็เดินต่อไปอย่างสงบ โดยมีรถยนต์หมายเลขทะเบียน DBA 599 ไปยังกลางเมืองไซ่ง่อน แล้วได้จอดลง ณ สี่แยกใกล้กับที่พักของท่านประธานาธิบดีโง ดิ่ญ เสี่ยม (Ngô Đình Diệm) โดยภิกษุติดตามรูปหนึ่งนำเอาหมอนรองมาวางไว้บนถนน และอีกรูปหนึ่งไปเปิดท้ายรถแล้วนำถังน้ำมันออกมา

ในขณะนั้นกลุ่มผู้เดินขบวนประท้วงได้นั่งรายล้อมท่านกว่าง ดึ้กเป็นวงกลม และในที่สุดท่านได้นั่งขัดสมาธิเพชรอย่างเงียบสงบ แสดงอาการแห่งยอมตนเป็นพุทธทาสที่จะไม่ยอมตกเป็นทาสของใครอื่นอีกแล้ว พระภิกษุผู้ทำหน้าที่ถือถังน้ำมันตั้งใจราดน้ำมันตั้งแต่ศีรษะของท่านกว่าง ดึ้ก ซึ่งท่านนั่งอย่างเงียบสงบ คงมีมือเท่านั้นที่ท่านใช้หมุนลูกประคำไม้ พร้อมกับบทสวดภาวนาว่า Nam mo A Di Da Phat (Homage to Amitabha Buddha) แปลว่า ขอนอบน้อมพระอมิตาภพุทธะ ก่อนที่พระภิกษุอีกรูปจะจุดไม้ขีดไฟและปล่อยให้หล่นลงไปบนรอยน้ำมันแล้วเกิดเป็นเปลวเพลิงจนร่างกายของท่านถึงแก่กาลมรณภาพ

หลังจากท่านมรณภาพแล้วได้นำร่างไปทำพิธีฌาปนกิจอีกครั้งแต่ “หัวใจ” ที่ได้จากศพของท่านไม่ไหม้เป็นเถ้าถ่านกลับงามดุจดั่ง “เพชร” ที่ประดับไว้ในพระพุทธศาสนา และท่านถูกกล่าวว่าเป็นผู้มีชีวิตประดุจดั่งพระโพธิสัตว์ทิก กว่าง ดึ้ก

โดยขอนำโอวาทของท่านทิก กว่าง ดึ้ก มาแสดงไว้ดังนี้

“ขอเอาชีวิตน้อยๆ ของอาตมะนี้เพื่อเป็นประทีปส่องใจอันมืดมนของพี่น้องชาวเวียดนาม อาตมะขอตายเพื่อไถ่บาปพี่น้องชาวเวียดนามทุกๆ คน ขอให้เลิกเข่นฆ่ากัน อาตมะไม่ได้ตายเพราะความโง่เขลา อาตมะไม่ได้ฆ่าตัวตายเพราะมิจฉาทิฏฐิ แต่อาตมะตายเพื่อคนหูหนวกจะได้ยินเสียง เพื่อคนตาบอดจะมาเห็นแสงสว่าง เพื่อยุติการเข่นฆ่าคนเวียดนามสายเลือดเดียวกัน”

ปัจจุบันรถยนต์ทะเบียนDBA 599 ยังคงจอดอยู่ในโรงเก็บรถของวัดมู่หลาน เมืองเว้ ประเทศเวียดนาม เพื่อเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า พุทธทาสหัวใจเพชรแห่งเมืองเว้ ท่านทิก กว่างดึ้ก ผู้ใช้รถยนต์นี้เป็นรหัสสัญญาณเพื่อพาส่ำสัตว์ข้ามพ้นจากสังสารวัฏนี้โดยใช้ชีวิตของท่านเป็นเดิมพัน!!!

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 มกราคม 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...