โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ใช้ KOL อย่างไรให้ได้ผลในตลาดจีน ตัวอย่างจาก 5 Case study สุดปังในปี 2018

Positioningmag

อัพเดต 01 มี.ค. 2562 เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2562 เวลา 00.57 น.

KOL หรือ Key Opinion Leader เป็นเครื่องมือที่ทรงอิทธิพลมากอย่างหนึ่งในการทำตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย สำหรับแบรนด์ที่ต้องการเจาะตลาดจีน ซึ่งมีทั้งความคล้ายและแตกต่างจากการทำอินฟลูเอนเซอร์มาร์เก็ตติ้ง (Influencer Marketing) ที่นิยมในไทย แต่เทคนิคอะไรที่ทำแล้วเห็นผลสำเร็จจับต้องได้ ยุคนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะลองเรียนรู้แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะแบรนด์ไทยที่สนใจกำลังมุ่งสู่ตลาดจีน ต้องไม่พลาดที่จะเรียนรู้จาก 5 กรณีศึกษาที่ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากของแบรนด์ในการใช้กลยุทธ์ KOL ในปี 2018 ที่ผ่านมา

I. ข้อได้เปรียบของแบรนด์สุดหรู KOL เข้าคิวรอให้ใช้งานฟรี 

KOL (Key Opinion Leader) หรือ Influencer Marketing คือบุคคลที่มีอิทธิพลทางความคิดบนโลกออนไลน์ที่สามารถโน้มน้าวคนหมู่มากได้ แต่เป็นที่รู้กันว่า KOL ในจีน ไม่ชอบโพสต์ผลิตภัณฑ์ฟรี แต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่ว่า หากเป็นแบรนด์มีชื่อเสียงที่แข็งแกร่ง KOL ก็พร้อมทำงานร่วมกับแบรนด์นั้น เพราะมองเห็นประโยชน์ที่สามารถเชื่อมแบรนด์เข้ากับภาพลักษณ์ของตัวเอง ทั้งการยกระดับภาพลักษณ์และสามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับตัวเองได้   

ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2018 ParkLu (แพลตฟอร์มผู้ให้บริการด้านอินฟลูเอนเซอร์) ซึ่งทำงานร่วมกับแบรนด์เครื่องสำอางหรูจากฝรั่งเศส โดยตั้งเป้าหมายว่าจะสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ พร้อมกับเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นลิมิเต็ดในตลาดจีนผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Weibo, WeChat และ Little Red Book โดยเน้นการสื่อสารช่วงเวลาวันหยุด

ทุกครั้งที่แบรนด์โพสต์แคมเปญการตลาด จะมี KOLมากกว่า 300 คน ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วม แม้ว่าจะไม่มีการจ่ายเงินให้ก็ตาม สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะ

  • เป็นแบรนด์เครื่องสำอางหรูและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีอยู่แล้ว
  • ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการโพสต์ซึ่งต้องส่งให้ KOL มีราคาค่อนข้างสูงประมาณ $146 - $ 292 (หรือ 1,000-2,000 หยวน)

ด้วยเหตุนี้ทำให้แบรนด์มีโอกาสเลือกเฟ้น KOL ที่ตรงกับความต้องการได้จริง เพราะต้องการใช้งานเพียง 50 คน แถมยังเปิดกว้างไม่จำกัดว่าจะเป็น KOl ด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะ แต่สามารถเป็นได้ทั้ง KOL ด้านความงาม ไลฟ์สไตล์ และการท่องเที่ยว KOL ซึ่งมีไลฟ์สไตล์เกี่ยวพันกับการใช้เครื่องสำอางทั้งสิ้น

โดย KOL ส่วนใหญ่ที่แบรนด์เลือก จะเป็น KOL ระดับกลาง อย่างไรก็ตาม แบรนด์จะเลือก KOL ระดับท็อปคลาสและไมโครไว้บางส่วน จุดประสงค์คือต้องการเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขวางขึ้น ทั้งนี้ในแต่ละแคมเปญแบรนด์จะใช้วิธีคัดเลือก KOLs ใหม่เกือบทั้งหมด

ผลลัพธ์ของแคมเปญ :

แต่แบรนด์นี้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากกว่า 138 ล้านราย และสร้างมูลค่าทางสื่อกว่า 8 ล้านดอลลาร์ ภายในหกเดือน โดยแทบไม่มีการใช้จ่ายใดๆ กับ KOL

II. Pechoin: ใช้ KOL ฟื้นฟูแบรนด์อายุเกือบ 100 ให้กลับมาครองใจวัยรุ่นจีน

ในช่วง 11.11 Shopping Festival ของปี 2018 ที่ผ่านมา Pechoin (百雀羚 อ่านว่า ไป่เชวี่ยหลิง) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของประเทศจีน ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มียอดขายสูงสุดในประเทศจีนที่มียอดขายสูงพอๆ กับแบรนด์จากตะวันตกในระดับโลก ที่กลับกลายมาเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในช่วง 11.11 ปีที่ผ่านมา

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ตัวแบรนด์ค่อนข้างเก่าแก่เพราะก่อตั้งมานานตั้งแต่ปี 1931 ทำให้ภาพลักษณ์ดูเชย และไม่ทันสมัย ส่งผลให้วัยรุ่นไม่นิยมซื้อใช้ บริษัทตัดสินใจรีแบรนด์ในปี 2017 เพียงระยะเวลา 1 ปี ก็สามารถทำให้แบรนด์กับมาสู่ความสนใจในหมู่วัยรุ่นหญิงชาวจีนอีกครั้ง

วิธีการคือ Pechoin ทำงานร่วมกับ KOL ในช่วงเวลา 11.11 Pechoin โดยเลือก KOL เหล่านี้ (ตามภาพ) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสามารถในด้าน “zhongcao” (จ๋งเฉ่า) คำนี้เป็นที่นิยมในหมู่นักการตลาดจีนในปี 2018 ซึ่งหมายถึงการปลูกฝังแนวคิดในใจของลูกค้า

KOL ทั้งสี่คนนี้สร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพสูงแบ่งปันประสบการณ์จริงโดยใช้ผลิตภัณฑ์ Pechoin และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ชมทดลองผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง ตัวอย่างเช่น @C 神 SEASON แชร์โพสต์บน Weibo ที่แบ่งปันประสบการณ์ของเธอในการทดสอบมาส์ก และบอกถึงผลลัพธ์หลังการใช้ ซึ่งโพสต์ของเธอเพียงคนเดียวมีคนอ่านมากกว่า 1.7 ล้านครั้งและมีการแสดงความคิดเห็นถึง 1,000 ความคิดเห็นและมีแฟน ๆ หลายคนตั้งใจที่จะซื้อผลิตภัณฑ์นี้ตามด้วย

ผลลัพธ์ของแคมเปญ :

ในช่วงสัปดาห์ของเทศกาลเซลล์วันคนโสด (11.11) ยังมี KOL ทั้งหมด 127 คนพูดถึง Pechoin ทำให้มีผู้ติดตามถึง 143 ล้านคน และสร้าง engagement มากกว่า 160,000 ครั้ง ผ่าน Weitao, Weibo, WeChat, Little Red Book และ Douyin

ParkLu ชอบอะไรเกี่ยวกับกรณีศึกษานี้ :

การทำงานกับ KOL ทำให้ Pechoin สามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ของพวกเขาด้วยการดึงดูดวัยรุ่นให้มาใช้ผลิตภัณฑ์ได้ และเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับแบรนด์อื่นๆ ที่ต้องการรีแบรนด์ของตัวเอง ด้วยการปรับภาพลักษณ์และสร้างค่านิยมใหม่ ทั้งยังทำให้ผู้บริโภคชาวจีนมั่นใจในแบรนด์ท้องถิ่นเพิ่มขึ้น

3. Nars: มาด้วยกลยุทธ์ผ่าน Weitao KOL

ในเดือนสิงหาคมของปีนี้ แบรนด์เครื่องสำอาง Nars เปิดตัวร้านใน Tmall อย่างเป็นทางการ ซึ่งหลังจากเปิดตัวร้านค้าแล้ว Nars ก็เริ่มไลฟ์บน Taobao Live พร้อมช่างแต่งหน้ามืออาชีพ

Nars จับมือกับ KOL ตัวท็อปบน Weitao (แพลตฟอร์มใหม่ของ Taobao) เช่น @ -Hani 月哥小海盗, @YunyUnyuN_ 你芸, @Janicekidd, @ 肉芸子ที่โปรโมตแบรนด์ด้วยการลงบทความ

นอกจากนี้ยังมีบล็อกเกอร์วิดีโออย่างเช่น @鱼酱的美妆心得 and @甜颜 จะมาคอยสอนวิธีการแต่งหน้า

อีกทั้ง Nars ยังทำงานร่วมกับหนึ่งใน 10 ของบิวตี้บล็อคเกอร์ @ 逢丁吉吉 โดยบอกแฟนๆ ว่าเธอจะเข้าร่วมในเทศกาลความงามช่วงวันวาเลนไทน์จีนของ Nars

ผลลัพธ์ของแคมเปญ :

Weitao KOL ทั้งหมดนั้นลิ้งค์กับร้าน Nars ใน Tmall ทำให้ภายในหนึ่งเดือนหลังการเปิดตัวที่ Tmall มีผู้ติดตามมากกว่า 486,000 คน

ParkLu ชอบอะไรเกี่ยวกับกรณีศึกษานี้ :

Weitao เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ถูกมองข้ามมากที่สุดในประเทศจีน ทั้งที่ Weitao อยู่ใกล้กับจุดของการทำธุรกรรมและผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์กับ Weitao เพราะต้องการซื้อของโดยเฉพาะ บทวิเคราะห์ของ ParkLu บอกว่า รู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นแบรนด์ใหญ่ที่ให้ความสำคัญตรงนี้เป็นอันดับแรกและ Weitao KOL ก็สามารถให้ผลลัพธ์อย่างดี

4. Semir : KOL ที่มีขนาดใหญ่กว่าไม่ได้หมายความว่าจะดีกว่าเสมอไป

การทำงานกับ KOL ตัวท็อปจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับแบรนด์ที่เพิ่งเริ่มต้นและต้องการสร้างชื่อเสียงวงกว้างในประเทศจีน แต่สำหรับแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักแล้ว การทำงานกับผู้มีอิทธิพลระดับกลางหรือไมโครอินฟลูเอนเซอร์จะเหมาะสมกว่าเพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน

แบรนด์แฟชั่นของจีน Semir แสดงให้เห็นในปี 2018 ที่ผ่านมา จากแคมเปญช่วงฤดูใบไม้ผลิ “What to Wear Tomorrow” เพราะแทนที่จะค้นหาใน Weibo และ WeChat KOLs ที่ได้รับความนิยมแล้ว Semir ใช้วิธี หาคนที่สามารถเป็นตัวแทนของแบรนด์ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งแบรนด์ได้ทำงานร่วมกับ Ting Wu ผู้เป็นบรรณาธิการด้านการจัดแต่งทรงผมของนิตยสารแฟชั่นชั้นนำของจีน YOHO! GIRL ซึ่งได้กลายเป็น The Face ของแคมเปญนี้

เนื้อหาของ YOHO! GIRL นั้น เน้นไปที่วัยรุ่นหญิงชาวจีนที่ทันสมัย พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ๆ รักอิสระ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ Semir ต้องการ ซึ่งแบรนด์เชื่อว่าไม่มีใครจะเหมาะสมเท่า Ting อีกแล้ว

ผลลัพธ์ของแคมเปญ :

Ting โพสต์ 2 โพสต์ในบัญชีทางการของ Semir ซึ่งมียอด engagementsกว่า 3 พันครั้ง และ hashtag # 明天穿什么 (พรุ่งนี้ใส่อะไรดี) แฮชแท็กของแคมเปญได้รับการติดตามกว่า 530 ล้านครั้งและถูกพูดถึงกว่า 119,000 ครั้ง

ParkLu ชอบอะไรเกี่ยวกับกรณีศึกษานี้ :

Semir ทำการบ้านมาดีเพราะหา KOL ที่สามารถเข้าถึงแฟน ๆ ด้วยการเสนอเรื่องราวของแบรนด์ และทุ่มเทไปที่เป้าหมายมากกว่าที่ต้องการดึงดูดความสนใจคนจำนวนมากเพียงอย่างเดียว และก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญ Semir ยังได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในด้านสื่อการตลาดของจีนในปี 2018 อีกด้วย

5. Coca-Cola: การสร้างห้องเสียงสะท้อน O2O

เพื่อให้ Coca-Cola Plus เป็นเครื่องดื่มอินเทรนด์สำหรับเยาวชนจีนรุ่นใหม่ โค้กเปิดตัวที่ครอบคลุมไม่ว่าจะออนไลน์หรือออฟไลน์ เพื่อสื่อว่าทุกคนล้วนต้องดื่มโคคา – โคลาพลัส

โดยโค้กจับมือมือร่วมกับผู้มีอิทธิพลในจีนที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นดาราชายสุดเซ็กซี่และ KOL ชั้นนำไปจนถึงร้านอาหารสุดเก๋และกิจกรรมยอดนิยม ทำให้โค้กกลายอยู่ในทุกๆ ที่ที่คนหนุ่มสาวให้ความสนใจ ยิ่งไปกว่านั้นการอัดงบโปรโมตทำให้เกิดกระแสสังคมออนไลน์อย่างยิ่งใหญ่อีกด้วย

ผลลัพธ์ของแคมเปญ :

แฮชแท็กของแคมเปญ #无负担尽享大餐ใน Weibo มีการติดตามถึง 20.95 ล้านครั้งและ 300,000 ความคิดเห็น การแสดงผลและยอด engagement ผ่านทุกแพลตฟอร์มในโซเชียลมีเดียมากกว่า 200 ล้านและ 2.5 ล้านตามลำดับ

ParkLu ชอบอะไรเกี่ยวกับกรณีศึกษานี้ :

บางแบรนด์อาจคิดว่ามันน่าแปลกที่โค้กไม่ต้องการให้ KOL รวมลิงก์ของผลิตภัณฑ์ใด ๆ ลงในโพสต์ เพราะความจริงแล้วพวกเขาต้องการเน้นไปที่การสร้างความสัมพันธ์กับแบรนด์ รวมไปถึงยอดขายออฟไลน์โดยมีการทำงานร่วมกับร้านอาหารยอดนิยมเพื่อโปรโมตเครื่องดื่มใหม่ การผนึกกำลังด้านออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน มีผลทำให้แคมเปญโดดเด่นและถูกพูดถึงในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

ทุกตลาดมีลักษณะเฉพาะของตัวเองตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน แต่เชื่อว่าจากกรณีศึกษาการใช้ KOL ของแบรนด์ดังในตลาดจีนที่ยกมาทั้ง 5 เรื่องนี้ มีหลายมุมที่สามารถศึกษานำมาปรับใช้กับตลาดไทยได้ไม่ยากเช่นกัน.

ที่มา : https://jingdaily.com/5-kol-marketing-case/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...