โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรงแรมภูเก็ต8พันห้องวิกฤตขาดน้ำ ซื้อน้ำดิบขุมเหมือง-ต่อท่อจากพังงา

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 05 มี.ค. 2562 เวลา 11.27 น.

โรงแรมภูเก็ต 8,000 ห้องวิกฤต “หาดกะตะ-หาดกะรน-หาดป่าตอง” ขาดน้ำกิน-น้ำใช้มากว่า 2 เดือนแล้ว “ผู้ว่าฯ-กปภ.” นั่งไม่ติด เหตุน้ำในอ่างเหลือน้อยไม่พอผลิตประปา งัดแผนระยะสั้น-ยาว ซื้อแหล่งน้ำดิบขุมเหมืองเอกชน ตั้งสถานีผลิตเพิ่ม 7 จุด ลงทุน 3 พันล้านต่อท่อส่งน้ำ 60 กม.จากพังงาเข้าภูเก็ต

นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ และเจ้าของโรงแรมเดอะวิจิตร รีสอร์ทภูเก็ต เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ภัยแล้งเริ่มส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมหลายแห่ง น้ำประปาไม่ไหล และไหลอ่อน โรงแรมต้องซื้อน้ำจากเอกชน ทำให้ภาวะต้นทุนเพิ่มขึ้น และส่งผลให้การจราจรติดขัดมากขึ้น เพราะมีปริมาณรถขนน้ำบนถนนสายต่าง ๆ ทั่วจังหวัด

“ผมเป็นเจ้าของโรงแรมเดอะวิจิตร รีสอร์ทภูเก็ต โรงแรมระดับ 5 ดาว มีรถน้ำใช้เอง ซื้อที่ดินไว้ขุดบ่อน้ำขนน้ำใช้เอง วางแผนจัดการปัญหาขาดแคลนน้ำไว้หลายปีแล้ว ซึ่งเป็นปัญหาที่ทุกโรงแรมต้องวางแผนแก้ปัญหาเพื่อให้น้ำเพียงพอกับความต้องการใช้น้ำของแต่ละโรงแรม ปัจจุบันมีการซื้อน้ำเพิ่ม มีการสัมปทานบ่อน้ำของเอกชนอยู่แล้ว หากต้องมีบ่อเสริมค่าใช้จ่ายสูงกว่าราคาบ่อหลักถึง 2 เท่า”

ขณะนี้ทางภาครัฐได้เร่งบริหารจัดการขุมเหมืองจำนวน 8 ขุมเหมือง ซื้อน้ำเข้ามาใช้ในการประปาภูมิภาค ขณะที่กรมชลประทานได้แจ้งว่า ยังมีน้ำใช้ถึงเดือนพฤษภาคม 2562

นายก้องศักดิ์กล่าวว่า ต้องการให้ภาครัฐวางโครงการระยะยาว ในการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ เพราะปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยว และปริมาณโรงแรมเติบโตขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ภูเก็ตยังไม่มีโครงการขนาดใหญ่แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำปัจจุบันมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองกะทะ อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ และมีน้ำจากเขื่อนบางวาดที่ส่งเข้าทำน้ำประปา แต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการใช้น้ำ 110 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี คาดว่าภายในปี 2575 ต้องการใช้น้ำถึง 150 ล้านลูกบาศก์เมตร ความจุของอ่างเก็บน้ำไม่เพียงพอ ควรดำเนินการต่อท่อส่งน้ำจากสุราษฎร์ธานี หรือส่งน้ำจากจังหวัดข้างเคียงเพื่อให้มีน้ำประปาใช้ในภูเก็ตได้แบบยั่งยืน

สำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวของภูเก็ต และภาคใต้ ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ถือว่าดีมาก อัตราเข้าพักอยู่ที่ 90% แม้ไม่มากกว่าปีที่แล้ว ส่วนเดือนมีนาคม-เมษายนคาดว่าทรงตัว ถ้าลดลงไม่เกิน 5% อัตราเข้าพักจะอยู่ที่ 70-80% โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่จะมีนักท่องเที่ยวมากขึ้น

หวั่น รร. 8 พันห้องวิกฤตน้ำ

นายบุญ ยงสกุล ประธานกรรมการ บริษัท โบ๊ทพัฒนา จำกัด และบริษัท โบ๊ท แอสเซท แมนเนจเมนท์ จำกัด ในเครือภูเก็ต โบ๊ท ลากูน ผู้ประกอบการธุรกิจมารีน่า โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ จ.ภูเก็ต เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้พื้นที่ จ.ภูเก็ต เริ่มเข้าสู่ภาวะแล้งมาตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ เพราะฝนไม่ตก เทียบกับปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ขาดแคลนน้ำในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง เช่น บริเวณหาดป่าตอง อ.กะทู้, อ.ถลาง มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้

ขณะที่ปริมาณนักท่องเที่ยวเริ่มมียอดจองเข้ามาเต็มทุกเทศกาลที่ผ่านมาและปริมาณโรงแรมเพิ่มขึ้นมาก จาก 8,000 ห้อง เป็น 9,000 ห้องในปี 2563 เรื่องนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ หลายหน่วยราชการเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หลายแห่งต้องซื้อน้ำจากแหล่งน้ำของเอกชนไปให้บริการประชาชน ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีความพยายามให้ กปภ.เดินท่อส่งน้ำใหญ่เพื่อดึงน้ำจาก จ.พังงาเข้ามาใช้ คาดว่าจะใช้การได้ในหน้าแล้งปี 2563

กปภ.วางท่อดึงน้ำพังงามาใช้

แหล่งข่าวจากการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้ภูเก็ตเกิดวิกฤตภัยแล้งค่อนข้างมากตั้งแต่ช่วงต้นปี เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำบางวาด อ่างเก็บน้ำคลองบางเหนียวดำ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบมีปริมาณน้อย คาดว่าจะไม่เพียงพอจะมาผลิตน้ำประปาได้ ดังนั้นทาง กปภ.จำเป็นต้องเตรียมแผนรับมือ ด้วยแผนระยะสั้นเร่งซื้อน้ำดิบจากเอกชน และขุมเหมืองต่าง ๆ เพิ่มขึ้น

ส่วนแผนระยะกลาง ได้เตรียมแผนสำรองไว้ 2 ส่วน คือ จะตั้งสถานีผลิตน้ำของเอกชนเพิ่มขึ้นอีก 7 จุด เพื่อมาเสริมกำลังการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการ หากภาวะแล้งฝนทิ้งช่วงยาวไปถึงเดือนมิถุนายน ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับเอกชนที่จะนำแหล่งน้ำใน จ.พังงา เข้ามาผลิต และต้องการซื้อน้ำดิบเพิ่มจากบริษัทเอกชนอีก 7 ราย ที่วางท่อจากจ.พังงา เข้ามาเสริม เนื่องจากแผนการตั้งสถานีผลิตน้ำ 7 แห่ง ต้องใช้เวลาการจัดซื้อจัดจ้างและระยะเวลาก่อสร้างจะแล้วเสร็จเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะไม่ทันรองรับภาวะวิกฤตที่อาจเกิดขึ้น

ทุ่ม 3 พันล้านต่อท่อ 60 กม.

ส่วนแผนระยะยาวได้เตรียมโครงการวางท่อส่งน้ำ ระยะทาง 60 กม. มูลค่า 3,000 ล้านบาท เพื่อจะดึงน้ำจากคลองพังงา อ.เมือง จ.พังงา เข้ามาที่สถานีเก็บน้ำบริเวณสะพานสารสิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ขณะนี้โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างประสานงานเรื่องที่ดินกับประชาชนที่ท่อจะพาดผ่าน และอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับการก่อสร้างจะแบ่งเป็น 2 เฟส คาดว่าปริมาณน้ำที่ได้จะเพียงพอใช้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ประมาณ 10-20 ปี โดยมีตัวเลขคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำ ปี 2570 ประมาณ 78 ล้าน ลบ.ม. และปี 2580 เพิ่มเป็น 101 ล้าน ลบ.ม. แต่ตามโครงการจะเริ่มก่อสร้างโครงการโดยใช้งบประมาณปี 2565

เตรียมแก้แล้งรับนักท่องเที่ยว 

ทั้งนี้ ภูเก็ตมีปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจาก 17 ล้านคน ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น แต่หลายปีที่ผ่านมา กปภ.ภูเก็ตไม่มีแหล่งน้ำดิบมาผลิตน้ำประปาให้บริการได้เพียงพอกับความต้องการใช้ ปี 2560 ความต้องการน้ำประมาณ 61 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อปี แต่ กปภ.ภูเก็ตผลิตน้ำได้ประมาณ 48,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือประมาณ 18 ล้าน ลบ.ม.ต่อปีเท่านั้น

ดังนั้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้ซื้อน้ำจาก 2 บริษัท คือ บริษัท REQ จำกัด ซึ่งนำน้ำมาจาก 2 แหล่ง คือ 1) น้ำทะเลมาผลิตเป็นน้ำ RO ประมาณ 12,000 ลบ.ม./วัน ราคา 50 บาท/คิว ราคาซื้อน้ำที่ กปภ.ต้องรับภาระประมาณ 120 ล้านบาทต่อปีเพื่อเสริมให้กับแหล่งท่องเที่ยวหาดกะตะหาดกะรน และหาดป่าตอง 2) จากแหล่งน้ำผิวดิน 16,000 ลบ.ม./วัน ราคา 14 บาทต่อคิว เพื่อเสริมให้กับแหล่งท่องเที่ยวบริเวณหาดป่าตอง อ.กะทู้ และ ต.ฉลอง รวมถึงการซื้อน้ำจากบริษัท อัลฟาโฟร์ จำกัด ซึ่งนำน้ำจากขุมเหมืองเจ้าฟ้ามาผลิตน้ำอีกประมาณ 3,000 คิว/วัน ทำให้ กปภ.ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเรื่องการซื้อน้ำดิบค่อนข้างมากมาต่อเนื่องหลายปีแล้ว

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...