โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แผนเสด็จประพาสอเมริกาของรัชกาลที่ 5 ข่าวใหญ่ที่ไม่ได้ขึ้นหน้าหนึ่ง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 06 พ.ค. 2565 เวลา 23.59 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2565 เวลา 23.59 น.
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงประทับบนรถม้าพระที่นั่งที่กรุงเบอร์ลิน (ภาพจากหนังสือไกลบ้าน)

รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสทวีปยุโรปถึง 2 ครั้ง ใน พ.ศ. 2440 และ พ.ศ. 2450 ด้วยเป็นพระราชวิเทโศบายเพื่อรักษาเอกราชของชาติท่ามกลางการรุกคืบของจักรวรรดินิยมตะวันตก และเพื่อฟื้นฟูพระพลานามัยและรักษาพระอาการประชวร ใช่แต่ยุโรปเท่านั้น แม้แต่ประเทศอาณานิคมอย่าง สิงคโปร์, อินเดีย ก็ทรงเคยเสด็จประพาสทั้งสิ้น แล้วเหตุใดพระองค์จึงไม่ทรงเสด็จฯ อเมริกาบ้าง เพราะแม้เวลาจะเป็นประเทศเกิดใหม่ หากก็มีแววรุ่ง

ไกรฤกษ์ นานา มีคำตอบในเรื่องนี้ไว้ในบทความของเขาที่ชื่อ “หลักฐานใหม่ ตื่นตาตื่นใจ แผนรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสอเมริกาข่าวใหญ่ที่ไม่ได้ขึ้นหน้าหนึ่ง” (ศิลปวัฒนธรรม, กันยายน 2550) ไว้ดังนี้ (จัดย่อหน้าใหม่และสั่งเน้นคำโดยกองบรรณาธิการ)

โครงการเสด็จประพาสสหรัฐอเมริกา ในรัชกาลที่ 5 ค.ศ. 1901

ความสัมพันธ์ของสยามกับสหรัฐอเมริกาสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นจุดบอดในประวัติศาสตร์ไทย เคยมีผู้เขียนข้อความสั้นๆ ว่าใน ค.ศ. 1901 (พ.ศ. 2444) รัชกาลที่ 5 โปรดให้จัดตั้งสถานทูตสยามขึ้นในสหรัฐอเมริกา และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้พระยาอัครราชวราการ (ภัสดา บุรณศิริ) เป็นราชทูตคนแรกที่ไปประจำ ณ ที่นั้น [1]

หลักฐานใหม่ชี้ชัดว่าในความเป็นจริง ปี ค.ศ. 1901 นั้นเป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ เพราะรัชกาลที่ 5 ทรงตัดสินพระทัยเสด็จประพาสสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ แต่ข้อมูลบางอย่างก็ขาดหายไปเสียเฉยๆ ถึงกระนั้นก็ยังเป็นสมมุติฐานหนึ่งที่ทำให้เชื่อว่าภายหลังความผิดหวังที่ไม่ทรงสามารถบรรลุจุดมุ่งหมายให้พระเจ้าซาร์รัสเซียเข้าแทรกแซงกรณีพิพาทกับทางฝรั่งเศสแล้ว ต่อมาไม่นานภายหลังเหตุการณ์กบฏนักมวย (Boxer Rebellion) ค.ศ. 1900 (พ.ศ. 2443) ที่นโยบายเชิงบวกของสหรัฐอเมริกาถูกประชาสัมพันธ์ออกไป แผนงานต่างๆ จึงดูเข้ารูปเข้ารอยขึ้น

การเตรียมการเสด็จฯ ถูกตั้งเป็นโครงการขึ้นทันที ติดตามด้วยหมายกำหนดการเสด็จฯ ก็ถูกจัดส่งไปยังสหรัฐอเมริกาและสื่อมวลชนต่างๆ ตามแผน คือ รัชกาลที่ 5 จะเสด็จฯ พร้อมด้วยพระบรมราชินีไปยังนครซานฟรานซิสโกในสหรัฐอเมริกาโดยตรง โดยเรือพระที่นั่งมหาจักรี และประธานาธิบดีแม็คคินลีย์พร้อมด้วยคณะรัฐบาลจะรอรับเสด็จอยู่ที่ปลายทาง [2]

หนังสือพิมพ์ชั้นนำของสหรัฐอเมริกาฉบับหนึ่งลงวันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 1901 เผยแพร่หมายกำหนดการเสด็จฯ เยือนสหรัฐอเมริกาของรัชกาลที่ 5 พร้อมกับลงภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระเจ้าอยู่หัว พระราชินี และพระราชโอรสให้คนอเมริกันได้เห็น และเปิดเผยรายละเอียดต่อไปนี้

พระเจ้ากรุงสยามจะเสด็จประพาสสหรัฐอเมริกา

จุฬาลงกรณ์, พระมหากษัตริย์แห่งสยาม มีรับสั่งมายังท่านแฮมิลตัน คิง กงสุลอเมริกันประจำกรุงเทพฯ ว่า มีพระราชประสงค์จะเสด็จฯ เยือนสหรัฐอเมริกาในเร็วๆ นี้ และเพื่อให้พระเกียรติยศเป็นที่ปรากฏออกไป รัฐบาลสยามขอให้ ฯพณฯ ประธานาธิบดีแม็คคินลีย์ได้กราบบังคมทูลเชิญเข้ามาอย่างเป็นทางการในลักษณะจดหมายเชิญ เพื่อเป็นที่ประจักษ์ว่าทรงเป็นพระราชอาคันตุกะระดับผู้นำประเทศที่ทรงเกียรติ

ซึ่งถึงแม้จะมิใช่ธรรมเนียมปกติของสหรัฐอเมริกา แต่ทางรัฐบาลก็พร้อมจะสนองตอบพระราชโองการนี้ด้วยความยินดี โดยที่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดรัฐบาลสยามจะรับผิดชอบเอง จุดมุ่งหมายของการมาก็เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีในระดับรัฐบาล เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจและการเมือง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จฯ ตรงมายังนครซานฟรานซิสโก พร้อมด้วยพระบรมราชินีและพระบรมวงศานุวงศ์ด้วยเรือพระที่นั่งมหาจักรี ณ ที่นั้นผู้แทนของประธานาธิบดี คณะรัฐบาล และผู้นำกองทัพจะคอยรับเสด็จ และตามเสด็จไปในที่ต่างๆ ดังเช่นที่เคยกระทำ เมื่อท่านดุ๊คแห่งเวรากัวจากสเปนเดินทางมาร่วมงานมหกรรมโลกคราวที่แล้ว ทางรัฐบาลได้ประสัมพันธ์ให้ทางสื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบแล้วถึงจุดประสงค์ของการเสด็จฯ …ให้เกิดข่าวลือที่เสื่อมเสียเหมือนครั้งเสด็จประพาสยุโรปเมื่อ 4ปีที่แล้ว ซึ่งไม่เป็นที่พอพระทัยของพระองค์เลย และเพื่อเทิดพระ เกียรติของราชบัลลังก์อย่างดีที่สุด

พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเทวะวงศ์ฯ เสนาบดีว่าการต่างประเทศของสยาม แจ้งมายังกงสุลคิงว่า มีพระราชประสงค์จะเสด็จฯ แบบกึ่งราชการ หมายกำหนดการทั้งหมดบัดนี้อยู่ในความรับผิดชอบของทางการแล้ว

เมื่อปีที่แล้ว การค้าขายระหว่างสหรัฐอเมริกาและสยาม เพิ่มถึง 100%การเสด็จฯ ครั้งนี้ เปรียบเสมือนการส่งเสริมความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจอีกด้วย สินค้าของสหรัฐอเมริกาเริ่มเป็นที่ยอมรับมากขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักถึงความใกล้ชิดระหว่างสหรัฐอเมริกากับญี่ปุ่น และมีพระราชดำริที่จะดำเนินตามเป้าหมายเดียวกัน โดยการเสด็จฯ มาทอดพระเนตรและหาข้อมูลด้วยพระองค์เอง (แปลจากรายงานข่าวใน HARPER’s WEEKLY ฉบับวันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 1901)

แต่ภายหลังที่ข่าวชิ้นนี้แพร่ออกไป ทุกอย่างก็พลันเงียบลงโดยกะทันหัน ขบวนเสด็จฯ มิได้ออกไปตามที่คาดหมายไว้ เหตุการณ์ที่ครึกโครมกว่าถูกพาดหัวหนังสือพิมพ์วันถัดมา

ประธานาธิบดีอเมริกันถูกลอบสังหาร

หนังสือพิมพ์ HARPER’s WEEKLY ฉบับวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 1901 พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งว่า ประธานาธิบดีแม็คคินลีย์ถูกลอบสังหารเสียแล้ว!

ประธานาธิบดีแม็คคินลีย์ อดีตผู้ว่าการรัฐโอไฮโอและหัวหน้าพรรครีพับลิกัน ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 ท่านมีกิตติศัพท์เป็นนักบริหารที่เฉียบแหลม ใจกว้าง มีอัธยาศัยดี นโยบายต่างประเทศของแม็คคินลี่ย์ ใน ค.ศ. 1900 ที่ฉุดให้สหรัฐอเมริกาก้าวกระโดดขึ้นมาบนเวทีโลกคือการตั้งนโยบายเปิดประตูกับจีน สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก การใช้วิธีกำราบความฮึกเหิมของมหาอำนาจยุโรปด้วยการรณรงค์ให้ชาติมหาอำนาจเคารพอธิปไตยของจีน สร้างความเลื่อมใสศรัทธาแก่ผู้นำเอเชียคนอื่นๆ ที่ประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับจีน

ภายหลังที่เข้ารับตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 ได้ 6 เดือน ท่านก็ถูกยิงในระยะเผาขน ขณะเปิดงานมหกรรมสินค้าแห่งชาติ (Pan-American Expo) ที่เมืองบัฟฟาโล ในมลรัฐนิวยอร์ก วันที่ 6 กันยายน ค.ศ. 1901 ท่านโดนยิงซ้ำถึง 2 ครั้ง โดยพวกหัวรุนแรงที่เรียกพวกอานาร์คิสต์ (Anarchist) ซึ่งแฝงตัวเป็นประชาชนเข้ามาสัมผัสมือแสดงความยินดีกับประธานาธิบดี โดยใช้วิธีแกล้งทำเป็นมือเจ็บและซ่อนปืนไว้ในผ้าพันแผลรอบมือ ฆาตกรอำมหิตคนนั้นชื่อนายคอลกอส (Leon Czolgosz) เขาถูกตำรวจคว้าตัวไว้ได้ในระหว่างชุลมุน

ท่านประธานาธิบดีทรุดฮวบลงเมื่อถูกยิง และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที แต่เสียชีวิตใน อีก 8 วันต่อมา เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหวจากอาการแผลติดเชื้อ ในวันที่ 14 กันยายน ค.ศ. 1901 [3]

การถึงแก่อสัญกรรมของแม็คคินลีย์ ทำให้มีการปรับคณะรัฐมนตรีและคัดเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ กิจการต่างๆ ที่รัฐบาลเตรียมไว้มีอันต้องชะงักไปด้วยทั้งหมด รวมถึงโครงการเสด็จประพาสสหรัฐอเมริกาของรัชกาลที่ 5ที่ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

เอกสารประกอบการค้นคว้า :

[1] สงวน อั้นคง. สัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศ. กรุงเทพฯ : แพร่พิทยา, 2504

[2] HARPER’S WEEKLY. New York, ฉบับวันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 1901

[3] พูนศักดิ์ ศักดานุวัฒน์. เบื้องหลังสังหารโหด 20รัฐบุรุษของโลก. กรุงเทพฯ: เสริมวิทย์บรรณาคาร, 2518.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 กันยายน 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...