โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 เรื่องน่ารู้ "KK" … ที่ไม่มีใครบอกคุณ

Stock2morrow

อัพเดต 07 ต.ค. 2563 เวลา 02.00 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2563 เวลา 02.00 น. • Stock2morrow
10 เรื่องน่ารู้ “KK” … ที่ไม่มีใครบอกคุณ

อีกหนึ่งหุ้นน้องใหม่ขนาดเล็กที่กำลังจะเข้าตลาด เป็นร้านค้าปลีกภูธรจากจังหวัดสงขลา ภาคใต้ ดูแล้วคล้ายคลึงกับ TNP (ธนพิริยะ) ที่อยู่เชียงราย ภาคเหนือ เรื่องราวของ KK จะน่าสนใจแค่ไหน วิตามินหุ้นจะพาไปรู้จักกันครับ

1. สงขลา ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภาคใต้ เติบโตไม่มาก

GDP ของประเทศไทยมูลค่าประมาณ 16.8 ล้านล้านบาท มาจากจังหวังสงขลา 1.5% หรือประมาณ 250,000 ล้านบาท ขนาดของเศรษฐกิจเป็นลำดับที่ 27 ของประเทศ ลำดับที่ 3 ของภาคใต้

การเติบโตทางเศรษฐกิจปีที่แล้ว 2% ปีก่อนหน้า 3.4% และปีนี้จากผลกระทบของ COVID คาดว่า -10.4%

ตัวเลขเหล่านี้บอกเราว่า เศรษฐกิจสงขลาโตช้ากว่าภาพรวมของทั้งประเทศ แต่หากเมื่อใดที่ราคายางพารา ปาล์มน้ำมัน หรือการท่องเที่ยว มีแนวโน้มดีขึ้น ก็อาจช่วยเพิ่มกำลังซื้อได้

 

2. จากพ่อค้าเร่ ตลาดนัด สู่ K&K Superstore

จุดเริ่มต้นจากรุ่นคุณพ่อ “เว้ง แซ่โกว่” และคุณแม่ “เฮียง แซ่ซึ้ง” มีลูก 12 คน ชาย 7 หญิง 5 เป็นพ่อค้าขายของในตลาดนัด เก็บหอมรอมริบก่อนขยับขยายมาเปิดร้าน 1 ห้องแถว พัฒนามาเป็นค้าส่ง ในเขต 3 จังหวัด สงขลา สตูล พัทลุง มีรัศมีโดยรอบ 100 กิโลเมตร

พอเข้าสู่รุ่นลูก มองว่าค้าส่งโตช้า เลยปรับมาเป็นร้านค้าปลีกแบบ supermarket แต่ขายสินค้าในราคาที่ถูก และชื่อ K&K ก็มาจากชื่อของรุ่นลูก คือ คุณกิตติพล และคุณกวิศพงษ์

 

3. ซื้อของครบ พบของถูก ถูกทุกวัน ที่ K&K

ร้านค้าขนาดประมาณ 420 ตารางเมตร เป็นล้กษณะเหมือน supermarket เน้นของใช้ประจำบ้านทั่วไป มีสินค้า 8,000 รายการ ขายราคาถูก และมีสินค้า OTOP ประจำท้องถิ่น หรือสินค้าหายากขายประมาณ 10% เพื่อสร้างความแตกต่าง เช่น ครีมกวนอิม แป้งน้ำ ครีมแต่งผม

สโลแกนประจำร้าน คือ ซื้อของครบ พบของถูก ถูกทุกวัน ที่ K&K

ถ้าให้เห็นภาพร้านค้าก็จะคล้ายๆ TNP หรือ Tesco Lotus Express ที่ลูกค้ามองว่าเป็นเหมือน Supermarket ใกล้บ้าน มาซื้อของครั้งนึงหลายอย่าง ยอดต่อบิลเลยสูงประมาณ 220 บาท ต่างจาก 7-11 ที่เข้าไปซื้อของกิน เข้าบ่อยหน่อย ไม่ได้ห่วงเรื่องราคามากนัก (ยอดต่อบิลของ 7-11 ประมาณ 70 บาท)

 

4. 28 สาขา ครอบคลุม 3 จังหวัด

K&K มี 25 สาขาที่สงขลา (17 แห่ง อยู่ที่หาดใหญ่) 2 สาขาที่พัทลุง และ 1 สาขาที่สตูล (มีแผนจะไปตรังในอนาคต)
โดย 83% เป็นค้าปลีก และ 17% เป็นค้าส่ง

ต้นทุนการสร้างต่อสาขาอยู่ที่ 8-10 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เช่า ใช้เงินตัวเอง 80% กู้ธนาคาร 20%

ระยะเวลาคืนทุนประมาณ 4 ปี คิดง่ายๆ ว่าถ้าทำยอดขายได้ 3 ล้านบาท คือ จุดคุ้มทุน  มากกว่านี้เป็นกำไร

 

5. รายได้ไม่ค่อยโต กำไรลดลง

>> ปี 2560 รายได้ 929 ล้านบาท กำไรสุทธิ 17.9 ล้านบาท
>> ปี 2561 รายได้ 939 ล้านบาท กำไรสุทธิ 16.3 ล้านบาท
>> ปี 2562 รายได้ 929 ล้านบาท กำไรสุทธิ 11.5 ล้านบาท

>> ครึ่งปีแรก 2562 รายได้ 452 ล้านบาท กำไรสุทธิ 8.2 ล้านบาท
>>  ครึ่งปีแรก 2563 รายได้ 482 ล้านบาท กำไรสุทธิ 6.8 ล้านบาท

รายได้ 3 ปีย้อนหลังดูแทบไม่โตเลย ราคายางพารากับน้ำมันปาล์มมีผลต่อกำลังซื้อ ปี 2562 ร้านค้าปลีกอื่นไปติดเครื่องรับบัตรสวัสดิการกันเยอะ ดึงลูกค้าไปด้วย ส่วนปี 2563 กลับมาโตดี เพราะ COVID คนตุนสินค้ากันเยอะ

 

6. SSSG บวกปี ลบปี สลับกันไป

>> ปี 2560 -10.5% >> ราคายางและปาล์มตก
>> ปี 2561 +4.6% >> รัฐแจกเงินผ่านบัตรสวัสดิการ
>> ปี 2562 -5.9% >> ร้านค้าปลีกร้านอื่นติดเครื่องรับบัตรสวัสดิการเพิ่ม
>> 1H ปี 2563 +4% >> โตเพราะ COVID

 

7. ได้ประโยชน์มาตรการภาครัฐ แต่ไม่ทั้งหมด

ถ้าดูจากในอดีตที่ผ่านมาจะพบว่า การที่รัฐแจกเงินผ่านบัตรสวัสดิการเป็นรายเดือน 200-300 บาท KK ได้ประโยชน์จริง แต่พอร้านอื่นๆ ติดเครื่องรูดบัตรบ้างก็มีการดึงลูกค้าไปเช่นกัน แต่รอบล่าสุดที่กำลังจะมีการให้เงินเพิ่มในบัตร 500 บาท 3 เดือนก็น่าจะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น แต่ก็คงต้องมีการทำโปรโมชั่นเพิ่มเติมเพื่อดึงดูดให้ลูกค้ามา KK มากกว่าร้านโชว์ห่วยใกล้บ้าน

 

8. อัตราการทำกำไรไม่สูง

GPM ปี 2562 เท่ากับ 12.2%  และ NPM 1.2%
ต่ำกว่า TNP ที่ GPM 15% และ NPM 4.5%

คือ ด้วยการที่ business model ของ ร้านค้าปลีกจะเน้นโวลุ่ม และจับมาร์จิ้นที่ไม่สูง แต่ด้วยความที่ KK ยังสเกลเล็ก ยอดขายไม่ถึงพันล้านบาท บวกกับมีส่วนลด และมีภาระดอกเบี้ยทำให้ กำไรสุทธิค่อนข้างต่ำ แปลว่า ถ้าอยากโตมากกว่านี้ก็ต้องขยายสาขาให้ได้มากขึ้น หาสินค้ามาร์จิ้นสูงกว่านี้ และเอาเงินไปคืนหนี้ลดภาระดอกเบี้ย

 

9. เข้าตลาดได้เงินไม่มาก ประมาณ 60 ล้านบาท ขยายกิจการและคืนหนี้

>> 34 ล้านบาท คืนหนี้เงินกู้ ถ้าเราดู D/E ประมาณ 2.6 เท่า เป็นหนี้เงินกู้เยอะ ต่างจาก TNP ที่มี D/E 0.23 เท่า และเป็นเจ้าหนี้การค้ามากกว่า
>> 24 ล้านบาท ขยายสาขา วางแผนไว้ 3 แห่ง ที่สงขลา 2 แห่ง และไปตรังอีก 1 แห่ง

 

10. IPO 0.88 บาท 69 ล้านหุ้น

จำนวนหุ้นค่อนข้างน้อย 69 ล้านหุ้น เมื่อรวมทั้งหมดแล้วจะเป็น 230 ล้านหุ้น และราคาขายแค่ 0.88 บาท ถ้าคิด P/E จาก EPS 4 ไตรมาสย้อนหลังจะได้ 20 เท่า เทียบกับ TNP ที่ 22.1 เท่า

 

 

และนี่ก็คือ เรื่องราวของ KK จากตลาดนัดสู่ร้านค้าปลีก 28 สาขา ใครสนใจลองทำการบ้านเพิ่มเติมกันดูครับ วิตามินหุ้นเพียงให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และอย่าลืมว่าการลงทุนมีความเสี่ยง โปรดพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนลงทุนทุกครั้ง

Stock Vitamins - วิตามินหุ้น

ผู้ชนะแข่งขันโครงการ Stock Writer ของ stock2morrow

https://www.facebook.com/pg/stock.vitamins

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...