โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ใบกำกับภาษี กับ ใบเสร็จรับเงิน” เคลียร์ชัดๆ ความแตกต่างที่ผู้ประกอบการ และคนเสียภาษี ควรรู้

ทันข่าว Today

อัพเดต 06 พ.ย. 2563 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2563 เวลา 00.00 น. • ทันข่าว Channel

Highlight

ความแตกต่างของใบกำกับภาษี และ ใบเสร็จรับเงิน ที่สร้างความสงสัยให้กับหลายๆ คน (แม้จะรู้ว่าต่างกัน แต่ไม่แน่ใจว่าอะไรคือความแตกต่างจริงๆ)

ทันข่าว…จะมาสรุปความแตกต่างหลักๆ ของ “ใบกำกับภาษี กับ ใบเสร็จรับเงิน” ที่จะมาเป็นเอกสารที่สำคัญที่ต้องใช้ในโครงการ ช้อปดีมีคืน

แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ผู้ประกอบการเท่านั้นที่ควรรู้…แต่รวมไปถึงผู้เสียภาษี

ใบกำกับภาษี (Tax Invoice) คือ
ใบกำกับภาษี เป็นเอกสารสำคัญที่ผู้ประกอบการที่ทำการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพื่อเป็นการยืนยันว่าเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากลูกค้ามาแล้ว โดยจะต้องออกให้กับลูกค้าที่มาซื้อสินค้าและบริการทุกครั้งที่ทำการขายสินค้าหรือบริการ

ใบกำกับภาษีจะต้องระบุมูลค่าของสินค้าหรือบริการและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการเรียกเก็บจากลูกค้าในแต่ละครั้ง

  • ธุรกิจค้าขาย ผู้ประกอบการจะต้องออกใบกำกับภาษีให้กับลูกค้าทันทีที่มีการส่งมอบสินค้า แม้ว่าลูกค้าหรือผู้ซื้อสินค้ายังไม่ชำระเงินค่าสินค้าก็ตาม
  • ธุรกิจให้บริการ ผู้ประกอบการจะสามารถออกใบกำกับภาษีได้ก็ต่อเมื่อ ลูกค้าหรือผู้มาใช้บริการนั้นทำการชำระค่าบริการ
    สิ่งสำคัญคือ ผู้ประกอบการจะต้องออกใบกำกับภาษี 2 ฉบับ คือ ต้นฉบับ ที่ผู้ประกอบจะต้องออกให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือบริการ และสำเนาที่ผู้ประกอบการจะต้องเก็บไว้ใช้เป็นหลักฐานสำหรับ การยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน (ภ.พ. 30) โดยที่ผู้ประกอบการจะต้องเก็บเอกสารไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี

ใบเสร็จรับเงิน (receipt) คือ
ใบเสร็จรับเงิน (หรือที่ตามกฎหมายเรียกว่า ใบรับ) เป็นเอกสารที่ผู้ประกอบการจะต้องออกให้ลูกค้าที่ซื้อสินค้าหรือบริการทันทีที่มีการรับเงิน เพื่อเป็นการยืนยันว่า คุณได้รับเงิน หรือ ลูกค้าได้ทำการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ซึ่งใบเสร็จรับเงินจะต้องระบุรายการสินค้าหรือบริการพร้อมทั้งราคาที่ทำการซื้อขายและราคาที่ตกลงชำระไว้ด้วย
ข้อแตกต่างเอกสารใบกำกับภาษี กับ ใบเสร็จรับเงิน แตกต่างกันดังนี้
ภาษีที่เกี่ยวข้อง

  • ใบกำกับภาษี เป็นเอกสารในระบบ VAT
    หรือเกี่ยวกับเรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่ม
    ซึ่งใช้เป็นหลักฐานในการจ่ายภาษีซื้อ
  • ใบเสร็จรับเงิน
    เป็นเอกสารที่เกี่ยวกับภาษีเงินได้ที่ใช้เป็นหลักฐานว่าเรามีการจ่ายเงินไว้
    หรือผู้รับได้รับเงินจากเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ผู้ที่มีสิทธิออกเอกสาร
มีความแตกต่างกันตามหน้าที่

  • ใบกำกับภาษี
    ต้องออกโดยผู้มีหน้าที่ออก นั่นคือ ผู้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม …เท่านั้น !!
  • ใบเสร็จรับเงินนั้น
    ผู้ที่รับชำระค่าใช้จ่ายสามารถออกใบเสร็จรับเงินได้ทุกคน

การใช้เป็นหลักฐาน
ส่งผลตามประเภทของภาษีที่กำหนดไว้
สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
จะต้องขอ “ใบกำกับภาษี” เมื่อซื้อสินค้าและบริการ
เพื่อนำไปใช้เป็นภาษีซื้อของกิจการ (หักจากภาษีขาย)

ส่วนบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT 
ไม่มีความจำเป็นต้องนำใบกำกับภาษีมาใช้ใด ๆ
(เว้นแต่บางกรณี เช่น ใช้เป็นหลักฐานลดหย่อนภาษี)

แต่ในกรณีของใบเสร็จรับเงินมักจะใช้ในกรณีพิสูจน์การจ่าย หรือเป็นหลักฐานในการคำนวณภาษีเงินได้

กรณีการหักค่าใช้จ่ายจริงของบุคคลธรรมดาและการหักค่าใช้จ่ายของนิติบุคคล
รวมถึงเป็นหลักฐานในการลงบัญชีให้ถูกต้องด้วย

การเก็บเอกสารหลักฐาน
ของเอกสารทั้ง 2 ประเภทนี้ คือ 5 ปี

  • ใบกำกับภาษี
    กฎหมายกำหนดไว้ให้เก็บอย่างน้อย 5 ปี ตามมาตรา 87/3 แห่งประมวลรัษฏากร
    และสามารถขอคืนภาษีซื้อได้ภายใน 3 ปีตามมาตรา 84/1 แห่งประมวลรัษฏากร
  • ใบเสร็จรับเงินนั้น
    กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้โดยตรงว่าต้องเก็บแต่โอกาสที่สรรพากรตรวจสอบย้อนหลัง
    ในกรณียื่นภาษี เราต้องเก็บไว้อย่างน้อย 5 ปี ตามมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฏากร

หากมีแค่ใบเสร็จรับเงิน ใช้เป็นหลักฐานลดหย่อนภาษีได้ไหม?
กรณีนี้ขึ้นอยู่กับว่าใบเสร็จที่ได้รับจากร้านค้าหรือร้านที่เราซื้อสินค้านั้น ๆ ออกใบเสร็จรับเงินให้แบบไหน เพราะใบเสร็จรับเงินที่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้จะต้องประกอบไปด้วยรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. เลขประจำตัวภาษีอากรของผู้ขาย
2. ชื่อ,ชื่อร้านค้า,แบรนด์ของผู้ขาย
3. เลขลำดับของเล่ม และใบเสร็จรับเงิน
4. วันเดือนปี ที่ออกใบเสร็จรับเงิน
5. ชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ
6. ชนิด ชื่อ จำนวน ราคาสินค้า และจำนวนเงิน

ถึงแม้ว่าเอกสารใบเสร็จรับเงินที่ระบุมาข้างต้นจะครบถ้วนก็ตาม ก็ไม่ได้สามารถจะใช้เป็นหลักฐานในการลดหย่อนภาษีได้ในทุกกรณี เพราะสิทธิลดหย่อนภาษีบางประเภทนั้นทางกรมสรรพากรระบุเอกสารที่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการลดหย่อนภาษีไว้อย่างชัดเจน อาทิ การซื้อประกันชีวิตลดหย่อนภาษี ที่ต้องใช้หนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัยจากบริษัทประกันเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการลดหย่อนภาษีด้วย เป็นต้น

#กรณีช้อปดีมีคืน
หากเป็นการซื้อสินค้าหรือบริการในระบบ VAT
ต้องขอเอกสารใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปเท่านั้น‼️
(กรณีเป็นการซื้อสินค้า OTOP หรือ หนังสือสามารถใช้ใบเสร็จรับเงินแทนได้
หากไม่ได้มีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือสินค้าได้รับสิทธิยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม)

หากอยากให้ชัวร์และปลอดภัยไว้ก่อน ถึงจะมีใบเสร็จรับเงินแบบเต็มรูปแบบก็ตาม แนะนำให้ขอใบกับกำภาษีเต็มรูปแบบจากร้านค้าทุกครั้งเมื่อซื้อสินค้าหรือใช้บริการเพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากตามมา

ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ ต้องมีรายละเอียดอะไร
1. ต้องมีคำว่า “ใบกำกับภาษี” ชัดเจน
2. วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
3. เลขที่ใบกำกับภาษี
4. ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ ราคา
5. ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย และชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อ
6. ราคาสินค้าบริการ ระบุราคาและ VAT แยกไว้ชัดเจน
7. ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด
• ระบุ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน
• ระบุ สำนักงานใหญ่/สาขาที่… ของผู้ขาย
• ระบุ สำนักงานใหญ่/สาขาที่… ของผู้ซื้อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...